“ไม่ทันบอกลากันเลย ถ้ามันเป็นครั้งสุดท้าย ทำไมไม่ลาฉันเลย…” ท่อนฮุกถูกใจในเพลง “ไม่เคยได้ลา” จากวง “Three Man Down” ที่ใครฟังก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “เพราะเอาตาย” กำลังทำยอดวิวพุ่งสู่ 3 ล้านวิว ภายใน 2 อาทิตย์ โดยเพลงนี้เป็นซิงเกิลพิเศษประกอบภาพยนตร์ “เทอม 4” ของ “สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล” ที่ล่าสุดกวาดรายได้ทั่วประเทศทะลุ 60 ล้านบาทไปแล้ว เรียกได้ว่า “เพลงก็โดน หนังก็ดัง”
งานนี้เลยต้องคว้าตัว “ตูน-พีรพล เอี่ยมจำรัส” มือกีตาร์ของวงที่รับหน้าที่ทั้งโปรดิวเซอร์และนักแต่งเพลงนี้มาพูดคุยกันถึงที่มาของไอเดียและคอนเซปต์ “การจากลาที่เจ็บปวดที่สุด คือการที่ไม่ได้ร่ำลากัน”

อยากถามถึงที่มาของเพลงนี้ เราได้รับโจทย์มายังไงบ้าง มีแรงบันดาลใจในการแต่งอย่างไร
จริงๆ วงเราก็อยากทำเพลงประกอบภาพยนตร์มานานแล้ว แต่ไม่ได้มีโอกาสที่ได้ทำเพลงประกอบภาพยนตร์สักที โดยเฉพาะภาพยนตร์ที่เป็นหนังสยองขวัญ แล้วพอดีมีภาพยนตร์เรื่อง “เทอม 4” ติดต่อเข้ามา พอเห็นว่าเป็น “เทอม 4” มันดูท้าทายในการที่วงจะได้ทำอะไรใหม่ๆ ผมก็เลยตอบรับไปถึงแม้จะมีเวลาสั้นมากในการทำงาน เพื่อนๆ ในวงก็กังวลว่าจะทำทันมั้ย แต่ผมบอกไม่เป็นไร กูเก่ง (หัวเราะ) ก็เลยทำเพลงนี้ตอนที่อยู่ที่ญี่ปุ่น
พอพูดถึงหนังผีมันมีหลายโทนมากเลย “ตูน” ตีความออกมาว่ายังไง มันเป็นผีแบบไหนที่เราอยากให้ออกมาในเพลงนี้
ผมรู้สึกว่าทำเพลงประกอบภาพยนตร์ที่เป็นหนังผีมันไม่จำเป็นที่ต้องทำออกมาเป็นผีก็ได้ มันแค่เป็นมูดของความรู้สึก มันไม่ได้น่ากลัว ผมรู้สึกว่า “ทรีแมนดาวน์” จะไม่ค่อยมีเพลงที่โน้ตมันลาก อย่างเพลงนี้ก็ท่อน “เวลาเร็วเกินไป” ซึ่งทรีแมนดาวน์ไม่ค่อยลากโน้ต ผมรู้สึกว่าอยากเอาคอนเซปต์นี้มาใช้กับเพลงนี้คือใช้การลากโน้ตแบบยาวๆ เหมือนเพลงไม่ได้มีความน่ากลัว แต่คร่ำครวญกับความรู้สึก
การคร่ำครวญที่พูดถึงนี้ เรากำลังเล่าเรื่องของใครและพูดถึงเรื่องอะไร
