อารมณ์ อาถรรพณ์ อาฆาต (Three)
สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล, B.O.M. Film Production, Cinemasia, Applause Pictures | 128 นาที | วันเข้าฉาย : 12/07/02
ผู้กำกับ : คิมจีวุน (Kim Jee-woon / Memories), นนทรีย์ นิมิบุตร (The Wheel), ปีเตอร์ ชาน (Peter Ho-Sun Chan / Going Home)
นักแสดง
คิมเฮซู (Kim Hye-su)
จองโบซอก (Jeong Bo-seok)
สุวินิต ปัญจมะวัต
มานพ มีจำรัส
สาวิกา กาญจนมาศ
คมกฤช ยุตติยงค์
พงศนารถ วินศิริ
หลีหมิง (Leon Lai)
เจิ้งจือเหว่ย (Eric Tsang)
ยูจิเนีย หยวน (Eugenia Yuan)
TRAILER
เรื่องย่อ

“Three อารมณ์ อาถรรพณ์ อาฆาต” ประกอบด้วยเรื่องราวลี้ลับ 3 เรื่อง 3 ประเทศ โดย 3 ผู้กำกับภาพยนตร์ ได้แก่ เกาหลี, ไทย และฮ่องกง ซึ่งต้องการจะเสนอเรื่องราวอันน่าตื่นเต้นเหล่านั้นซึ่งคาดว่าจะได้รับความสนใจจากผู้ชมทั่วทั้งเอเชีย

 

“Three อารมณ์ อาถรรพณ์ อาฆาต” เป็นการรวมตัวของผู้กำกับฯ ที่ได้รับการยอมรับและกล่าวขวัญระดับชาติถึง 3 คนได้แก่ “คิมจีวูน (ตอน Memories), “นนทรีย์ นิมิบุตร” (The Wheel) และ “ปีเตอร์ ชาน” (Going Home) กับบริษัทภาพยนตร์ของคนรุ่นใหม่ “B.O.M. Film Productions, Cinemasia และ Applause Pictures”

 

ทั้งสามประเทศที่ร่วมมือกันในครั้งนี้เป็นสิ่งที่ใช้แทนระดับขั้นของการพัฒนาของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ขนาดของตลาดภาพยนตร์, แนวทางการสร้างสรรค์งาน, และรสนิยมของผู้ชมภาพยนตร์ นั่นก็คือ “ฮ่องกง” เป็นศูนย์กลางการผลิตภาพยนตร์ของเอเชียตะวันออกมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1970 ที่เพิ่งจะได้รับรู้ว่ายังมีภาพยนตร์ฮ่องกงอีกมากมายที่โลกยังไม่ได้รู้จัก ส่วน “เกาหลี” ในสองสามปีที่ผ่านมา เกาหลีได้เปลี่ยนผันตัวเองจนได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่อุตสาหกรรมภาพยนตร์ที่แข็งแรงที่สุดในโลก และ “ประเทศไทย” เองก็กำลังได้รับความสนใจจากทั่วโลกในเรื่องของภาพยนตร์

 

เมื่อ 2-3 ปีมานี้ ภาพยนตร์ของทั้งสามประเทศแม้จะสร้างบนพื้นฐานทางวัฒนธรรมที่ต่างกัน แต่ภาพยนตร์จากประเทศหนึ่งก็สามารถพาตัวเองเข้าสู่ตลาดภาพยนตร์ของประเทศอื่นๆ และประสบความสำเร็จได้ อาทิ “The Foul King” (เกาหลี), “Love Letter” (ญี่ปุ่น), “Christmas in August (เกาหลี), “นางนาก” (ไทย) และ “Comrades, Almost a Love Story” (ฮ่องกง) ทั้งหมดต่างเป็นเครื่องพิสูจน์ได้ว่าคุณภาพของภาพยนตร์เอเชียสามารถสร้างกลุ่มของคนดูได้ในนอกตลาดของตัวเอง “B.O.M. Film Productions, Cinemasia และ Applause Pictures” เชื่อมั่นว่าถึงเวลาแล้วที่จะนำสามผู้กำกับฯ ที่มีสไตล์แตกต่างกัน มากำกับภาพยนตร์ในส่วนของตนเพื่อสร้างเป็นภาพยนตร์ลี้ลับเรื่องนี้

 

 

“Memories” (เกาหลีใต้ / คิมจีวุน)

“ซุงมิน” เป็นชายในวัยประมาณ 30 ปี แต่งงานแล้ว อาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์ที่สร้างเสร็จใหม่เอี่ยม ยังมีคนมาอยู่ไม่เต็มทุกห้อง วันหนึ่งภรรยาของเขาก็หายจากไป ตั้งแต่นั้นมา ซุงมินต้องทนทุกข์อยู่กับอาการหลงลืมของตนเอง เขาจำเสื้อผ้าที่ภรรยาของเขาเคยใส่ไม่ได้ จำว่าวันที่ภรรยาหายไปนั้น เธอออกจากบ้านไปไหน ไปทำอะไรก็ไม่ได้ ไม่ว่าเขาจะพยายามสักเท่าไร เขาก็จำได้แค่บางตอน แต่ล้วนแล้วแต่เป็นตอนที่ทะเลาะกัน และตอนที่เขาไม่เข้าใจว่าตอนนั้นเกิดอะไรขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น เขาต้องทุกข์ทนกับฝันร้าย ความจริงเริ่มปรากฏชัดเมื่อเขาได้เห็นอุบัติเหตุทางรถยนต์ของเพื่อนบ้าน ซุงมินจึงแน่ใจว่าสิ่งเลวร้ายต้องเกิดกับภรรยาของเขา เพียงแต่เขาไม่รู้ว่ามันคืออะไร

