พูดคุยกับ “ยอนซังโฮ” ผู้กำกับหนังผู้สร้างปรากฏการณ์จักรวาลเคซอมบี้ให้คลั่งไปทั่วโลก ต่อยอดความมันส์ระทึกอีกครั้งใน “Train to Busan: Peninsula ฝ่านรกซอมบี้คลั่ง” 4 ปีให้หลัง เปลี่ยนเกาหลีเป็นนรก

Peninsula-Still19

 

“ยอนซังโฮ” ถือเป็นผู้กำกับเกาหลีหน้าใหม่ที่น่าจับตามองมากที่สุดและเป็นผู้กำกับที่ไม่เคยหยุดท้าทายความสามารถ หลังจากที่ผลงานของเขาเคยสร้างปรากฏการณ์ซอมบี้เกาหลีให้คลั่งระเบิดมาแล้วทั่วโลกจาก “Train to Busan” (2016) ทำลายทุกสถิติประกาศศักดาเคซอมบี้ให้โลกได้รับรู้ โดยภาพยนตร์ถูกฉายกว่า 160 ประเทศทั่วโลก ทำรายได้กว่า 140 ล้านเหรียญขึ้นทำเนียบภาพยนตร์เกาหลีที่ทำรายได้สูงสุดตลอดกาล รวมถึงผลงานจักรวาลหนังซอมบี้ของเขายังถูกนำไปฉายใน “เทศกาลหนังเมืองคานส์” พร้อมกับกวาดคำชมและกระแสความชื่นชอบต่างๆ จากนักวิจารณ์และผู้ชมมาอย่างมากมาย ก่อนต่อยอดความสำเร็จด้วยแอนิเมชัน “Seoul Station” (2016) บอกเล่าเรื่องราวต้นกำเนิดซอมบี้ที่ระบาดความคลั่งไปทั่วโลก

 

และล่าสุด ผลงานสานต่อปรากฏการณ์เคซอมบี้ที่คอหนังและแฟนๆ ซมบี้คลั่งไม่ควรพลาดกับ “Train to Busan: Peninsula ฝ่านรกซอมบี้คลั่ง” ผลงานเรื่องที่ 3 ของ “หนังไตรภาคเคซอมบี้” ที่เล่าเหตุการณ์ 4 ปีให้หลัง “Train to Busan” กับการระบาดของซอมบี้ที่กลืนกินทั่วคาบสมุทรเกาหลีหลังจากทั่วทั้งภูมิภาคโดนฝูงซอมบี้เข้ายึดครอง หนังว่าด้วยเรื่องราวของชายที่หวนคืนแผ่นดินบ้านเกิด, กลุ่มผู้รอดชีวิตที่ไม่เคยจากไปไหน กลุ่มคนวิปริตเพราะสภาพแวดล้อมอันโหดร้าย และการทำทุกวิถีทางเพื่อเอาชีวิตรอดจากความบ้าคลั่งของฝูงซอมบี้ที่ดุดัน ว่องไว และสามารถสู้แสงได้มากกว่าเดิมแบบทวีคูณ

 

“ผมอยากเล่าเรื่องของเกาหลีของคนยุคปัจจุบันหลังการระบาดของฝูงซอมบี้ที่อยู่ทั่วทุกที่ มนุษย์ที่มีชีวิตรอดจะอยู่ยังไงในสังคมที่มีกรอบชัดเจน การรับมือกับโลกใหม่ที่แสนป่าเถื่อน ถ้าโลกที่เขาอยู่มีแต่ฝูงซอมบี้และมนุษย์ที่ไม่มีมนุษยธรรม คุณจะได้พบกับการต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดของมนุษย์ในยุคหลังโลกล่มสลาย”

 

Peninsula-Still14

 

“Train to Busan” ถือเป็นภาพยนตร์บล็อกบัสเตอร์ที่ประสบความสำเร็จทั่วโลก ในฐานะผู้กำกับรู้สึกกดดันแค่ไหนสำหรับการทำภาพยนตร์ “Train to Busan: Peninsula”

