Show Me the Way to the Station ที่ตรงนั้นฉันจะรอเธอ
Mongkol Cinema | 125 นาที | วันเข้าฉาย : 13/02/20
ผู้กำกับ : นาโอกิ ฮาชิโมโต (Naoki Hashimoto)
นักแสดง
ชิเสะ นิอิตสึ (Chise Niitsu)
โยชิ โออิดะ (Yoshi Oida)
เคนอิจิ ทาคิโตะ (Kenichi Takitoh)
มากิ ซากาอิ (Maki Sakai)
มิจิโกะ ฮาดะ (Michiko Hada)
คิมิโกะ โย (Kimiko Yo)
TRAILER
เรื่องย่อ

“หนูรู้มั้ย? หมาน่ะ…จะมีอายุอยู่ได้แค่ 10 หรือ 15 ปี เท่านั้นนะ…”

 

จากเรื่องสั้นที่สร้างปรากฏการณ์น้ำตาซึมในญี่ปุ่นสู่ภาพยนตร์เรียกน้ำตา เรื่องราวความผูกพันระหว่าง “หมาชิบะขี้อ้อน” และ “เด็กหญิงผู้ไม่ค่อยมีเพื่อน” ทั้งสองสัญญาว่าจะไม่ทิ้งกันตลอดไป #ShowMeTheWayToTheStation นำแสดงโดย “ชิเสะ นิอิตสึ” ลูกสาวของ “มาโกโตะ ชินไค” ผู้สร้าง “Your Name” 13 กุมภาพันธ์นี้ อบอุ่นทั้งน้ำตาไปพร้อมๆ กัน

 

ณ ที่ตรงนั้นฉันจะรอเธอเสมอนะ…

 

“ซายากะ” (ชิเสะ นิอิตสึ) เป็นสาวน้อยวัย 8 ขวบที่เข้ากับใครไม่ค่อยได้ เธอเจอกับ “ลู” สุนัขพันธุ์ชิบะทีถูกทิ้ง ซายากะผูกพันกับลูในทันที และรับเจ้าลูมาเลี้ยง  ลูทำให้ซายากะยิ้มได้ คอยอยู่ข้างๆ เวลาที่เธอเหงา คอยให้เธอกอดเวลาที่เธอร้องไห้ และมักไปนั่งรอซายากะกลับจากโรงเรียนเสมอที่สถานีรถไฟ ที่ซึ่งกลายเป็นสถานที่โปรดปรานของเจ้าลูและซายากะ

 

วันหนึ่ง เจ้าลูหายไป ซายากะพยายามวนเวียนอยู่ในที่ๆ เคยไปเที่ยวกับลูด้วยความหวังว่าเจ้าหมาน้อยตัวนั้นจะกลับมาและทำให้เธอมีชีวิตชีวาอีกครั้ง

 

ซายากะยังได้เจอกับ “โคทาโร ฟูเสะ” (โยชิ โออิดะ) คุณปู่เจ้าของร้านกาแฟที่สูญเสียลูกชายไปนานแล้ว และยังรอคอยให้ลูกชายกลับมาหา ทั้งคู่มีอะไรหลายๆ อย่างคล้ายคลึงกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการหวนนึกถึงคนและสุนัขที่จากไปอยู่เสมอ เกิดเป็นความสัมพันธ์ต่างวัยที่อาจทำให้หลายคนต้องหลั่งน้ำตา…

 

Show-Me-Way-Station-st09

 

เกร็ดน่ารู้

– หลายปีที่ผ่านมาอาจพบเห็นหนังญี่ปุ่นที่ว่าด้วยความสัมพันธ์ระหว่างคนกับแมวหลายเรื่อง จนหลายคนที่ชอบสุนัขมากกว่าอาจน้อยใจว่าไม่มีหนังว่าด้วยคนกับหมาให้ดูบ้างเลย หากใครกำลังรอหนังเรื่องนั้นอยู่ ไม่ต้องรอนานอีกต่อไปแล้ว เพราะ “Show Me the Way to the Station” ซึ่งว่าด้วยความสัมพันธ์ระหว่างเด็กน้อยวัย 8 ขวบกับเจ้าหมาชิบะสีขาวน่ารักจะเข้าฉายแล้วในเดือนกุมภาพันธ์นี้

 

– หนังเรื่อง “Show Me the Way to the Station” สร้างมาจากเรื่องสั้นชื่อเดียวกันที่ตีพิมพ์เมื่อปี 2004 ของ “ชิซึ อิจูอิน” เจ้าของรางวัลด้านวรรณกรรมอันยิ่งใหญ่อย่าง “รางวัลนาโอกิ” (Naoki Prize) โดยเรื่องสั้นเรื่องนี้ถือเป็นงานเขียนเรื่องแรกของเขานับจาก “Kikansha Sensei” (2004) ที่ถูกนำมาดัดแปลงเป็นภาพยนตร์