ในทางกลับกัน ภรรยาของซุงมินตื่นขึ้นและพบตัวเองนอนอยู่บนถนนที่ร้างผู้คน สถานภาพของเธอย่ำแย่กว่าซุงมิน เธอไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร ไม่รู้ว่าใครพาเธอมาที่นี่ สิ่งเดียวที่เธอรู้คือมีเศษกระดาษหลายแผ่นที่มีเขียนหมายเลขโทรศัพท์เขียนไว้บนนั้นอยู่ในกระเป๋าสตางค์ของเธอ

เธอโทรศัพท์ไปหลายแห่ง บางที่ไม่มีคนรับสาย บางที่มีคนรับ และโอนสายให้เธอพูดกับคนที่เธอไม่เคยคุ้นเคย เธอร่อนเร่ไปตามเมืองที่เปลี่ยวเปล่านี้ ตะเกียกตะกายหาคำตอบ แต่ก็พบเพียงทางตัน เธอสิ้นหวัง พอกลับไปดูเศษกระดาษนั่นอีกที เธอก็เกิดเอะใจกับใบเสร็จร้านซักรีด หมายเลขที่อยู่บนกระดาษนั้น อาจจะเป็นบ้านของเธอ ตอนที่เธอคิดได้นั้นก็ดึกมากแล้ว เธอหาทางกลับบ้าน เธอเดินโซซัดโซเซไปตามถนนว่างเปล่า ในเมืองที่เธอไม่รู้จัก เผชิญหน้ากับเรื่องราวความน่าสะพรึงกลัว ผ่านความมืดมน เกือบเอาตัวไม่รอด และเธอก็ได้ถึงประตูบ้านเมื่อรุ่งสาง

เธอรีบเปิดประตูเข้าไปในอพาร์ตเมนต์ หวังจะกอบกู้ความทรงจำให้กลับคืนมา…

 

 

“The Wheel”  (ไทย / นนทรีย์ นิมิบุตร)

“ครูเฒ่า” เป็นเจ้าของคณะละครหุ่น มีเมียชื่อ “นวล” และมีลูกด้วยกันหนึ่งคน ครูเฒ่ามีคณะเชิดหุ่นของตัวเอง ซึ่งการเชิดหุ่นนี้ทำได้ยากทั้งการสร้างหุ่นและเทคนิคการเชิด ทำให้มีผู้ประกอบอาชีพนี้น้อย การแสดงหุ่นคณะของครูเฒ่าจึงเป็นสิ่งหายาก มีผู้ต้องการชมมากมาย จึงมีงานจ้างเข้ามามากและสม่ำเสมอ และสามารถสร้างรายได้ให้ตนเองและครอบครัวจนมีฐานะร่ำรวย และรวมไปถึงลูกคณะก็อยู่ดีมีสุขไปด้วย

“ครูทอง” เป็นเพื่อนกับครูเฒ่า แต่ไม่ค่อยชอบขี้หน้ากันครูเฒ่านัก เพราะฐานะผิดกันลิบลับ เพราะครูทองแม้จะเป็นเจ้าของคณะโขน แต่ก็มีคู่แข่งในสาขาอาชีพเดียวกันมากมายหลายคณะ มีการแก่งแย่งงานแสดงกัน จึงมีฐานะไม่ร่ำรวย แต่ก็พอมีพอกิน พอเลี้ยงเมีย “แม่จำเรียง” และ “ไอ้ชิต” ลูกชายให้อยู่ได้ไม่อดอยาก และรวมไปถึง “แม่สะอิ้ง” ลูกสะใภ้ และ “บัว” หลานสาวด้วย

วันหนึ่ง ครูเฒ่าล้มป่วยลงกลายเป็นอัมพาต และสั่งให้เมียและลูกเอาหุ่นไป “จำเริญแม่น้ำ” แต่แล้วแม่นวลและลูกกลับต้องจมน้ำตายไปพร้อมกับหุ่นๆ หลายสิบตัวที่ถูกทิ้งไป และในคืนงานศพนั้นเอง ครูเฒ่าถูกไฟคลอกตายที่เรือนของตนเอง