ถ้าจะบอกว่าไม่กดดันก็คงจะโกหกครับ ผมคิดว่าหลายคนคงอยากรู้เรื่องราวหลังจาก “Train to Busan” ตัวผมเองอยากจะตอบแทนผู้ชมมากกว่าเรื่องของความสำเร็จในการทำภาพยนตร์ภาคต่อให้ประสบความสำเร็จเท่ากับภาคแรกครับ ผมได้เปิดมุมมองใหม่ใน “Train to Busan” ไปแล้ว สำหรับใน “Train to Busan: Peninsula” ผมวางแผนไว้ว่าจะขยายมุมมองให้ใหญ่ขึ้น ซึ่งอันนี้คือจุดที่ผมรู้สึกเต็มที่มากๆ การเปิดขยายมุมมองไม่ได้กดดันสำหรับผม แต่มันทำให้ผมรู้สึกสนุกมากครับ

 

ด้วยทุนสร้างที่สูงกว่า “Train to Busan” อะไรคือความแตกต่างจากภาคแรก และอะไรคือสิ่งที่คาดหวังว่าผู้ชมจะได้เห็นจาก “Train to Busan: Peninsula”

อย่างแรกเลยก็คือผู้ชมจะได้เข้าไปสัมผัสประสบการณ์ในพื้นที่ที่ไม่รู้จักที่เรียกว่า “Peninsula” ในช่วงเวลา 4 ปีผ่านไปกับเรื่องราวของตัวละครที่ชื่อ “จองซอก” ครับ ใน “Train To Busan” ผู้ชมจะตื่นตัวไปกับจุดเริ่มต้นของเชื้อไวรัสที่เราไม่รู้จักที่เกิดในสถานที่ที่เราใช้ชีวิตประจำวัน แต่สำหรับ “Train to Busan: Peninsula” จะเกิดในสถานที่ที่เราไม่คุ้นเคยไม่รู้จักมาก่อน และผู้ชมก็จะมีส่วนร่วมในการสำรวจโลกนี้ไปพร้อมกับตัวละครหลัก ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นมากครับ

 

ตลอดระยะเวลาในการถ่ายทำ คุณมีเหตุการณ์ความประทับใจในทำงานกับนักแสดงด้านไหนบ้าง

ประทับใจมาก เพราะผมคิดว่าภาพลักษณ์และอารมณ์ของ “Train to Busan: Peninsula” จะถูกถ่ายทอดผ่านนักแสดงครับ โดยรวมแล้วผมคิดว่าพวกเขาเป็นนักแสดงที่เหมาะสมกับภาพยนตร์ตามที่ผมคิดไว้ครับ ในด้านการทำงานอย่างของ “คังดงวอน” ที่รับบท “จองซอก” ก็สามารถถ่ายทอดซีนแอคชั่นได้ยอดเยี่ยม ไม่แค่เฉพาะความแอคชั่น แต่ยังใส่อารมณ์ของตัวละครลงไปในการเล่นแอคชั่นแต่ละซีนได้อย่างสมบูรณ์แบบ ดังนั้นอารมณ์ส่วนใหญ่ใน “Train to Busan: Peninsula” จึงเปรียบเสมือนอารมณ์ทั้งหมดของจองซอกครับ

สำหรับ “อีจองฮยอน” ที่รับบท “มินจอง” หญิงสาวที่แข็งแกร่ง มีบุคลิกเหมือนกับนักรบหญิง และยังเป็นคุณแม่ที่มีหลายคาแร็กเตอร์อยู่ในคนคนเดียว ผมคิดไว้ตั้งแต่แรกว่าจะต้องเป็นอีจองฮยอนคนเดียวเลยครับ เพราะผมคิดว่าการหาคนที่มีคาแร็กเตอร์หลากหลายเหมือนอีจองฮยอนยากมากครับ อย่างตอนที่ผมต้องการหา “จุนอี” ซึ่งเป็นตัวละครที่เป็นกุญแจสำคัญของเรื่อง และพวกเราก็ได้พบกับ “อีเร” ตอนนั้นผมดีใจมากที่หาคนที่มีความเหมาะกับคาแร็กเตอร์จุนอีได้ครับ อีเรก็แสดงออกมายอดเยี่ยมเป็นที่น่าพอใจมาก ไม่ว่าจะเป็นการแสดงฉากแอคชั่นหรือซีนอารมณ์ ผมรู้สึกขอบคุณมาก หลังจากที่ผมดูหนังจบ ผมจินตนาการไม่ออกเลยครับว่าถ้าเป็นนักแสดงคนอื่นหนังจะออกมาเป็นอย่างไร ผมรู้สึกโชคดีมากครับ

