แท็กทีมนักแสดงเอลิสต์ทุ่มสุดชีวิต มอบความสนุกสุดโหดใน “Colony ยึดร่างคลั่ง” จัดเต็มซอมบี้ที่ครั้งนี้มันคลั่งกว่าครั้งไหน วันนี้ ในโรงภาพยนตร์

เชื้อนรกแพร่พันธ์ุเปลี่ยนพวกมันสู่สายพันธุ์คลั่งเกินขีดสุด “Colony ยึดร่างคลั่ง” รวมทีมนักแสดงระดับเอลิสต์ของวงการภาพยนตร์เกาหลีใต้ ไม่ว่าจะเป็น “จอนจีฮยอน” (Kingdom: Ashin of the North, My Sassy Girl), “คูคโยฮวาน” (Escape, Peninsula), “จีชางอุค” (The K2, The Manipulated), “ชินฮยอนบิน” (Reborn Rich, Hospital Playlist), “คิมชินรก” (Hellbound 1-2, Sweet Home 2-3) และ “โกซู” (Missing: The Other Side) ไต่ระดับสู่ความระทึกสายพันธุ์ใหม่ของภาพยนตร์ซอมบี้แห่งยุค นำทีมทุกผู้รอดชีวิตฝ่าวงล้อมนรกปิดตายโคตรซอมบี้กระหายเลือด ดุ-เดือด-เร็ว อำมหิตเกินกว่าที่มนุษย์จะคาดถึง โดยผู้กำกับสายเดือด “ยอนซังโฮ” ผู้ปลุกปั้นหนังซอมบี้อันดับหนึ่งตลอดกาลอย่าง “Train to Busan” (2016) กลับมาสร้างความคลั่งครั้งใหม่ฟอร์มยักษ์กว่าที่เคยมีมา

 

“จอนจีฮยอน” รับบท “ควอนเซจอง”

ศาสตราจารย์ด้านเทคโนโลยีชีวภาพและผู้นำกลุ่มผู้รอดชีวิต ด้วยความสามารถด้านการวิเคราะห์พฤติกรรมและรูปแบบวิวัฒนาการของผู้ติดเชื้อ เธอจึงพยายามอย่างสุดความสามารถในการนำทีมพาผู้รอดชีวิตให้อยู่รอด เธอพยายามอ่านรูปแบบการวิวัฒนาการของผู้ติดเชื้อและทำทุกวิถีทางเพื่อพาผู้คนหนีออกไปให้ได้

“ฉันคิดว่ามันเป็นเรื่องราวที่สะท้อนให้เห็นว่าเรากำลังใช้ชีวิตกันอย่างไรในยุคปัจจุบันผ่านหนังซอมบี้ การกำหนดให้ผู้ติดเชื้อมีการเชื่อมต่อและวิวัฒนาการร่วมกันมันเป็นอะไรที่อิมแพกต์มากค่ะ และในขณะเดียวกันก็แอบน่าขนลุกนิดๆ เพราะมันมีประสิทธิภาพสูงมาก แต่มันให้ความรู้สึกชัดเจนเลยว่าในนั้นไม่มีความเป็น ‘ปัจเจกบุคคล’ อยู่เลย”

“จอนจีฮยอน” ยังเล่าถึงการถ่ายทำฉากแอ็กชันอย่างอารมณ์ดีว่า

“บรรยากาศหน้ากองมันให้ความรู้สึกที่ดิบและสมจริงมากค่ะ ถ้ามัวแต่ไปซ้อมหรือเตรียมตัวมามากเกินไป มันจะดูเหมือนเราคำนวณทุกอย่างมาแล้ว ฉันเลยคิดว่าปล่อยไปตามสถานการณ์ดีกว่า ในฐานะผู้นำ ฉันต้องคอยคุมสถานการณ์ แต่คนที่ทำให้ฉันอึดอัดใจที่สุดก็คือ คู่พี่น้อง ‘ฮยอนฮี’ (คิมชินรก) กับ ‘ฮยอนซอก’ (จีชางอุค) นี่แหละค่ะ (หัวเราะ) ถ้าเป็นเรื่องจริง ฉันคงทิ้งฮยอนฮีไปนานแล้ว แต่คาแร็กเตอร์ฉันมันทำแบบนั้นไม่ได้ เลยหงุดหงิดอยู่ลึกๆ ค่ะ ถึงขั้นที่ความรีบร้อนมันทำให้อยากจะตะโกนบอกให้เธอรีบลุกขึ้นมาสักทีเลยค่ะ”

 

“คูคโยฮวาน” รับบท “ซอยองชอล”

