Sahamongkolfilm InternationalSahamongkolfilm International
HOMEMOVIESAHA ORIGINALSFEATURED NEWSSAHA STOREABOUT US
Sahamongkol FilmMongkol MajorMongkol Cinema

บริษัท สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด

55/5 ซอยพหลโยธิน 2 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400

Sahamongkolfilm International co. ltd.

55/5 Soi Phaholyothin2 Phaholyothin Rd. Samsennai Phayathai Bangkok 10400

MOVIE

  • ข่าวและโปรโมชั่น
  • ภาพยนตร์ไทย
  • ภาพยนตร์ต่างประเทศ

CORPORATE

  • About Us
  • Jobs
  • Contact

SERVICE

  • Saha Store
  • SAHA Studio
  • Saha Foundation

© Copyright 2026 Sahamongkolfilm. All rights reserved.

ผีห่าอโยธยา (The Black Death)
  1. MOVIE
  2. ผีห่าอโยธยา (The Black Death)
ผีห่าอโยธยา (The Black Death) poster
  1. MOVIE
  2. ผีห่าอโยธยา (The Black Death)

ผีห่าอโยธยา (The Black Death)

1 ชั่วโมง 24 นาที|วันเข้าฉาย 14 พฤษภาคม 2015

ดราม่า, ประวัติศาสตร์, สยองขวัญ, แฟนตาซี, แอ็กชัน

เรื่องย่อ

ในปีพุทธศักราช 2112

หลังกรำศึกสงครามจากทัพหงสาของพระเจ้าบุเรงนองอย่างต่อเนื่อง

ท้ายที่สุดอโยธยาก็เสียกรุงให้กับพม่า

แต่ว่ากันว่าหากแม้นการล่มสลายครานั้นหาได้มาจากศึกสงครามแล้วไซร้

จักยังคงมีหมายเหตุอื่นใดที่ทำให้อโยธยาถึงกาลต้อง...สิ้นแผ่นดิน

"สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล" และ "ฟุ๊คดุ๊ค ฟิล์ม"

รับศักราช 2558 ด้วยการย้อนอดีตไปสู่พุทธศักราช 2108

"ผีห่าอโยธยา"

ภาพยนตร์แอ็คชั่นสยองขวัญเลือดสาดย้อนยุค Period - Survival - Action - Horror

จากผลงานเขียนบท-กำกับภาพยนตร์โดย "ม.ร.ว.เฉลิมชาตรี ยุคล"

“หมู่บ้านเราครานี้ฤาจะถึงกาลวิบัติเสียแล้วกระมัง พวกฝูงผีห่าจัญไรนี่ก็มากล้นเหลือคณานับ

ฆ่าเท่าไหร่ก็ไม่รู้จักตายสิ้น หนำซ้ำเหล่าศพโรคห่านี้กลับฟื้นกัดกลืนกินผู้คนเสียนี่ 

เว้นเสียว่าจักต้องอาศัยเพลงดาบที่รวดเร็ว รุนแรงบั่นคอมันให้ได้ใน...ดาบเดียว”

14 พฤษภาคม 58 ถึงคราที่อุบัติผีห่า...

