
กลับมาสร้างความม่วนจ้วดให้กับผู้ชมอีกครั้งในผลงานกำกับเรื่องใหม่ "ผู้บ่าวไทบ้าน อีสานจ้วด…" ที่เป็นการแท็กทีมร่วมสร้างสรรค์ล่าสุดของ "เวิร์คพอยท์ พิคเจอร์ส" และ "สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล" โดยผู้กำกับฝีมือดี "บอย-อุเทน ศรีริวิ" ที่เคยสร้างปรากฏการณ์โรงแตกให้กับหนังอีสานเรื่องแรกของเขาอย่าง "ผู้บ่าวไทบ้าน อีสานอินดี้" (2557) ที่ตั้งใจถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตความเป็นอยู่และวัฒนธรรมต่างๆ ของอีสานในมุมมองใหม่ที่สนุกสนานโดนใจผู้ชมถิ่นอีสาน ทำให้ผู้บ่าวผู้สาวตบเท้าตีตั๋วเข้าโรงหนังกันอย่างถล่มทลายเพื่อชมภาพยนตร์เรื่องนี้จนกลายเป็น "ภาพยนตร์ไทยเรื่องฮิตแห่งปี" อย่างเหนือความคาดหมาย รวมถึงกวาดรางวัลด้านภาพยนตร์อีกหลายรางวัล และถือเป็นการจุดประกาย "ปรากฏการณ์หนังไทยถิ่นอีสาน" คลื่นลูกใหญ่ให้เป็นหมุดหมายใหม่แก่วงการภาพยนตร์ไทยมาแล้ว ก่อนต่อยอดด้วยโปรเจกต์ "ผู้บ่าวไทบ้าน 2 ตอน แจกข้าวหาแม่ใหญ่แดง" (2559) และ "ผู้บ่าวไทบ้าน 3 หมาน แอนด์ เดอะ คำผาน" (2561) ที่นอกจากจะม่วนฮาสไตล์ไทบ้านแล้วก็ยังนำเสนอเนื้อหาที่สะท้อนปัญหาทางสังคมไทยได้เป็นอย่างดี
สำหรับภาพยนตร์ถิ่นอีสานที่ผมทำ 'ผู้บ่าวไทบ้าน' มาตั้งแต่ภาคแรกจนมาถึงภาคที่สี่นี้ ผมรู้สึกภูมิใจนะที่ได้เห็นการต่อยอดออกไปอีกหลายๆ เรื่องไม่ว่าจะเป็นไทบ้านเดอะซีรีส์ หรือหนังอีสานของทางเมืองกรุง ส่วนตัวก็รู้สึกดีใจที่ได้เห็นภาพยนตร์ท้องถิ่นอีสานเกิดเยอะขึ้นทุกวัน และพัฒนาคุณภาพขึ้นเรื่อยๆ ด้วย สำหรับผู้บ่าวไทบ้านภาคนี้ผมก็พยายามเล่าเรื่องที่มันใกล้ตัวกับคนดูทั่วไปมากขึ้น รวมไปถึงตัวนักแสดงที่มาเล่นก็เลือกนักแสดงที่คนดูเห็นแล้วจับต้องได้ว่านี่แหละอีสาน นี่แหละใช่ มาถ่ายทอดบทบาทการแสดงของแต่ละตัวละคร ซึ่งยังคงคอนเซปต์ความเป็นผู้บ่าวไทบ้าน 1-2-3 ไว้อยู่ครบ มันก็จะเป็นหนังรักเล็กๆ ซึ่งผู้ชมจะได้เห็นการอัปเดตชีวิตของคนอีสานยุคใหม่ ได้เห็นความเป็นอยู่ของคนหนุ่มคนสาวและคนเฒ่าคนแก่ที่มีชีวิตความเป็นอยู่ในยุคปัจจุบันนี้ จะได้เห็นมุมของนักเรียนม.ปลาย มุมของสาวโรงงาน มุมของคนที่มีธุรกิจเล็กๆ ส่วนตัวในหมู่บ้าน มุมของครอบครัว มุมของคนแก่ที่เป็นเพื่อนข้างบ้าน และก็เพื่อนสนิทไทบ้านที่ต่างเติบโตมาด้วยกัน เรื่องนี้ผมก็ได้บุคลากรเบื้องหน้าเบื้องหลังหลายคนหลายฝ่ายที่มีศักยภาพมาร่วมงานด้วยซึ่งก็ทำให้ 'ผู้บ่าวไทบ้าน อีสานจ้วด...' ออกมาอย่างสมบูรณ์แบบ รับรองความม่วนและอัตลักษณ์ความเป็นอีสานที่ผสมผสานลงไป ซึ่งผมก็อยากให้ทุกคนพร้อมใจจ้วดไปดูเรื่องนี้กันในโรงภาพยนตร์ครับ"
ตัวอย่างภาพยนตร์
MV "คิดฮอดอีหลี"