เขาคือวัคซีนเดียวที่จะช่วยหยุดการระบาดของเชื้อนรก ทำให้เขากลายเป็นเป้าหมายของทั้งเจ้าหน้าที่และผู้รอดชีวิต เขาเชื่อว่าผู้ติดเชื้อคือจุดกำเนิดของมนุษยชาติสายพันธุ์ใหม่

“คูคโยฮวาน” กล่าวถึงหนังไว้ว่าคอนเซปต์เรื่องกลุ่มผู้ติดเชื้อที่วิวัฒนาการตัวเองได้อย่างต่อเนื่องมันน่าสนใจมาก และการออกแบบมูฟเมนต์สุดสยองของฝูงผู้ติดเชื้อที่ผู้แสดงเป็นนักเต้น ผสานกับคิวบู๊ของทีมสตันต์ มันคือความน่าตื่นเต้นขั้นสุดจริงๆ ซึ่งบทบาทนักวิจัยอัจฉริยะที่ซ่อนเจตนาบางอย่างไว้ภายใต้ใบหน้าและรอยยิ้มที่ยากจะคาดเดาของเขา เมื่อมองย้อนกลับไปในผลงานที่ผ่านมาจะเห็นได้ถึงสายตาที่เป็นกลางของนักแสดงที่ไม่พยายามตัดสินตัวละคร ไม่ว่าเขาจะรับบทเป็นคนมีปัญหาแบบไหน “ซอยองชอล” ก็เช่นกัน

“แต่มีสิ่งหนึ่งที่ผมพยายามรักษาไว้เสมอเวลาเล่นบทวายร้าย คือไม่ว่าจะทางอารมณ์หรือด้วยวิธีใดก็ตาม ผมต้องทำให้คนดูรู้สึกถึงความแข็งแกร่งของเขาให้ได้อย่างน้อยหนึ่งครั้งครับ แม้เขาจะไม่ได้ออกลีลาบู๊ล้างผลาญ แต่ผมอยากโชว์ให้เห็นจุดหนึ่งที่ทำให้รู้สึกว่า ‘ไอ้นี่มันบ้าของจริง’ ซอยองชอลเป็นคนที่คุยไม่รู้เรื่อง และเป็นคนที่มีความเชื่อมั่นของตัวเองชัดเจนมาก ผมอยากให้คนสัมผัสได้ถึงสิ่งนั้น แค่นั้นมันก็หลอนพอแล้วครับ”

 

“จีชางอุค” รับบท “ชเวฮยอนซอก”

เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำอาคาร ติดอยู่ภายในตึกกับพี่สาวที่เป็นอัมพาตท่อนล่าง เขาจึงต้องแบกพี่สาวไว้บนหลังตลอดขณะต่อสู้กับฝูงผู้ติดเชื้อ เป็นคนเดียวในกลุ่มผู้รอดชีวิตที่รู้ทางหนีทีไล่ทุกซอกทุกมุม เขาจึงเป็นผู้วางเส้นทางมุ่งสู่ดาดฟ้าซึ่งเป็นจุดที่ทีมกู้ภัยเข้าช่วยเหลือได้

“จีชางอุค” เล่าถึงการต้องแบกพี่สาวไว้บนหลังและเล่นฉากแอ็กชันแทบทั้งเรื่องไว้ว่า

“เอาจริงๆ มันก็ทั้งเหนื่อยกว่าที่คิด แล้วก็ไม่ได้เหนื่อยอย่างที่คิดเช่นกัน ตอนแรกเราเตรียมจะถ่ายทำฉากแอ็กชันนี้โดยใช้สลิงช่วยพยุง แต่พอถ่ายๆ ไป สลิงมันกลับทำให้ขยับตัวได้ลำบากขึ้น ผมเลยตัดสินใจถ่ายทำโดยอาศัยแค่การซัปพอร์ตจากทีมแอ็กชันแทนครับ แต่ผมว่า ‘ฮยอนฮี’ ที่ต้องเกาะอยู่บนหลังผมตลอดเวลาก็คงจะลำบากและเหนื่อยมากเหมือนกันครับ”

หนึ่งในจุดไคลแม็กซ์ของ “Colony” คือฉากแอ็กชันลองเทก (Long Take) ของจีชางอุคนั่นเอง

“การจะเล่นฉากนี้ให้ออกมาดีมันไม่ง่ายอย่างที่คิดเลยครับ พื้นเต็มไปด้วยเมือกลื่นๆ ไปหมด เพราะถูกเปลี่ยนเป็นเล่นม้วนเดียวจบหน้างาน ผมเลยจำคิวบู๊ได้ไม่หมดและต้องมีด้นสดบ้าง แต่ทีมแอ็กชันเก่งมากที่รับมุกและปรับท่ารับได้เนียนสุดๆ ผมรู้สึกทึ่งกับความเก๋าเกมและความเป็นมืออาชีพของทีมแอ็กชันอีกครั้งเลยครับ”