จักรุกรานพี่น้องกลืนกินอโยธยาจนแทบสิ้นแผ่นดิน


จากบทบันทึกของพงศาวดารและจดหมายเหตุทางประวัติศาสตร์ว่ากันว่าเมื่อราว 449 ปีที่แล้ว ในปีพุทธศักราช 2111 "พระเจ้าบุเรงนอง" ทรงนำทัพเข้ารุกรานอโยธยาทางด่านแม่ละเมา เมืองตาก ผ่านการกรำศึกสงครามอย่างต่อเนื่องจนในราวพุทธศักราช 2112 อโยธยาก็แพ้พ่ายสิ้นชื่อให้กับทัพพม่าจากหงสาก่อนที่จะเสียกรุงในท้ายที่สุด ว่ากันว่าหากแม้นการล่มสลายของอโยธยาในครานั้นหาได้มาจากภัยสงครามแล้วไซร้ จักมีหมายเหตุหลักฐานอื่นใดที่จะบ่งบอกถึงการกลืนกินถิ่นฐานครานั้น
ปีพุทธศักราช 2108 ท่ามกลางมหาศึกระหว่างอโยธยาและหงสา ยังมีคำบอกเล่าถึงโรคาพิบัติภัยครั้งใหญ่ที่ประวัติศาสตร์มิได้จารึกไว้นั่นคืออุบัติแห่ง "ผีห่า" หายนะอาเพศที่ทำให้ศพที่เสียชีวิตจากโรคห่­า กลับฟื้นชีวิตขึ้นใหม่อีกครั้งในคราบของอสูรร้ายที่ไล่ล่ากัดกินผู้คนเพื่อแพร่เชื้อ­ร้ายให้มนุษย์กลับกลายมาเป็นพวกของมัน แม้แต่พระ ลูกเล็ก เด็กแดง คนหนุ่มคนสาว ตลอดจนคนแก่ คนเฒ่า หญิงชายก็ไม่เว้น โดยที่มิมียาสมุนไพรใดจะรักษา มิมีอาวุธอื่นใดที่จะหยุดมันลงได้
หลายชีวิตที่เหลือพยายามทุกวิถีทางที่จะหนีตายให้รอดพ้นจากฝูงผีห่าซึ่งประกอบไปด้วย "ไอ้คง" (เต้ย-พงศกร เมตตาริกานนท์) เด็กวัดที่หมายเด็ดดอกฟ้าอย่าง "เมี้ยน" (ซอนญ่า สิงหะ) ลูกเศรษฐีประจำหมู่บ้านที่ยอมละทิ้งทุกอย่างเพื่อความรักและเลือกหนีตายไปด้วยกัน, "ไอ้ขวัญ" (แต๊บ AF-ธนพล มหธร) หนุ่มนักเที่ยวขาประจำโรงชำเราชาย และ "อีพลอย" (แม็กกี้-อาภา ภาวิไล) คณิกาสาวสวยผู้แสนอาภัพงามทั้งรูปร่างและหน้าตาแต่กลับเป็นใบ้หูหนวก, "อีบัว" (โซดา-วีรี ละดาพันธ์) ช่างตีดาบหญิงที่เก่งกาจในการใช้สรรพอาวุธและการต่อสู้ไม่แพ้ชายอกสามศอกคู่อริของ "นายจัน" (หนึ่ง-ชลัฎ ณ สงขลา) เจ้าของกิจการโรงชำเราชายผู้มั่งคั่ง ละโมบ และเห็นแก่ได้ พร้อมทาสผู้ซื่อสัตย์อย่าง "ไอ้เล็ก" (พฤกษ์ รัตนฐิตินันต์ ) และ "ไอ้น้อย" (ชนนันท์ สิทธิเดช) ต้องมาอยู่รวมกันบ้างชิงชังรักใคร่ไม่ก็เกลียดกันจนเข้ากระดูก แต่ดูเหมือนจะมีเพียง "ไอ้เทพ" (คานธี วสุวิชย์กิต) หนุ่มขี้เหล้าต่างถิ่นอดีตนายทหารหัวหมู่ทะลวงฟันในศึกหงสาหนึ่งเดียวที่รอดชีวิตมาได้ล่วงรู้ว่าวิธีที่จะหยุดพวกผีห่าได้มีเพียงต้อง "ฟันหัว" ขอ­งมันให้ขาดออกจากร่างเท่านั้น แต่ทว่าผู้คนเพียงหยิบมือฤาจะรับมือกับผีห่าที่มาป็นฝูง ใช่ว่าทุกชีวิตจะมีเล็ดรอดไปได้ ฤานี่จะเป็นลางบอกเหตุให้รู้ว่าถึงคราที่อุบัติผีห่า...จักรุกรานพี่น้องกลืนกินอโยธยาจนแทบสิ้นแผ่นดิน

