คุณมาร่วมโปรเจกต์นี้ได้อย่างไร
ผมคิดว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเจ็ดวันนั้นในปี 1976 ยังคงสะท้อนให้เห็นถึงประเด็นปัญหาหลายอย่างที่เรายังคงเผชิญกับมันอยู่ในปัจจุบัน และการค้นคว้าข้อมูลอย่างเปี่ยมคุณภาพของ "เคต โซโลมอน" (โปรดิวเซอร์) กับการเขียนบทภาพยนตร์ของ "เกรกอรี เบิร์ก" ก็กลายเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ผมตัดสินใจตอบรับคำชวนของ "ทิม บีแวน" (โปรดิวเซฮร์) มากำกับหนังเรื่องนี้ พูดกันตามจริงการได้สำรวจมิติทางการเมืองจากเหตุการณ์จี้เครื่องบินก็ช่วยเปิดมุมมองของผมเกี่ยวกับเหตุการณ์สำคัญระดับโลกให้กว้างมากขึ้น โดยเรื่องหนึ่งที่ยังคงมีข้อจำกัด ก็คือความเป็นไปได้ในการเจรจาสันติภาพระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์
อะไรที่ทำให้คุณคิดว่าปฏิบัติการณ์เอนเทบเบเหมาะกับการจับมาทำเป็นหนัง
การบุกจู่โจมที่เอนเทบเบนั้น แม้จะได้ชื่อว่าเป็นปฏิบัติการทางทหารที่ประสบความสำเร็จ แต่ก็ก่อให้เกิดผลกระทบสืบเนื่องต่อมาอีกหลายเรื่อง บางเรื่องถือว่าเป็นเรื่องสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์เลยทีเดียว ยกตัวอย่างเช่น การที่นายกรัฐมนตรี "เบนจามิน เนทันยาฮู" (Benjamin Netanyahu) เคยกล่าวว่าการที่เขาตัดสินใจมาลงเล่นการเมืองเพื่อรับใช้ประชาชน เนื่องจาก "โยนิ เนทันยาฮู" (Yoni Natanyahu) พี่ชายของเขาซึ่งเป็นหัวหน้าหน่วยคอมมานโดในปฏิบัติการครั้งนั้น ได้เสียชีวิตในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ ทำให้ผมเชื่อว่า ทั้งการเสียชีวิตอย่างหาญกล้าของโยนิและตัวแผนปฏิบัติการครั้งนั้น คือสิ่งที่มีบทบาทสำคัญในการกำหนดเส้นทางความเป็นนักการเมืองของเนทันยาฮู รวมถึงนโยบายต่างๆ ของเขา มันจึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่ภาพยนตร์และหนังสารคดีส่วนใหญ่ (ไม่ใช่ทั้งหมด) ที่นำเสนอเหตุการณ์ในเอนเทบเบมักจะกล่าวถึงปฏิบัติการทางทหารเป็นหลัก
ภาพยนตร์ที่ผมกำกับเรื่องนี้บอกเล่าเรื่องราวคู่ขนานกันสองเรื่องซึ่งเกี่ยวพันกับเหตุการณ์จู่โจม โดยเรื่องหนึ่งว่าด้วยเรื่องราวของเหล่าตัวประกันและกลุ่มผู้ก่อการร้าย โดยจะแสดงให้เห็นว่าพวกเขามีปฏิสัมพันธ์กันอย่างไร และเผยถึงสภาพจิตใจที่เปลี่ยนแปรไปตามวันเวลาที่ล่วงผ่าน ส่วนอีกเรื่องหนึ่งนั้นจะแสดงให้เห็นถึงการพูดคุยถกเถียงกันภายในคณะรัฐบาลอิสราเอลต่อเหตุการณ์จี้เครื่องบินที่เกิดขึ้น โดยมีฝ่ายที่ยืนยันว่าจะไม่ยอมให้มีการเจรจาต่อรองเกิดขึ้นโดยเด็ดขาดคือ รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม "ชิมอน เปเรส" ตรงข้ามกับนายกรัฐมนตรีอิสราเอล "ยิตซัก ราบิน" ผู้มองว่าควรนำเอาการเจรจาต่อรองขึ้นมาเป็นทางเลือก