ด้านผู้กำกับ “ยอนซังโฮ” กล่าวถึงการทำงานกับจีชางอุคว่า

“ตอนมองดูเขา ผมแอบคิดในใจว่า ‘คนที่หน้าตาดีขนาดนี้ยังต้องทุ่มเทขนาดนี้อีกเหรอ’ เขาตั้งใจทำงานมาก ทำได้ดีหมดทั้งฉากอารมณ์และฉากแอ็กชัน แถมยังไม่รู้จักการยอมแพ้ ผมนี่คิดเลยว่า ‘คนหล่อขนาดนี้ทำไมถึงสู้ตายขนาดนี้’

 

คิมชินรก” รับบท ชเวฮยอนฮี”

พนักงานบริษัทไอที และพี่สาวของ “ฮยอนซอก” เธอเป็นหนึ่งในผู้รอดชีวิตที่ติดอยู่ภายในอาคารท่ามกลางเหตุการแพร่ระบาด แม้จะเป็นอัมพาตท่อนล่าง แต่เธอก็ยังเผชิญหน้ากับวิกฤตครั้งนี้อย่างกล้าหาญ

“ตัวละครของฉันพิการท่อนล่างจึงต้องใช้วีลแชร์ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็เป็นคนที่ฉลาดหลักแหลม มีไหวพริบในการตัดสินใจยอดเยี่ยม และมีจิตใจที่อบอุ่นมากๆ ฉันตัดสินใจตัดผมสั้นเพื่อพยายามเปลี่ยนภาพลักษณ์ให้เข้ากับบทบาทนี้เลยค่ะ ผู้กำกับอธิบายให้ฉันฟังว่าตัวละครนี้เป็นคนที่เชื่อในความดีของมนุษย์ เธอมีศรัทธา ฉันเลยตีความว่าตัวละครที่มีความบกพร่องทางร่างกายอย่างเธอน่าจะเป็นคนที่พึ่งพาและเชื่อมั่นในพลังของมนุษยชาติเอามากๆ ค่ะ”

คิมชินรก” ได้เล่าถึงเคมีและเบื้องหลังการถ่ายทำร่วมกับ “จีชางอุค” อย่างอารมณ์ดีว่า

“ด้วยความที่ในเรื่องฉันต้องเป็นฝ่ายให้เขาแบก ฉันก็เลยพยายามลดน้ำหนักเตรียมไว้แล้วนะคะ แต่พอได้ขึ้นไปขี่หลังเขาจริงๆ ถึงได้รู้ตัวว่าฉันน่าจะลดให้เยอะกว่านี้อีกสักหน่อยนะ’ เพราะฉันสังเกตเห็นเลยว่าเบ้าตาของ ‘คุณจีชางอุค’ ค่อยๆ ลึกโบ๋ลงแบบเรียลไทม์เลยค่ะ (หัวเราะ) ฉันได้แต่นั่งอยู่ข้างบนนั้นแล้วก็มองดูคุณจีชางอุคทุ่มเทเล่นฉากแอ็กชันอย่างดุเดือดอยู่ฝ่ายเดียวเลยค่ะ”

 

“ชินฮยอนบิน” รับบท กงซอลฮี”

ศาสตราจารย์ด้านเทคโนโลยีชีวภาพและสมาชิกทีมสืบสวนพิเศษ หลังจากสามีของเธอขาดการติดต่อหลังเดินทางไปยังอาคารที่เป็นจุดแพร่ระบาด “ซอลฮี” ก็ตอบรับข้อเสนอจากทีมสืบสวนพิเศษในฐานะครอบครัวของผู้ประสบเหตุ เธอทุ่มเททุกอย่างให้กับภารกิจจากภายนอกอาคาร เพื่อค้นหาสาเหตุของวิกฤต ช่วยเหลือผู้รอดชีวิต และยุติการแพร่ระบาดของเชื้อ