Black-Death-Still03

Black-Death-Still01


บทบันทึกเลือดสาดกับการทุ่มสุดชีวิตของเหล่านักแสดงและทีมงาน กว่าจะมาเป็น "ผีห่าอโยธยา"
  • ด้วยความตั้งใจให้ "ผีห่าอโยธยา" มีความเป็นภาพยนตร์สยองขวัญในแนว "Hack and Slash" (มีฉากสับ หั่น ปาดคอ เลือดสาด) แบบสุดขั้ว ทำให้ตลอดการถ่ายทำฉากต่อสู้ฟาดฟันกับเหล่าผีห่าจะเน้นการถ่ายทำแบบสมจริง Real สดในกล้อง พึ่งพางานโพสต์โปรดักชั่นจากการตบแต่งภาพโดยอาศัย CG (คอมพิวเตอร์กราฟิd) ให้น้อยที่สุด ทำให้ในกระบวนการถ่ายทำนักแสดงทุกคนทั้งหญิงและชายโดยเฉพาะอย่างยิ่ง 7 ตัวละครหลักที่ล้วนมีฉากที่ต้องบั่นคอผีห่ากันทุกคนต้องผ่านการซักซ้อมในการเล่นคิวบู๊และแสดง โดยต้องสัมพันธ์กับทีมเมกอัปเอฟเฟกต์ที่ดูแลตัวผีห่าและทีมงานฝ่ายศิลป์ที่ต้องรับผิดชอบในการทำเทคนิคเลือดสาด และที่สำคัญต้องอยู่ในทิศทางของมุมกล้องภาพยนตร์ที่ถูกกำหนดไว้ในตอนถ่ายทำ ส่งผลให้ในแต่ละคัตแต่ละซีนที่นักแสดงและทีมงานจะต้องเซตการถ่ายฉากตัดคอผีห่าซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนกว่าจะได้ภาพออกมาเป็นที่พอใจตรงกับความต้องการของผู้กำกับ ส่งผลให้ในหลายๆ ฉากที่ปรากฏในภาพยนตร์ผ่านการถ่ายทำมากนับเป็นสิบเทกเลยทีเดียว


  • กว่า 80 เปอร์เซ็นต์ในการถ่ายทำที่เหล่านักแสดงจะต้องเผชิญหน้ากับผีห่า และถ่ายทำในฉากแอคชั่น ไล่ล่า ต่อสู้กับผีห่า ทำให้ตลอดการถ่ายทำมีเพียงแค่ 20 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่นักแสดงทุกคนจะได้แต่งกายในชุดพีเรียดย้อนยุคสวยงาม นอกเหนือจากนั้นแล้วในทุกคิวถ่ายทั้งหมดที่เหลือนักแสดงทุกคนจะต้องถูกจับมาลงฝุ่นและชุ่มชโลมไปด้วยเลือดที่ทีมงานฝ่ายศิลป์และทีมเมกอัปจะต้องเตรียมพร้อมเพื่อแต่งแต้มคราบเลือดไปตามใบหน้าเนื้อตัวแขนขาร่างกายตลอดจนเสื้อผ้าที่สวมใส่ของนักแสดงทุกคนจนกระทั่งปิดกล้องเลยทีเดียว


  • ด้วยความที่ตัวภาพยนตร์ถูกนำเสนอในรูปแบบของหนังผีที่มาในบรรยากาศย้อนยุค ทำให้การแต่งกายของยุคสมัยของตัวละครชายบางครั้งไม่ใส่เสื้อ หรือนักแสดงหญิงคาดผ้าแถบหรือห่มสไบ ทำให้เวลาเข้าฉากแอคชั่นต่อสู้กับผีห่านอกจากจะไม่มีการใช้สแตนด์อินหรือตัวแสดงแทนแล้ว ในหลายๆ ฉากไม่สามารถใส่รองเท้าหรือติดตั้งสวมใส่อุปกรณ์เซฟตี้สมัยใหม่ในการเข้าฉากแอคชั่นได้ ทำให้บรรดานักแสดงจากภาพยนตร์ล้วนแล้วได้รับร่องรอยบาดแผลอันเป็นที่ระลึกจากภาพยนตร์หลังการถ่ายทำในแต่ละวันอยู่ตลอดเวลา แต่ด้วยสปิริตอันแรงกล้าและการทุ่มเทอย่างเต็มร้อยทำให้หลายๆ ฉากที่ออกมาดูสมจริงตามอารมณ์ของตัวละครและเรื่องราวที่เกิดขึ้น หลายๆ ครั้งเกิดมาจากความรู้สึกจริงที่เกิดขึ้นกับตัวนักแสดง ไม่ว่าจะเป็นการเจ็บจริงๆ จากการถูกผีห่าเหวี่ยงกระชากบีบรัดกัด และเหนื่อยจริงจากการที่ต้องกระโดดวิ่งไล่ล่าต่อสู้กับฝูงผีห่าเป็นสิบๆ เทก