 

อะไรที่คุณให้ความสนใจมากที่สุดในการถ่ายทำ

จริงๆ แล้วผมให้ความสำคัญและตั้งใจทำหนังเรื่องนี้ทุกส่วนเลยครับ ส่วนไฮไลต์ของหนังเรื่องนี้จะแตกต่างจากเรื่องก่อนหน้านี้ ฉากขับรถไล่ล่าที่อยู่ในครึ่งหลังของหนัง ผมตั้งใจมากเพื่อให้ผู้ชมรู้สึกอินเหมือนได้ขับรถไล่ล่าในดินแดนหลังวันสิ้นโลกครับ

 

Peninsula-Still13

Peninsula-Still09

Peninsula-Still16

Peninsula-Still17

Peninsula-Still10

 

มุมมองความเป็นมนุษย์ใน “Train to Busan: Peninsula” มีความแตกต่างอย่างไรกับ “Train to Busan”

สิ่งที่เกิดขึ้นในดินแดนหลังวันสิ้นโลกจะมีความขัดแย้งกับความเป็นมนุษย์โดดเด่นมากครับ มนุษย์ผ่านพ้นช่วงที่โลกพังพินาศ เราพยายามให้ภาพยนตร์ถ่ายทอดภาพและความหมายออกมาแบบนั้นครับ

 

การทำงานกับนักแสดงเป็นอย่างไรบ้าง

ก็สนุกนะครับ นักแสดงทุกคนสามารถถ่ายทอดและแสดงออกมาได้ตรงตามที่ผมตั้งใจ อย่าง “คังดงวอน” เขาใส่อารมณ์ตัวละครเข้าไปในฉากแอคชั่นได้เป็นอย่างดีอารมณ์ที่ส่งผ่านทางสายตาผมเชื่อว่าจะทำให้คุณอินไปกับเรื่องราวได้เป็นอย่างดี หรืออย่าง “อีจองฮยอน” เองก็แสดงตัวละครของ “มินจอง” ออกมาได้สมจริงทุกมิติ รับรองว่าคุณจะได้เห็นฉากแอคชั่นสุดมันส์แบบที่ไม่เคยปรากฏในภาพยนตร์เรื่องไหนมาก่อน

 

รู้สึกอย่างไรที่หนังของคุณได้ถูกรับเลือกไปที่ “เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์” อีกครั้ง

“เทศกาลหนังเมืองคานส์” คือความฝันของผมตั้งแต่ตอนเริ่มทำหนังครับ พอทางเทศกาลหนังเมืองคานส์เลือกหนังเราไปอีกครังหลังจาก “Train to Busan” ผมรู้สึกขอบคุณและเป็นเกียรติอย่างยิ่งครับ

 

ปิดท้ายฝากผลงานภาพยนตร์ “Train to Busan: Peninsula”

หนังเรื่อง “Train to Busan: Peninsula” เป็นหนังที่เหมาะที่จะไปดูในโรงภาพยนตร์มากๆ ครับ ผมคิดว่าคงจะมีใครหลายคนที่ตื่นเต้นและรอคอยกับภาพยนตร์เรื่องนี้ หวังว่าทุกคนจะได้ชมผลงานของเราในโรงภาพยนตร์อย่างปลอดภัยนะครับ

 

เตรียมพบกับแอคชั่นระทึกสุดมันส์และฝูงซอมบี้ไล่ล่าดุเดือดในผลงานเรื่องล่าสุดของ “ยอนซังโฮ” ใน “Train to Busan: Peninsula ฝ่านรกซอมบี้คลั่ง” 23 กรกฎาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์

 

Train to Busan: Peninsula ฝ่านรกซอมบี้คลั่ง

Train to Busan: Peninsula ฝ่านรกซอมบี้คลั่ง

หลังจากปรากฏการณ์ซอมบี้ฟีเวอร์ “Train to Busan” (2016) ระบาดความฮิตถล่มทลายไปทั่วทุกจอภาพยนตร์ ถึงเวลากลับมาคลั่งพร้อมกันทั้งโลกไปกับ “Train to Busan: Peninsula” เหตุการณ์ 4 ปีให้หลัง “Train to...

รายละเอียดภาพยนตร์

Featured News