คุณให้ความสำคัญกับอะไรที่สุดในการทำหนังเรื่องนี้
ผมพยายามใส่รายละเอียดที่ถูกต้องลงไปในหนังให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผม เราได้พูดคุยกับผู้คนจำนวนมากที่เคยอยู่ในเหตุการณ์นั้น อาทิ ทหาร 5-6 นายที่เข้าร่วมภารกิจช่วยเหลือตัวประกัน เท่ากับว่าเราทำหนังเรื่องนี้โดยการนำปากคำของพยานที่อยู่ในที่เกิดเหตุโดยตรงมาถ่ายทอด ไม่ใช่เอาจากคำพูดของคนอื่นที่มักจะมีคำพูดว่า "ฉันเคยได้ยินมา" หรือ "ฉันเชื่อว่า" มาสร้าง และนั่นก็ทำให้ผมคิดว่าเราเขยิบเข้าใกล้ความจริงมากที่สุด
การทำหนังจากเอกสารหลักฐานที่ระบุไว้เพียงอย่างเดียวย่อมไม่อาจทำให้เห็นภาพรวมที่ชัดเจน เนื่องจากบ่อยครั้งมักมีบางอย่างที่ขัดแย้งกันเองเสมอ แม้ว่าเราจะตั้งเป้าว่าจะถ่ายทอดความจริงออกมา ทว่ามันก็เป็นความจริงในมุมมองของเราที่พยายามจะทำออกมาให้ใกล้เคียงมากที่สุดเท่านั้นเอง และผมก็ไม่คิดว่าจะมีใครกล้าพูดว่าตนรู้เรื่องที่เกิดขึ้นในเอนเทบเบแบบร้อยเปอร์เซ็นต์
โดยส่วนตัวแล้วคุณชอบฉากไหนที่สุดในเรื่อง
ฉากอินเตอร์คัตของคณะ Batsheva ที่กำลังแสดงการเต้น หลังจากการจู่โจมที่เอนเทบเบเสร็จสิ้นลง (อันเป็นการสร้างความชอบธรรมให้กับเรื่องราว) ซึ่งผมคงจะไม่อธิบายให้ชัดๆ หรอกว่าการอุปมาเปรียบเปรยที่ผมใส่ลงไปนั้นหมายถึงอะไร เพราะมันจะทำให้สูญเสียมนตร์ขลังในการตีความไป แต่ขอให้ตั้งใจดูฉากการเต้นนี้ให้ดี นักเต้นทั้งหมดล้วนแต่งกายด้วยเครื่องแต่งกายแบบดั้งเดิม ร้องและเต้นในเพลงในเทศกาลปัสกา (Passover) การเคลื่อนไหวของพวกเขาสื่อให้เห็นถึงความเจ็บปวดทรมานอย่างรุนแรง ยิ่งการแสดงดำเนินไปมากขึ้น นักเต้นจะค่อยๆ ปลดเปลื้องเสื้อผ้าออกทีละชิ้น มีนักเต้นเพียงคนเดียวที่ไม่ได้เหมือนคนอื่น ทว่าเอาแต่ทิ้งตัวลงจากเก้าอี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“7 Days in Entebbe” นำแสดงโดย 3 นักแสดงคุณภาพฝีมือเหนือชั้นนำโดย “โรซามันด์ ไพก์” สาวมาดเข้มจาก Jack Reacher และยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงออสการ์จาก Gone Girl, “แดเนียล บรูห์ล” จาก Captain America: Civil War และได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงลูกโลกทองคำจาก Rush โดยทั้งคู่มารับบทเป็นสองตัวละครในกลุ่มผู้ก่อการร้าย ร่วมสมทบด้วย “เอ็ดดี มาร์ซาน” จาก Sherlock Holmes ในบทบาทของเจ้าหน้าที่รัฐบาลในทีมปฏิบัติการบุกชิงตัวประกัน ผ่านการเขียนบทโดย “เกร็กกอรี เบิร์ก” ผู้อยู่เบื้องหลังเรื่องราวสุดเข้มข้นในหนังฟอร์มเยี่ยม '71 และกำกับโดย “โฮเซ พาดิลา” ผู้กำกับฝีมือเดือดจาก Elite Squad, RoboCop และซีรีส์ฮิต Narcos
จากเรื่องจริงชวนทึ่งของภารกิจบุกชิงตัวประกันที่พลิกหน้าประวัติศาสตร์โลก “7 Days in Entebbe” 5 เมษายนนี้ ในโรงภาพยนตร์