  • และด้วยความที่เป็นหนังผีทำให้ในหลายๆ ฉากของภาพยนตร์จะต้องถ่ายทำในเวลากลางคืนเป็นหลัก ทำให้หลายๆ ครั้งที่เราจะได้เห็นนักแสดงหญิงอย่าง "แคท ซอนญ่า, โซดา วีรี, แม็กกี้ อาภา" ลุกขึ้นมาวิ่งรอบโบสถ์ วิดพี้น กระโดดตบ หรือเหวี่ยงค้อนในตอนตี 4 เพื่อทำให้ร่างกายเกิดอาการเหนื่อยและล้า ตลอดเนื้อตัวผุดไปด้วยเม็ดเหงื่อ รวมไปถึงการทำให้เกิดอาการหอบเพื่อสร้างความสมจริงให้กับตัวละครราวกับว่าได้ผ่านการต่อสู้ หนีตายจากการถูกผีห่าไล่ล่าเล่นงานมาจนแทบจะไร้ซึ่งเรี่ยวแรงกันเลยทีเดียว


  • ด้วยความที่เป็นนักแสดงหน้าใหม่ทำให้หลายครั้งที่ "โซดา-วีรี ละดาพันธุ์" ซึ่งรับบท "อีบัว" ช่างตีดาบหญิงแกร่งประจำหมู่บ้านประสบกับปัญหาทางการแสดงที่ไม่สามารถถอดคาแร็กเตอร์ออกได้ และเกิดอาการเครียดร้องไห้ไม่หยุดในระหว่างถ่ายทำ จนบางครั้งหอบเอาคาแร็กเตอร์ที่อินกลับไปบ้าน จนกระทั่งแอคติ้งโค้ชและรุ่นพี่นักแสดงอย่าง "หนึ่ง ชลัฎ" ต้องให้ความช่วยเหลือและแนะนำให้รู้ถึงวิธีผ่อนคลายทางการแสดง เนื่องจากเป็นตัวละครที่มีทั้งบู๊แอคชั่นและดราม่าที่เน้นการระเบิดอารมณ์ในหลายๆ ฉาก


  • ถึงแม้ว่าจะไม่เคยผ่านประสบการณ์ทางด้านการแสดงมาก่อน แต่ภาพยนตร์เรื่องแรกในชีวิตของ "โซดา วีรี" ทำให้ต้องถูกส่งไปเรียนเวิร์กช็อปทางด้านการแสดง ตลอดจนฝึกซ้อมการใช้อาวุธต่างๆ และการต่อสู้โดยเฉพาะดาบที่สำนักพุทไธสวรรย์พร้อมกับ "คานธี" ที่รับบทเป็น "ไอ้เทพ" อดีตหัวหมู่ทะลวงฟัน ตั้งแต่ยังไม่เปิดกล้อง และครั้นพอถึงเวลาถ่ายทำจริงก็ต้องเข้าฉากแอคชั่นแบกค้อน และถือดาบต่อสู้กับฝูงผีห่าเยอะที่สุด ยังไม่รวมกับการที่เป็นนักแสดงคนเดียวที่ต้องเข้าฉากที่มีการใช้เอฟเฟกต์ระเบิดโดยไม่ใช้สแตนด์อินจนทำให้แผ่นหลังถูกเถ้าถ่านร้อนลวก และยังต้องถ่ายทำฉากที่ต้องว่ายน้ำหนีตายเอาตัวรอด เรียกได้ว่าครบทุกประสบการณ์บุกน้ำลุยไฟทั้งบู๊แอคชั่นและอารมณ์ดราม่าเข้มข้นในหนังเรื่องแรกอย่างจัดเต็มเลยทีเดียว