“ไอ้ก้าน” เด็กในคณะหุ่นของครูเฒ่าเล่าให้ครูทองฟังเรื่องคำสาปที่ได้ยินมาจากปากครูเฒ่าที่เขาว่ากันว่า “หากใครจำแบบหุ่นไปสร้าง ก็ขอให้มีอันเป็นไป” ไอ้ก้านเล่าว่าที่ครูเฒ่าเป็นอัมพาตและตายก็เพราะคำสาป และก็ด้วยคำสาปนี่อีกที่ทำให้แม่นวลและลูกต้องมาจมน้ำตาย แต่ครูทองไม่เชื่อเรื่องคำสาปนี้แม้แต่น้อย

ในขณะที่ครูทองช่วยดับไฟก็ได้เห็นหีบใบหนึ่ง และพบว่ามีหุ่นอยู่ในนั้นตัวหนึ่ง ก็แอบหยิบออกมาแล้วรีบเอาไปซ่อนในเรือ และตัวเองก็พลัดตกจากเรือลงไปในน้ำ ทำท่าว่าจะจมน้ำตาย แต่ไอ้ก้านมาช่วยไว้ได้ทัน ครูทองจึงชวนมาอยู่ร่วมคณะเดียวกัน

จากนั้นไม่นาน ครูทองชวนไอ้ชิตลูกชายแกะหุ่นที่ได้มาเพื่อทำเลียนแบบเผื่อจะได้เงินมากๆ แบบครูเฒ่า ไอ้ชิตตกลง ไอ้ก้านมาเห็นเข้าจึงเตือน 2 พ่อลูกเรื่องคำสาปแช่ง แต่ก็ไม่มีใครเชื่อ ต่างช่วยกันทำต่อไปจนหุ่นเสร็จ แล้วในที่สุดครูทองก็ล้มป่วยลง ปวดตามข้อตามขา นิ้วมือหงิกง่อย เดินเหินไม่ได้ แต่ก็ยังรับงานแสดงครั้งใหญ่ ซึ่งการแสดงดำเนินไปด้วยดีเป็นที่ชื่นชมของทุกคน

ครูทองเห็นผีครูเฒ่ามาเตือนเรื่องหุ่น ครูทองเริ่มสงสัยว่าทำไมเหตุการณ์ร้ายๆ จึงเกิดขึ้นกับครูทองเองและคณะหุ่นของครูทองอย่างไม่มีทีท่าว่าจะจบลงได้ง่าย ทุกผู้ทุกนามที่อยู่รอบข้างกลับต้องมามีอันเป็นไปเสียทุกคน หรือบางที “คำสาป” นั้นมันจะมีจริง

 

 

“Going Home” (ฮ่องกง / ปีเตอร์ ชาน)

“เว่ย” เด็กชายวัย 8 ขวบ มีพ่อคนเดียวเลี้ยงดูมาแต่เล็ก “คิน” ผู้เป็นพ่อเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบทำแต่งาน และเอาแต่เศร้าโศกอาลัยอาวรณ์ถึงแต่ภรรยาผู้ล่วงลับ เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อสองพ่อลูกย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านพักตำรวจร้าง บ้านแถวๆ นั้นทรุดโทรม มีแต่คนแก่และคนบ้าอยู่กันเต็ม เว่ยพบสตูดิโอถ่ายรูปที่ถูกทิ้งให้ร้างแถวนั้น บรรยากาศดูน่าขนลุก แต่ก็ยังไม่เท่าเด็กหญิงอายุ 4 ขวบและพ่อของเธอที่อยู่บ้านติดกัน

“เฟย” เป็นคนแปลกแยก กันตัวเองออกจากสังคมออกมาโดดเดี่ยว จะออกไปพบผู้คนก็มีแต่ตอนออกไปซื้อของใช้จำเป็น นอกจากนั้นแล้วเขาจะอยู่แต่ในบ้านตลอดเวลา บ้านของเขามีไอน้ำคลุ้งเต็มบ้านเสมอ มีเครื่องระบายอากาศที่ทำงานไม่เคยหยุด หน้าต่างถูกปิดมิดชิด เฟยประกาศตัวเสมอว่าเขาอยู่คนเดียว แต่คินเคยเห็นเฟยคุยกับคนที่ดูคล้ายผู้หญิงง่อยในอพาร์ตเมนต์

เว่ยหายตัวไปไม่คาดคิด คินสิ้นหวังในการค้นหา เขาบุกเข้าไปในอพาร์ตเมนต์ของเฟย คินพบศพรูปร่างแปลกพิกล เป็นศพที่เก็บไว้งดงามอย่างดี ผิวหนังยังเต่งตึง เป็นร่างของภรรยาของเฟยที่ถูกฆ่าตายไปเมื่อ 3 ปีที่แล้ว เฟยไม่เคยปรากฏวี่แววหรือร่องรอยว่าเฟยจะเสียใจให้เห็น เพราะเขาหวังว่าเขาจะสามารถชุบชีวิตภรรยาของเราได้ เฟยเปิดเผย และความซื่อสัตย์ของเขาทำให้คิมกังวลใจว่า เฟยอาจเป็นคนบ้าแบบสุดๆ ส่วนเว่ยลูกชายของเขาก็ได้ทรมานทรกรรมอย่างรุนแรงและร้ายกาจที่สุดที่เขาไม่เคยพบมาก่อน…