หลังจากที่ได้รับโจทย์ พี่ๆ ก็ส่งบรีฟมาว่าเราจะพูดถึงเรื่องราวของคนที่ยังอยู่ หรือคนที่จากไปก็ได้ ผมก็เลยรู้สึกว่ามีเรื่องราวแบบไหนที่ยังไม่ถูกเล่าในบทเพลง ผมเลยได้คอนเซปต์หนึ่งขึ้นมาว่า “การจากลาที่เจ็บปวดที่สุดคือการที่ไม่ได้ร่ำลากัน” คือผมได้ดูตัวอย่างภาพยนตร์ซีนที่มีคนขี่มอเตอร์ไซค์บนสะพานแล้วมีคนเสียชีวิตเกิดขึ้น (ตอน “สะพานขาว”) ผมเลยคิดว่าถ้าวันหนึ่งเราจากกันโดยไม่ร่ำลาเราจะรู้สึกยังไง ผมเลยตีความมันออกมาว่าการจากลาที่เจ็บปวดที่สุดคือการที่ไม่ได้ร่ำลากัน เหมือนเราเคยเห็นซีนในหนังหรือชีวิตจริงที่คนเสียชีวิตไปแล้วก็จะมีคนพูดกันว่า เฮ้ย…ทำไมจะไปไม่บอกกูเลยวะ ทำไมไม่ลากัน ผมก็เอาคอนเซปต์นั้นมาทำเป็นเพลงนี้ว่า “ไม่ทันได้ลากันเลย ถ้ามันเป็นครั้งสุดท้าย ทำไมไม่ลาฉันเลย” แบบประชดเขาว่ารู้อยู่แล้วว่าจะไปทำไมไม่บอก แต่ในความเป็นจริงเขาก็ไม่รู้หรอก แต่ในมุมคนที่ยังอยู่มันเจ็บปวด เพราะเราไม่มีโอกาสที่จะบอกลาเขาเลย การที่เขาไปแล้วบอกลามันจะดีกว่าการที่ไปแล้วไม่บอกลา อันนี้รวมถึงความสัมพันธ์ทั้งหมดด้วย เราอาจจะคบกับใครสักคนแล้วอยู่ๆ เขาก็หายไปเลย ไม่ติดต่อเรามาเลย เราไม่รู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน เราไม่รู้ว่าการที่เขาจากไปเพราะอะไร อันนี้ผมว่ามันเจ็บปวด





พอแต่งเสร็จแล้วลองร้อง รู้สึกกับเพลงนี้ยังไงบ้าง
หลังจากที่ทำเพลงนี้เสร็จ เพื่อนๆ ทุกคนในวงชอบกันมาก เพราะว่าอย่างที่บอกในวงไม่เคยมีเพลงที่โน้ตลากยาวๆ แบบคีย์ไมเนอร์แบบนี้มาก่อน แล้วตอนนี้ทุกคนสนุกที่ได้ทำเพลงนี้มากๆ เพราะตอนที่เราจบอัลบั้ม 3 เข้าอัลบั้ม 4 เป็นช่วงเปลี่ยนผ่าน เราพยายามจะหาแนวเพลงใหม่ๆ ซึ่งอันนี้เป็นโอกาสที่ดีมากที่ได้ลองทำเพลงนี้ ขอบคุณ “เทอม 4” มากๆ ที่ให้เราได้ทำเพลงนี้ ตอนนี้เราเหมือนได้เจอแนวทางใหม่ๆ ทุกคนมีความสุขที่ได้ทำเพลงนี้ อยากให้ทุกคนได้ฟังกันครับ
ประโยคไหนที่ชอบที่สุดในเพลงนี้
ท่อนแรกสุด “จากคนไม่เคยได้รู้จัก วันนี้เปลี่ยนเป็นได้สัมผัส ได้รู้ว่ามันงดงามเพียงใด สิ่งที่ตัวเธอและฉันซ่อนไว้” ผมพูดถึงช่วงที่เราได้เจอใครสักคน บางทีเราก็เพิ่งรู้ว่าตัวเราก็มีอะไรดีๆ เหมือนกัน บางคนเข้ามาทำให้เราได้เจอด้านดีๆ ในตัวเราโดยที่เราไม่เคยเห็น เพราะว่าเขามองเห็น หลายคนอาจจะไม่เห็น แต่ว่าคนนี้เขาเห็น ผมคิดว่าสิ่งๆ นั้นมันมีค่าในความสัมพันธ์ ผมรู้สึกประทับใจท่อนนี้ ผมไม่เคยเขียนอะไรคมๆ แบบนี้ แต่ว่าอันนี้คมดี ผมเลยชอบ… ผมรู้สึกว่าเพลง “ไม่เคยได้ลา” นี้เป็นเพลงที่ทุกคนจะได้เห็นมิติใหม่ๆ แล้วก็ได้เห็นอีโมชันนัลในเพลงนี้เยอะมาก ฟังเสร็จแล้วก็ไปดู “เทอม 4” ดูเสร็จแล้วก็มาฟังเพลงนี้ต่อ ก็ขอฝากด้วยครับ