  • ในภาพยนตร์เรื่องนี้ ถึงแม้ว่าตัวละคร "อีเมี้ยน" (แคท ซอนญ่า) และ "ไอ้คง" (เต้ย พงศกร) จะเป็นตัวแทนทางด้านอารมณ์และความรักเป็นหลัก ถึงกระนั้นทั้งคู่ก็ต้องผ่านประสบการณ์การทำงานที่โหดไม่แพ้นักแสดงคนอื่นในเรื่อง โดยเฉพาะ "เต้ย พงศกร" ที่ต้องมีฉากกระโดดน้ำที่ส่งผลให้ได้รับบาดเจ็บจากการที่หลังกระแทกกับพื้นน้ำอย่างจัง รวมไปถึงต้องเล่นฉากบู๊ต่อสู้กับผีห่าในหลายๆ ฉาก ไม่ว่าจะเป็นฉากที่ "ไอ้คง" ต้องเผชิญหน้าและถูกผีห่าจู่โจมเป็นครั้งแรก ยังไม่รวมกับฉากที่ต้องบุกไปช่วย "อีเมี้ยน" ที่กำลังจะถูกผีห่ากัดกินโดยจะต้องมีคิวแอคชั่นกระโดดพุ่งใส่ผีห่าทะลุกระท่อมออกมาโดยไม่ใช้ตัวแสดงแทนตอนตี 3 ในขณะที่ "แคท ซอนญ่า" นอกจากบทบาทของ "อีเมี้ยน" ลูกสาวคหบดีเศรษฐีผู้มั่งคั่งประจำหมู่บ้านที่มีโอกาสแต่งตัวสวยเพียง 2-3 คิวแรกของการถ่ายทำเท่านั้น แต่ที่เหลือหลังจากนั้นจะต้องสมบุกสมบั่นฝ่าป่าหนามวิ่งหนีผีห่าที่จะเอาชีวิตแล้วยังต้องมีฉากแอคชั่นต่อสู้กับผีห่า และมีคิวบู๊ที่จะต้องหยิบเอาจอบมาเป็นอาวุธในการสับคอผีห่าโดยเป็นคิวแอคชั่นต่อเนื่อง แค่ฉากผีห่าบุกกระท่อมฉากเดียวด้วยความพิถีพิถันของผู้กำกับทำให้ฉากนี้มีการถ่ายทำถึง 3 คืนเลยทีเดียว


  • ได้รับการขนานนามว่าเป็นนางเอกกดปุ่มสั่งน้ำตาได้ และเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ "คุณชายอดัม" ผู้กำกับตัดสินใจเลือก "แคท ซอนญ่า" มารับบท "อีเมี้ยน" หญิงสาวที่ยึดมั่นในความรักเหนือสิ่งอื่นใด เพราะจะต้องมีฉากที่ร้องไห้และเล่นกับอารมณ์อยู่ตลอดทั้งเรื่อง เพราะเป็นตัวละครลูกคุณหนูที่นอกจากจะต้องเสียน้ำตาที่ถูกบุพการีกีดกันในความรักและเผชิญหน้ากับวิบากกรรมที่ต้องพลัดพรากจากคนรักแล้ว ยังต้องร้องไห้ด้วยความกลัวสุดขีดจากสภาวะหนีตายเพื่อเอารอดจากการถูกผีห่ารุมกัดกินแล้วยังต้องกรีดร้องจนหมดเสียงในทุกๆ คิวของการถ่ายทำ เพราะเป็นตัวละครที่กรีดร้องเยอะที่สุด บางครั้งต้องแสดงและตะโกนกรีดร้องอยู่คนเดียวแทบทั้งคืน