“แม้ฉันจะเคยร่วมงานกับผู้กำกับมาหลายเรื่อง แต่ส่วนใหญ่จะเป็นผลงานที่เน้นความสมจริง การได้มาเล่นภาพยนตร์แนวสยองขวัญซอมบี้แบบนี้ครั้งแรกถือเป็นประสบการณ์ใหม่เลยค่ะ เธอเป็นศาสตราจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีชีวภาพ และเป็นตัวละครที่พยายามค้นหาสาเหตุของการแพร่ระบาด ทั้งจากในสถานที่เกิดเหตุและจากโลกภายนอกค่ะ… ตอนที่อ่านบท ฉันรู้สึกน่าสนใจมากที่ตัวละครหญิงอย่าง ‘ควอนเซจอง’ (จอนจีฮยอน), ‘กงซอลฮี’ และ ‘ชเวฮยอนฮี’ (คิมชินรก) ต่างก็เป็นฟันเฟืองสำคัญที่ทำให้เรื่องราวดำเนินไป พวกเธอเป็นคนที่พยายามผลักดันสิ่งที่ตัวเองเชื่อว่าถูกต้องด้วยพลังของตนเอง และวิธีการแสดงออกก็ต่างกันออกไป สำหรับบางคนมันคือความเสียสละ สำหรับบางคนคือการออกหน้านำผู้คน และสำหรับบางคนคือการคอยซัปพอร์ตอยู่เบื้องหลัง ฉันรู้สึกสนุกกับจุดนั้นค่ะ คาแร็กเตอร์ของกงซอลฮีเล่นยากก็จริง แต่ฉันดีใจที่เธอมีคุณสมบัติของการเป็นผู้ใหญ่ที่ดีครบถ้วนค่ะ”

 

โกซู” รับบทฮันกยูซอง”

ศาสตราจารย์ด้านเทคโนโลยีชีวภาพ เขาติดอยู่ในอาคารเมื่อการแพร่ระบาดเริ่มต้นขึ้น ระหว่างพยายามช่วยเหลือผู้รอดชีวิตคนหนึ่ง เขาเป็นคนแรกที่แสดงความกล้าหาญออกมา

“โกซู” ได้เผยถึงเหตุผลที่เขาตัดสินใจรับแสดงในผลงานชิ้นนี้ และเน้นย้ำด้วยว่าตัวละครของเขาคือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด

“ตอนที่ผมอ่านบท ผมรู้สึกเหมือนกำลังอ่านนิยายแฟนตาซีสนุกๆ เรื่องหนึ่งอยู่เลยครับ ตัวละคร ‘ฮันกยูซอง’ เป็นบุคคลที่ยืนอยู่ตรงจุดเปลี่ยนสำคัญของภาพยนตร์เรื่องนี้ครับ เขาเป็นทั้งศาสตราจารย์และนักวิจัยด้านเทคโนโลยีชีวภาพ เขาเป็นอดีตสามีของ ‘ควอนเซจอง’ (จอนจีฮยอน) และปัจจุบันแต่งงานเป็นสามีของ ‘กงซอลฮี’ (ชินฮยอนบิน) ตัวกยูซองนี่แหละครับที่เป็นคนเรียกเซจองให้มายังตึกที่เกิดเรื่อง ซึ่งลองคิดดูสิครับว่าถ้าเกิดเขาไม่เรียกเธอมาก็คงไม่มีหนังเรื่องนี้”

และนี่ถือเป็นการชิมลางภาพยนตร์แนวซอมบี้เป็นครั้งแรกของโกซูด้วย

“ในหนังซอมบี้เรื่องอื่นที่ผ่านมามักจะมีจุดขัดใจผมอยู่บ้าง พวกผู้ติดเชื้อดูซื่อบื้อเกินไปหน่อย แต่พอผมได้มาอ่านบทเรื่องนี้ ผมสัมผัสได้เลยว่าผู้ติดเชื้อของเรา ‘ฉลาด’ ครับ ทำเอาผมเกิดความสงสัยและทึ่งในตัวผู้กำกับมากๆ เลยว่า ‘เขาคิดพล็อตและเซตติงแบบนี้ขึ้นมาได้ยังไงกันนะ’ ด้วยความที่พวกเขาเป็นผู้ติดเชื้อที่แตกต่างไปจากของเดิมๆ ผมรับรองเลยว่ามันจะเป็นอะไรที่น่าตั้งตารอคอยมากๆ ครับ”

 

ที่สุดของหนังซอมบี้แห่งยุค “Colony ยึดร่างคลั่ง” กำลังฉายยึดโรงทั่วประเทศ วันนี้ ห้ามพลาด!

 

Colony ยึดร่างคลั่ง

Colony ยึดร่างคลั่ง

จากปรากฏการณ์ซอมบี้คลั่งบนรถไฟด่วนนรกใน “Train to Busan” (2016) ที่ปลุกกระแส “เคซอมบี้” สะเทือนไปทั่วโลก พร้อมรายได้ทั่วโลกเกือบ 100...

รายละเอียดภาพยนตร์

Featured News