COMING SOON
The Killing of a Sacred Deer (เดอะ คิลลิง ออฟ อะ เซเคร็ด เดียร์)
Mongkol Major | 109 นาที | วันเข้าฉาย : 02/11/17
ผู้กำกับ : ยอร์โกส แลนติมอส (Yorgos Lanthimos)
นักแสดง
โคลิน ฟาร์เรล (Colin Farrell)
นิโคล คิดแมน (Nicole Kidman)
แบร์รี โคแกน (Barry Keoghan)
ราฟฟีย์ แคสซิดี้ (Raffey Cassidy)
TRAILER
เรื่องย่อ

“สตีเวน เมอร์ฟีย์” (โคลิน ฟาร์เรล) เป็นศัลยแพทย์ฝีมือดีผู้ทะนงในฝีมือตัวเอง สตีเวนมีชีวิตที่หรูหราและมีความสุขกับ “แอนนา” (นิโคล คิดแมน) ภรรยาและลูกๆ 2 คน แต่หลังจากที่เขาดูแลและสนิทสนมกับหนุ่มคนไข้นามว่า “มาร์ติน” (แบร์รี โคแกน) ชีวิตของเขารวมไปถึงครอบครัวก็ต้องพบกับหายนะ ไม่มีใครรู้ว่ามาร์ตินต้องการอะไรกันแน่ แต่ที่รู้ ๆ เขาต้องการทำลายทุกอย่างที่ทำให้ครอบครัวนี้มีความสุข สตีเวนจึงต้องยอม “เสียสละ” บางอย่างเพื่อหลุดพ้นจากเคราะห์กรรมครั้งนี้

 

 

เกร็ดน่ารู้

1) ผู้กำกับ-มือเขียนบท-ผู้อำนวยการสร้าง “ยอร์โกส แลนติมอส” ได้แรงบันดาลใจในการสร้าง The Killing of a Sacred Deer” มาจากบทละครแนวโศกนาฏกรรม (Tragedy) เรื่อง Iphigenia in Aulis” ของ “ยูริเปอดิส” (Euripides) ซึ่งเล่าเรื่องราวของ “อากาเมมนอน” (Agamemnon) ผู้นำกรีกที่ต้องตัดสินใจว่าจะยอมสังเวยชีวิตของ “อิฟฟิจีไนอา” (Iphigenia) ธิดารักแก่เทพเจ้าเพื่อให้กองทัพมีชัยในการรบกับกรุง “ทรอย” (Troy) แลนติมอสพบว่าคอนเซปต์เกี่ยวกับการตัดสินใจในสภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกนั้นน่าสนใจ และมันยังก่อให้เกิด “คำถาม” หลายอย่างให้พิสูจน์

 

2) “โคลิน ฟาร์เรล” ดูท่าจะติดใจการได้ทำงานกับผู้กำกับ “ยอร์โกส แลนติมอส” หลังจากเคยรับบทนำใน The Lobster” ของแลนติมอส เมื่อปี 2015 จึงกลับมาร่วมงานด้วยเป็นครั้งที่ 2 เขาบอกว่าการจะเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับ The Killing of a Sacred Deer” นั้นยากกว่า The Lobster” มากเพราะสามารถหลุดสปอยล์ออกมาได้ทุกขณะ และหนังยัง “น่ากลัว” และ “ประหลาด” ยิ่งกว่า The Lobster” เสียอีก

 

3) “โคลิน ฟาร์เรล” ได้ร่วมงานกับ “นิโคล คิดแมน” อีกครั้งต่อจาก The Beguiled” โดยทั้ง 2 เรื่องถ่ายทำคนละช่วงเวลากัน (“The Beguiled” ถ่ายทำหลังจาก The Killing of a Sacred Deer” ปิดกล้องได้ไม่กี่อาทิตย์) แต่ได้เข้าฉายในสายประกวดของ “เทศกาลหนังเมืองคานส์ครั้งที่ 70″ (2017 Cannes Film Festival) พร้อมกัน

 

4) แม้ฉากหน้าอาจดูเหมือนเป็นหนังดราม่าสุดซีเรียส แต่ “ยอร์โกส แลนติมอส”, “โคลิน ฟาร์เรล” รวมถึง “นิโคล คิดแมน” ต่างยืนยันว่าภายในมีความเป็นหนังตลกร้ายแฝงอยู่แบบเดียวกับ The Lobster”

 

5) หนังเรื่องเด่นๆ ของผู้กำกับ “ยอร์โกส แลนติมอส” มักจะเอาสัตว์มาตั้งเป็นชื่อหนังอยู่เสมอ ได้แก่ Dogtooth” (2009), “The Lobster” (2015) และ The Killing of a Sacred Deer” (2017)

 

6) “The Killing of a Sacred Deer” เป็นหนังเรื่องแรกของ “ยอร์โกส แลนติมอส” ที่ตัดสินใจยกกองมาถ่ายทำที่สหรัฐอเมริกา ในรัฐโอไฮโอ หนังเรื่องอื่นๆ ของเขามักถ่ายทำในยุโรปเป็นส่วนใหญ่ อาทิ The Lobster” ถ่ายทำที่ประเทศไอร์แลนด์ ส่วน Dogtooth” ถ่ายที่ประเทศกรีซ

 

7) “The Killing of a Sacred Deer” มีความยาว 1.49 ชั่วโมง เป็นผลงานของ “ยอร์โกส แลนติมอส” ที่ยาวเป็นอันดับ 2 รองจาก “The Lobster” ที่ยาว 1.59 ชั่วโมง (ไม่นับ Venice 70: Future Reloaded หนังสารคดีความยาว 2 ชั่วโมงที่แลนติมอสรับหน้าที่เป็น 1 ในผู้กำกับ 73 คนของเรื่อง)

 

8) “ยอร์โกส แลนติมอส” ไม่ได้เป็นทีมงานคนเดียวในหนังเรื่อง The Killing of a Sacred Deer” ที่ชื่อ “ยอร์โกส” แต่ยังมี “ยอร์โกส มาฟโรปซาริดิส” (Yorgos Mavropsaridis) มารับหน้าที่ตัดต่อหนัง โดยเขาเป็นมือตัดต่อคู่บุญของแลนติมอส ได้ร่วมงานกันมาตั้งแต่ Dogtooth”, “Alps” และThe Lobster”

 

9) “The Killing of a Sacred Deer” ได้ผู้จัดจำหน่ายในอเมริกาเป็น A24″ ค่ายหนังเล็กๆ แต่มาแรงแซงทางโค้งอย่างมากในช่วงหลัง โดยเพิ่งส่ง Moonlight” ได้รางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมไปครองเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ชนิดทำเอาทุกคนอ้าปากค้างด้วยความเซอร์ไพรส์

 

10) ปี 2018 “ยอร์โกส แลนติมอส” จะเข็นหนังเรื่องใหม่ The Favourite” ออกฉายต่อทันที โดยมี “เรเชล ไวซ์” นางเอกจาก The Lobster” กลับมานำแสดงอีกครั้ง

 

 

 

ตะลุยแวดวงรางวัล

– ได้รางวัล “บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม” จาก “เทศกาลหนังเมืองคานส์ครั้งที่ 70″ (ร่วมกับ “You Were Never Really Here” ของผู้กำกับ-มือเขียนบทหญิง “ลินน์ แรมเซย์”)

– เข้าชิง “รางวัลปาล์มทองคำ” เทศกาลหนังเมืองคานส์ครั้งที่ 70

รางวัล
“บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม” จาก “เทศกาลหนังเมืองคานส์ครั้งที่ 70” (2017)