  • ภาพคาแร็กเตอร์ของ "ไอ้คง" กับ "อีเมี้ยน" ตามความตั้งใจที่มีอยู่ในหัวของคุณชายอดัม-ผู้กำกับตั้งแต่เริ่มต้นคือ ภาพปกนิตยสาร "คู่สร้างคู่สม" ที่เป็นตัวละครคู่พระนางที่เน้นการแสดงออกทางอารมณ์ดราม่าสูงกว่าตัวละครอื่นๆ เพราะนักแสดงที่จะมาถ่ายทอดทั้งสองบทบาทจะต้องนำเสนออารมณ์ทางด้านความรักเป็นหลัก หลังจากที่ผ่านการถ่ายทำไปทั้ง "แคท ซอนญ่า" และ "เต้ย พงศกร" ก็ไม่ทำให้ผู้กำกับผิดหวัง ไม่ว่าจะเป็นฉากดราม่าเค้นอารมณ์หนักๆ หรือฉากรักหวานๆ ซึ้งๆ รวมไปถึงการเข้าพระนางถูกเนื้อต้องตัว พูดได้ว่าเคมีทางด้านการแสดงของทั้งคู่จะทำให้คนดูเชื่อในอานุภาพในความรักและความเสียสละของทั้งคู่ ถึงแม้จะห้อมล้อมและคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นคาวเลือดท่ามกลางวิกฤตผีห่าที่อยู่รอบตัว และแน่นอนว่าแฟนๆ ของทั้งคู่จะได้เห็นฉากจูบอันดูดดื่มของทั้งคู่ในภาพยนตร์เช่นกัน


  • ผ่านการทำงานทั้งละครและภาพยนตร์โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้ร่วมงานกับผู้กำกับเก่งๆ มากมาย แต่พูดได้ว่าบท "อีพลอย"  คณิกาใบ้ที่ทำทุกอย่างเพื่อเอาตัวรอดที่คุณชายอดัมเขียนขึ้นให้นักแสดงสาวอย่าง "แม็กกี้-อาภา ภาวิไล" เป็นอีกบทบาทหนึ่งที่ท้าทายการแสดงไม่น้อยไปกว่าบทบาทใดๆ ที่ผ่านมา กลับกันนี่เป็นครั้งแรกในชีวิตทางด้านการแสดงที่สาวแม็กกี้จะต้องถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกของตัวละครผ่านการแสดงที่ไร้ซึ่งน้ำเสียง บทพูดไดอะล็อกแม้แต่คำเดียวตั้งแต่ต้นจนจบเรื่องเลยทีเดียว และยังเป็นบทดราม่าจัดเต็มหนักเข้มเต็มอารมณ์อย่างถึงขีดสุดเลยทีเดียว เพราะมีตั้งแต่เข้าฉากเลิฟซีนกับหนุ่ม "แต๊บ เอเอฟ" ที่รับบทเป็น "ไอ้ขวัญ" เด็กวัดเจ้าสำราญที่ถูกชะตาและเอ็นดูคณิกาใบ้อย่างอีพลอย หรือฉากที่ต้องแสดงออกถึงอารมณ์รักไปจนถึงน่าสงสาร หรือการถ่ายทอดอารมณ์หวาดกลัวอย่างถึงขีดสุดเมื่อฝูงผีห่าบุกรุมทำร้าย และที่สำคัญที่สุดคือการแสดงออกถึงความรู้สึกโกรธเกลียดเคียดแค้นที่มีต่อ "นายจัน" เจ้าของโรงชำเราชายที่ชอบกดขี่ข่มเหง และความรู้สึกเจ็บปวดทุกครั้งที่ถูกลงทัณฑ์จากการหวดด้วยหวาย โดยที่ทั้งหมดทั้งมวลไม่สามารถสื่อสารผ่านเสียงร้องแต่อย่างใดคงมีเพียงการแสดงผ่านภาษากาย แววตา ท่าทางเพียงอย่างเดียว


