Sahamongkolfilm InternationalSahamongkolfilm International
HOMEMOVIESAHA ORIGINALSFEATURED NEWSSAHA STOREABOUT US
Sahamongkol FilmMongkol MajorMongkol Cinema

บริษัท สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด

55/5 ซอยพหลโยธิน 2 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400

Sahamongkolfilm International co. ltd.

55/5 Soi Phaholyothin2 Phaholyothin Rd. Samsennai Phayathai Bangkok 10400

MOVIE

  • ข่าวและโปรโมชั่น
  • ภาพยนตร์ไทย
  • ภาพยนตร์ต่างประเทศ

CORPORATE

  • About Us
  • Jobs
  • Contact

SERVICE

  • Saha Store
  • SAHA Studio
  • Saha Foundation

© Copyright 2026 Sahamongkolfilm. All rights reserved.

HomeFeatured News“บิ๊กเนม” ฮอลลีวูดและวงการภาพยนตร์โลก รวมพลังเล่าความจริงให้โลกได้ยินเสียงของเธอ “The Voice of Hind Rajab ฮินด์ ราจาบ เสียงร่ำไห้จากกาซา” ห้ามพลาด! ฉายแล้ววันนี้ ในโรงภาพยนตร์

“บิ๊กเนม” ฮอลลีวูดและวงการภาพยนตร์โลก รวมพลังเล่าความจริงให้โลกได้ยินเสียงของเธอ “The Voice of Hind Rajab ฮินด์ ราจาบ เสียงร่ำไห้จากกาซา” ห้ามพลาด! ฉายแล้ววันนี้ ในโรงภาพยนตร์

3 months ago
ภาพหลักของบทความ “บิ๊กเนม” ฮอลลีวูดและวงการภาพยนตร์โลก รวมพลังเล่าความจริงให้โลกได้ยินเสียงของเธอ “The Voice of Hind Rajab ฮินด์ ราจาบ เสียงร่ำไห้จากกาซา” ห้ามพลาด! ฉายแล้ววันนี้ ในโรงภาพยนตร์

อีกสิ่งหนึ่งที่นับว่าเป็นปรากฏการณ์ที่หาได้ยากที่เกิดกับ "The Voice of Hind Rajab" ก็คือการที่หนังเรื่องนี้มีเหล่าคนดังจำนวนมากในวงการภาพยนตร์ ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเพื่อให้หนังเรื่องนี้ได้รับการจัดจำหน่าย ได้เข้าฉายในโรงภาพยนตร์กระแสหลักและแพลตฟอร์มสตรีมมิงได้ง่ายขึ้น รวมถึงได้เข้าฉายในประเทศต่างๆ โดยเฉพาะในประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งในระยะหลังนี้ถูกวิจารณ์ในวงกว้างว่าสตูดิโออเมริกันไม่จัดจำหน่ายภาพยนตร์ที่เกี่ยวข้องกับปาเลสไตน์ เนื่องจากกลัวผลกระทบด้านการเมือง


แต่สำหรับเรื่องนี้มีทั้ง "แบรด พิตต์", "วาคิน ฟีนิกซ์", "รูนีย์ มารา", "โจนาธาน เกลเซอร์", "อัลฟอนโซ กัวรอน"และ "สไปก์ ลี" มีชื่อดำรงตำแหน่ง "ผู้อำนวยการสร้างบริหาร" (Executive Producers) ในโปรเจกต์เดียวกัน ซึ่งการที่เหล่าคนดังเอาชื่อของพวกเขามารับประกันหนังเรื่องนี้เป็นเพราะทุกคนอยากช่วยให้หนังถูกมองเห็นในวงกว้าง สร้างความน่าเชื่อถือ และช่วยเหลือในเรื่องเงินทุน


เช่นการที่มี "แบรด พิตต์" และบริษัท "Plan B" ของเขาเข้ามาถือเป็นการรับประกันคุณภาพและช่วยให้หนังเข้าถึงเทศกาลภาพยนตร์ระดับโลกจนสามารถคว้ารางวัลจาก "เทศกาลหนังเวนิส 2025" และเทศกาลอื่นๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ยังเป็นการแสดงจุดยืนเชิงจริยธรรมอย่างเช่น "โจนาธาน เกลเซอร์" (ผู้กำกับ "The Zone of Interest") และ "วาคิน ฟีนิกซ์" พวกเขาเคยออกมาแสดงจุดยืนเกี่ยวกับวิกฤตในฉนวนกาซาอย่างชัดเจน การสนับสนุนหนังเรื่องนี้จึงเป็นการตอกย้ำอุดมการณ์ของพวกเขาผ่านงานศิลปะ


อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าเหล่าคนดังจะเข้าร่วมโปรเจกต์นี้ด้วยเหตุผลอะไร แต่การการรวมตัวครั้งนี้ก็ถือเป็นปรากฏการณ์ใหม่ที่ได้รับคำชมอย่างมากว่าโชคดีที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้มีกลุ่มคนที่จะไม่เพิกเฉยต่อประเด็นที่ละเอียดอ่อน แต่ใช้สถานะของตนเป็นกระบอกเสียงให้ผู้ที่ไม่มีเสียงผ่านเรื่องราวของเด็กผู้หญิงเพียงคนเดียว เพื่อสะท้อนภาพรวมของสงครามที่สร้างบาดแผลในใจให้คนทั้งโลก และหวังว่าในอนาคตภาพยนตร์ที่เล่าปัญหาของคนเล็กๆ ในเรื่องอื่นๆ จะได้รับโอกาสส่งเสียงแบบนี้ต่อเวทีโลก



เดิมพันด้วยความยินยอม "ถ้าแม่ของ 'ฮินด์' ไม่อนุญาต หนังเรื่องนี้จะไม่มีวันเกิดขึ้น"

สิ่งสำคัญที่สุดที่ผู้กำกับ "เคาเทอร์ เบน ฮาเนีย" ยึดถือก่อนการสร้างภาพยนตร์เริ่มขึ้นก็คือการได้รับการยินยอมจาก "วิสซัม ฮามาดา" (Wissam Hamada)  แม่ของ "ฮินด์ ราจาบ" ซึ่งหากทางครอบครัวให้การปฏิเสธ เธอก็พร้อมจะล้มเลิกแผนการทุกอย่างทันที แต่ในที่สุดเมื่อได้ติดต่อไป แม่ของฮินด์ได้ให้การสนับสนุนการสร้างโดยหวังว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะยุติสงครามได้เพื่อไม่ให้ผู้ใดต้องมาเจอกับเรื่องราวน่าเศร้าแบบนี้อีกต่อไป และผู้ที่ประสานงานให้เบน ฮาเนียได้คุยกับแม่ของฮินด์ก็คือ "รานา" (Rana) เจ้าหน้าที่จาก "สมาคมเสี้ยววงเดือนแดง" ซึ่งได้ถือสายคุยกับฮินด์อยู่นานหลายชั่วโมงในวันเกิดเหตุ

"แม่ของ 'ฮินด์' เป็นผู้หญิงที่วิเศษมากค่ะ เธอทั้งสง่างาม ฉลาด และมีจิตใจที่เมตตาอย่างลึกซึ้ง ตั้งแต่สายแรกที่คุยกัน ฉันพูดกับเธออย่างตรงไปตรงมาเลยว่า 'หนังเรื่องนี้จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อคุณต้องการให้มันเกิดเท่านั้น การตัดสินใจทั้งหมดอยู่ที่คุณค่ะ'

เธอเล่าทุกอย่างเกี่ยวกับฮินด์ให้ดิฉันฟัง ทั้งตัวตน ความฝัน และเสียงหัวเราะ ฉันสัมผัสได้ว่าการที่เธอแชร์เรื่องเหล่านี้กับฉันคือความพยายามที่จะทำให้ลูกสาวยังมีชีวิตอยู่ต่อไป เพื่อให้แน่ใจว่าความทรงจำเกี่ยวกับฮินด์จะไม่เลือนหายไป หรือกลายเป็นแค่หัวข้อข่าวที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป สุดท้ายครอบครัวของเธอทุกคนก็ให้การสนับสนุนและอนุญาตอย่างเต็มที่ เสียงของเธอที่เปี่ยมไปด้วยความเข้มแข็ง ความรักอันไร้ขีดจำกัด และความเจ็บปวดที่เกินจะบรรยาย ได้แทรกซึมอยู่ในทุกอณูของการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้"



"The Voice of Hind Rajab ฮินด์ ราจาบ เสียงร่ำไห้จากกาซา" ฉายแล้ววันนี้ ในโรงภาพยนตร์


แกลเลอรี