ผีโทรศัพท์ (Viral)
สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล | 80 นาที | วันเข้าฉาย : 08/11/18
ผู้กำกับ : มนัสนันท์ พงษ์สุวรรณ
นักแสดง
พลอย ศรนรินทร์
จ๋า-สุธีธิดา เกียรติกิจเจริญ
เบสท์-ณัฐสิทธิ์ โกฏิมนัสวนิชย์
อ๋อง-ธนา ตันตรานนท์
TRAILER
เรื่องย่อ

ภาพยนตร์ไทยสยองขวัญเรื่องล่าสุดของผู้กำกับหญิง “มนัสนันท์ พงษ์สุวรรณ” เล่าเรื่องราวของแก๊งเพื่อนซี้ “แตง” (พลอย ศรนรินทร์), “คิตตี้” (จ๋า สุธีธิดา), “ไตเติ้ล” (อ๋อง ธนา) พร้อมด้วย “วิทย์” (เบสท์ ณัฐสิทธิ์) แฟนหนุ่มของคิตตี้ ที่แม้จะมีฐานะแตกต่างกัน แต่พวกเขาต่างก็เติบโตและใช้ชีวิตร่วมกันมาตั้งแต่เด็ก และเมื่อวันหนึ่งสถานที่ที่พวกเขาผูกพันกำลังจะถูกรื้อทำลาย ทั้งหมดจึงนัดกันไปรำลึกความหลังกันเป็นครั้งสุดท้าย

 

แต่แล้วความทรงจำที่พวกเขาหวังจะได้เก็บมันไว้เป็นที่ระลึก กลับแทนที่ด้วยความหลอนระทึกที่ยากจะลบมันทิ้งไปจากชีวิต เมื่อการรวมตัวกันเล่น “เกมผีออนไลน์” (Ghost Hunt) ของพวกเขาบังเอิญทำให้แตงถ่าย “ภาพติดผี” ได้ที่ตึกร้างแห่งนั้น เธอและคิตตี้จึงรีบส่งต่อให้เพื่อนคนอื่นๆ ด้วยความท้าทายและคึกคะนองในการแกล้งเพื่อนที่กลัวผี โดยไม่รู้เลยว่าความสยองที่ถูกแพร่กระจายไปในมือถือนั้นอาจจะเล่นงานพวกเขาและคนรอบข้างจนถึงตายได้

 

สุดท้ายแล้ว แตงและคิตตี้จึงต้องรีบคลี่คลายปัญหาทุกอย่างให้เร็วที่สุดทั้งความสัมพันธ์ส่วนตัวและความสยองส่วนรวม ก่อนที่ “ผีโทรศัพท์” นี้จะย้อนกลับมาทำลายชีวิตพวกเธอ…

 

VIRAL-POSTER

 

บันทึกผู้กำกับ (Director’s Note)

เรื่องราวในภาพยนตร์เรื่อง “ผีโทรศัพท์” นี้ ได้แรงบันดาลใจมาจากเรื่องใกล้ตัวทั้งนั้น…

 

ส่วนแรกคือทีมงานที่ใกล้ชิดกันส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่น ทุกคนจะติด “มือถือ” และเล่นเกมตลอดเวลา จนตีสามมันก็ไม่หลับไม่นอน แต่จริงๆ ก็ไม่ใช่แต่วัยรุ่นหรอก พวกเราทุกคนล้วนติดมือถือด้วยกันทั้งนั้น จนมันแทบจะเป็นยิ่งกว่าอวัยวะส่วนหนึ่งของร่างกายเรา ถ้าแบตหมดหรือโทรศัพท์หายนี่นับเป็นความหายนะมากๆ ทั้งที่เมื่อก่อนเราก็มีชีวิตอยู่ได้ โดยไม่ต้องมีมันติดตัว แต่สมัยนี้ไม่ได้เสียแล้ว…

 

อีกส่วนหนึ่งซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องราวเหนือธรรมชาติในหนังเรื่องนี้คือเรื่องผี “การถ่ายติดภาพผี” ซึ่งส่วนนี้เป็นประสบการณ์ตรง ตอนที่ถ่ายทำเรื่อง “โรงเรียนผี” เมื่อสองปีก่อน ในช็อตที่โก๊ะตี๋วิ่งลงบันไดมากับเจ้าด๊อง-หมาคู่ใจ ปลายเฟรมจะถ่ายติดคนใส่เสื้อสีส้มแขนยาว ซึ่งตอนถ่ายเราไม่เห็น ตากล้องไม่เห็น ไม่มีใครเห็นเลย จนตัดเสร็จก็ส่งไปที่คนทำซีจี แล้วนั่งดูด้วยกัน เขาเห็นคนแวบๆ ใส่เสื้อสีส้ม เราก็ตกใจ มาดูกันอีกทีก็เป็นคนที่เราไม่คุ้นหน้า ไม่ใช่ทีมงาน และยืนอยู่ในจุดที่ทีมงานไม่มีทางมายืน เพราะมันคือส่วนหนึ่งของเฟรมที่ถ่าย และคนนอกก็ไม่มีทางมาอยู่ตรงนี้ได้ เพราะกลางคืนปิดตึกถ่าย

 

จากนั้นก็เริ่มมี “การส่งภาพ” นี้ไปตามทีมส่วนต่างๆ ซึ่งสงสัยว่าเป็นช่างไฟ แต่ทางทีมไฟก็ปฏิเสธกลับมาว่า ไม่มีทีมไฟหน้าตาแบบนี้แน่นอน ก็เลยคิดว่าคงไม่ใช่คนแล้วล่ะนะ แต่ระหว่างที่ส่งรูปนี้ไปยังคนอื่นๆ เพื่อเช็กว่า “มันเป็นคนหรือผี” เราก็ไม่กล้าที่จะเก็บภาพนี้ไว้ในเครื่อง เพราะมีความกลัวเหมือนกัน เราก็เลยลบภาพทิ้งไป

 

ตรงนี้เลยเป็นที่มาของกติกาในหนัง “ผีโทรศัพท์” ว่า ถ้าเรายัง “เก็บภาพผี” นี้ไว้ ผีจะมีโอกาสออกมา “หลอก” เราได้มั้ย เพราะมันมี “มีเดีย” แล้วเป็น “เครื่องโทรศัพท์” นั่นเอง

 

สองส่วนนี้เมื่อมารวมในหนัง ผนวกกับที่เราชอบเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนสนิท ที่คิดว่าหลายคนก็น่าจะมีประสบการณ์ร่วมอยู่ นั่นคือ “ความสัมพันธ์แบบ LoveHate Relationship” ที่เพื่อนสนิทมักจะเป็นกัน มันมีทั้งความรักและความชังผสมกันอยู่

 

หลังจากที่ทำหนังผีมาแล้ว 2 เรื่อง ทุกเรื่องเราพยายามที่จะทำสไตล์ให้มันแตกต่างกันอยู่เสมอ เพื่อให้สอดคล้องกับ Mood and Tone ของหนัง อย่างใน “บองสรันโอน” (2558) จะออกแนวมินิมอล ส่วนใน “โรงเรียนผี” (2559) ตั้งใจให้เป็นวินเทจ ขณะที่ใน “ผีโทรศัพท์” (2561) ก็จะออกมาอีกสไตล์หนึ่งเลย ในแง่ของการเคลื่อนกล้องและการถ่ายทำ Movement และ Pacing ของงานด้านภาพ


FEATURED NEWS & PROMOTION