  • ในภาพยนตร์เรื่อง "ผีห่าอโยธยา" นักแสดงทุกคนล้วนจะมีฉากไฮไลต์สำคัญในการที่ต้องเผชิญหน้ากับผีห่า และแน่นอนว่าในกระบวนการทำงานสำหรับฉากที่เรียกได้ว่าเป็นไลฟ์แอคชั่นสดๆ จะต้องผ่านกระบวนการการทำงานของหลายฝ่าย และมากขั้นตอนกว่าการแสดงปกติ มีหนึ่งฉากสำคัญที่วิช่วลทางด้านภาพตามความตั้งใจของผู้กำกับคุณชายอดัมคือวินาทีเฉียดตายของตัวละครท่ามกลางความรู้สึกคลุ้มคลั่งของผีห่าที่พร้อมขย้ำตัวละครที่ไร้ทางสู้ชนิดที่ต้องการจะสื่อให้ผู้ชมรู้สึกเมื่อความตายอยู่ตรงหน้าผีห่าพร้อมหายใจรดต้นคอตัวละครท่ามกลางละอองเลือดที่พุ่งกระจายซ่านกระเซ็นไปทั่วทุกพื้นที่ นั่นหมายความว่านักแสดงสาวอย่าง "แม็กกี้ อาภา" ซึ่งรับบท "อีพลอย" คณิกาใบ้ที่ไร้ทางสู้นอนติดพื้นในขณะที่ผีห่าที่อยู่ตรงหน้าแทบจะนอนทับร่างยื่นหน้ามาประชิดพร้อมจะกัดกิน แต่ในช่วงเวลาฉับพลัน "อีบัว" ช่างตีดาบหญิงแกร่งคนเดียวของหมู่บ้านจะต้องเหวี่ยงค้อนทุบไปที่หัวของผีห่าผ่านใบหน้าของอีพลอยไม่ถึงคืบ และด้วยความที่เป็นค้อนจริงที่หนักนับสิบกิโลโดยที่ "โซดา" ซึ่งรับบทเป็นอีบัวจะต้องเหวี่ยงค้อนด้วยความแรงที่มากเพียงพอเพื่อให้หัวของผีห่าแตกถึงจะทำให้กลไกและคิวเอฟเฟกต์ของเลือดจากศีรษะพุ่งกระจายเป็นม่านฝนกระเซ็นไปทั่วใบหน้าของตัวละคร นั่นหมายความว่าแม็กกี้จะต้องอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องโดยห้ามขยับเคลื่อนหรือหลุดตำแหน่งในขณะเดียวก็ต้องเชื่อมั่นในตัวเพื่อนนักแสดงอย่างโซดาที่จะต้องแม่นยำกับตำแหน่งและแรงเหวี่ยงค้อนที่ต้องมีน้ำหนักที่มากพอที่จะระเบิดหัวผีห่าให้ได้และที่สำคัญที่สุดคือต้องฟาดให้ตรงกับหัวของผีห่าเท่านั้น


  • ด้วยความที่เป็นภาพยนตร์พีเรียดย้อนยุคกลับไปในสมัยอยุธยา 400 กว่าปี ทำให้ทุกอย่างต้องสมจริงไม่ว่าจะเป็นฉาก สถานที่โลเคชั่น องค์ประกอบทางด้านงานสร้างต่างๆ ซึ่งได้ทีมงานที่อยู่เบื้องหลังภาพยนตร์แอคชั่นอิงประวัติศาสตร์ฟอร์มยักษ์อย่าง "สุริโยไท" (2544) และ "ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช" (2550-2558) มาเป็นกำลังสำคัญในการผลิตภาพยนตร์เรื่อง "ผีห่าอโยธยา" (2558) ซึ่งรวมไปถึงเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายตลอดจนทรงผมของนักแสดง ทำให้ทุกครั้งในการถ่ายทำนางเอกสาวอย่าง "แคท-ซอนญ่า สิงหะ" จะต้องเปลี่ยนสีผมให้ออกมาเป็นสีดำก่อนการถ่ายทำทุกครั้ง ในขณะที่ "แต๊บ เอเอฟ" เองด้วยความที่เป็นศิลปินนักร้องซึ่งมีรอยสักอยู่ในจุดต่างๆ จะต้องใช้เวลาในการเมกอัปเพื่อลบรอยสักดังกล่าวก่อนที่จะแปลงร่างสวมบทบาทเป็น "อีเมี้ยน" และ "ไอ้ขวัญ" 