 

– หนังเป็นผลงานการกำกับและเขียนบทของ “นาโอกิ ฮาชิโมโต” ที่ผ่านมาเขามักจะมีบทบาทเด่นด้านการเป็นโปรดิวเซอร์มากกว่า ผลงานที่ได้รับคำชื่นชมอย่างกว้างขวางคือการอำนวยการสร้าง “All About Lily Chou-Chou” (2001) ให้กับผู้กำกับ “ชุนจิ อิวาอิ” แต่นานๆ ทีเขาจะหันมากำกับหนังด้วยตัวเอง โดยหนึ่งในงานกำกับที่โดดเด่นของเขาคือ “Birthright” (2010) ซึ่งได้เข้าฉายตามเทศกาลหนังหลายแห่งนำโดย “เทศกาลหนังนานาชาติโตเกียว” (Tokyo International Film Festival) ครั้งที่ 23 และ “เทศกาลหนังเซี่ยงไฮ้” (Shanghai International Film Festival) เมื่อปี 2011 เป็นต้น

 

– สำหรับนักแสดงสาวตัวน้อยที่รับบทเป็น “ซายากะ” เธอคือ “ชิเสะ นิอิตสึ” ซึ่งเป็นลูกสาวของผู้กำกับแอนิเมชันชื่อดังอย่าง “มาโกโตะ ชินไค” จาก “Your Name” (2016) และ “Weathering With You” (2019) โดยในชีวิตจริงหนูชิเสะเป็นคนรักสุนัขอยู่แล้ว การเล่นหนังเรื่องนี้จึงเป็นทั้งความสุขและความสนุกสำหรับเธอ

 

– หนูน้อย “ชิเสะ นิอิตสึ” ผ่านกระบวนการคัดเลือกนักแสดงที่กินเวลานานถึง 3 เดือน เธอได้รับบทนี้อย่างเป็นทางการหลังออดิชันถึงรอบที่ 4

 

“Show Me the Way to the Station” ใช้เวลาถ่ายทำนานถึง 1 ปีครึ่ง และถ่ายทำตามลำดับเวลาของเรื่อง (Chronological Order) ตั้งแต่ฉากแรกจนถึงฉากสุดท้าย ไม่มีการกระโดดข้ามไปถ่ายฉากใดฉากหนึ่งก่อน เนื่องจากการถ่ายหนังตามลำดับเวลาของเรื่องจะทำให้เห็นพัฒนาการ และการเติบโตของ “ชิเสะ นิอิตสึ” และ “เจ้าหมาลู” ชัดเจนที่สุด

 

– ก่อนจะถ่ายทำ ทีมงานให้หนูชิเสะเอาเจ้าหมาลูไปเลี้ยงจริงๆ เป็นเวลาถึงครึ่งปี เพื่อที่ทั้งคู่จะได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกัน ผูกพันกันจนเข้าฉากร่วมกันได้อย่างไม่มีปัญหา

 

– บทบาทเด่นของ “Show Me the Way to the Station” จะอยู่ที่น้อง “ชิเสะ นิอิตสึ” และ “โยชิ โออิดะ” ผู้รับบทเป็นคุณปู่ “ฟูเสะ” เป็นหลัก แต่นักแสดงอีกคนที่มีบทไม่น้อยก็คือ “เคนอิจิ ทาคิโตะ” ผู้รับบทเป็นพ่อของซายากะ เขากล่าวแบบขำๆ ว่า ถ้าเกิดลูกสาวของเขาเกิดไปสนิทสนมกับคุณปู่ที่ไหนไม่รู้สักคน เขาคงรู้สึกเป็นห่วงลูกมากทีเดียว (ฮา)

 

– ช่วงแรกๆ ที่ “เคนอิจิ ทาคิโตะ” เจอกับ “ชิเสะ นิอิตสึ” ทั้งคู่ยังไม่สนิทสนมและกล้าเข้าหากันมากเท่าไหร่ แต่หลังใช้เวลาด้วยกันพักใหญ่ ทั้งเล่นและซ้อมเข้าฉากด้วยกัน พวกเขาก็สนิทสนมกลมเกลียวกันจนทาคิโตะเชื่อว่า ถ้าได้ดูหนังจริงล่ะก็คนดูจะสัมผัสได้เลยว่าพวกเขาเหมือนเป็นครอบครัวเดียวกันจริงๆ


FEATURED NEWS & PROMOTION