  • ในบรรดานักแสดงหลักทั้ง 7 คน มี "ไอ้เทพ" หนึ่งในตัวละครสำคัญที่คุณชายอดัม-ผู้กำกับภาพยนตร์ได้หมายตาศิลปินที่ผ่านผลงานทางด้านดนตรีและเป็นนักแสดงที่มีความเชี่ยวชาญในการแสดงละครเวที แต่ไม่เคยมีผลงานทางด้านการแสดงภาพยนตร์อย่างเต็มๆ ตัวมาก่อนนั่นคือ "คานธี วสุวิชย์กิต" โดยตัดสินใจที่จะไปดูผลงานการแสดงละครเวทีแบบสดๆ แทนการแคสติ้ง ก่อนที่ในท้ายที่สุดตัดสินใจมอบบทไอ้เทพให้ และส่งไปเข้าคลาสเวิร์กช็อปทางด้านการแสดงและเวิร์กช็อปเรียนรู้ในการใช้อาวุธและฝึกซ้อมทางด้านศิลปะการต่อสู้อย่างเข้มข้นเพื่อเตรียมตัวที่จะสวมชีวิตอดีตหัวหน้าหมู่ทะลวงฟันแห่งกองทัพอโยธยาผู้ที่บอกให้ทุกคนรู้ว่าจะเล่นงานผีห่าได้ต้องตัดคอเท่านั้น


  • ในการทำงานภาพยนตร์แต่ละเรื่องของคุณชายอดัมมักจะมีนักแสดงคู่ใจที่พูดได้ว่าจะเห็นฝีไม้ลายมือทางด้านการแสดงในภาพยนตร์ทุกเรื่องของคุณชายอดัม ไม่ว่าจะเป็น "สารวัตรหมาบ้า" (2556) รวมไปถึงภาพยนตร์เรื่อง "ผีห่าอโยธยา" นี้ซึ่งจะมีนักแสดงอยู่ 2 คนที่คุณชายอดัมตั้งใจเขียนบทให้โดยเฉพาะนั่นคือ "หนึ่ง-ชลัฏ ณ สงขลา" ที่รับบท "นายจัน" และ "แฟรงค์-สมศักดิ์ แก้วลือ" ซึ่งรับบท "ไอ้ทูล" ลูกน้องของอีบัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหนึ่ง ชลัฏที่ผู้กำกับตั้งใจออกแบบและดีไซน์ให้ตัวละครนายจันถูกตีความออกมาผ่านการแสดงที่เรียกได้ว่าบ้าพลังและสร้างสีสันให้กับภาพยนตร์อย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อนของหนึ่ง ชลัฏเลยทีเดียว


  • ว่ากันว่าวิธีเดียวที่จะหยุดและเล่นงานผีห่าได้คือการบั่นหรือหั่นคอเท่านั้น และเพื่อความสมจริงของเรื่องราวที่เกิดขึ้น นอกเหนือจากตัวละครที่ใช้ดาบอย่างโชกโชนอย่าง "ไอ้เทพ" อดีตหัวหมู่ทะลวงฟัน ทหารหนีทัพที่เชี่ยวชาญในการใช้ดาบคู่ และ "อีบัว" ช่างตีดาบประจำหมู่บ้านที่มีค้อนตีดาบเป็นอาวุธคู่กายแล้ว เนื่องด้วยตัวละครอื่นๆ ที่เหลือคือเด็กวัด, คนธรรมดา, ลูกสาวคหบดี, คณิกา ทำให้เพื่อความสมจริงของเรื่องราวและตัวละครในภาพยนตร์ เราจะได้เห็นการหยิบจับเอาข้าวของรอบๆ ตัวมาใช้เป็นอาวุธในการป้องกันตัวเองและเล่นงานผีห่าอาทิ จอบ, เคียวเกี่ยวข้าว ฯลฯ


The Black Deathคานธี วสุวิชย์กิตชลัฎ ณ สงขลาชาติ อรรถจินดาซอนญ่า สิงหะธนพล มหธรปรางค์วลัย วงศ์สว่างวงศ์ผีห่าอโยธยาพงศกร เมตตาริกานนท์ม.ร.ว.เฉลิมชาตรี ยุคลวีรี ละดาพันธ์อาภา ภาวิไล

นักแสดง

พงศกร เมตตาริกานนท์

ซอนญ่า สิงหะ

อาภา ภาวิไล

ธนพล มหธร

วีรี ละดาพันธ์

คานธี วสุวิชย์กิต

ชลัฎ ณ สงขลา

ผู้กำกับ

ม.ร.ว.เฉลิมชาตรี ยุคล

คลิป

รูปภาพ