ว่ากันว่าเวลาไปถ่ายหนังผีมักเจอดีกันแทบทุกราย “เทอม 4″ ภาพยนตร์สยองขวัญแห่งปีที่กำลังจะเข้าฉายก็อยู่ในวงจรนี้เช่นกันกับ “ห้องชมพู” 1 ใน 4 ตอนของแฟรนไชส์สุดฮิตที่เล่าเรื่องราวตำนานความหลอนประจำมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ได้ยกกองถ่ายไปทำงานกันบนหอพักร้างของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งที่กำลังจะทุบทิ้ง บรรยากาศโดยรอบเต็มไปด้วยเครื่องมือแพทย์ที่ผุพังและเลิกใช้งาน ตึกตั้งตระหง่านอย่างโดดเดี่ยวไร้ผู้คนในรัศมีหลายสิบเมตร ซึ่งนักแสดงนำสายอินฟลูฯ อย่าง “พั้นรักแมว-พันธิตา บุญชวน” และผู้กำกับเจ้าแม่ MV “ผึ้ง-สาลินี เขมจรัส” พร้อมทีมงานต่างอยู่ในเหตุการณ์ชวนขนลุกนี้กับเสียงประหลาดที่หาที่มาไม่ได้เหมือนพยายามจะบอกอะไรบางอย่าง

เรื่องราวความสยองเปิดฉากขึ้นตั้งแต่วันที่ผู้กำกับและทีมงานบางส่วนเข้ามาสำรวจโลเคชันเพื่อเตรียมการถ่ายทำ ท่ามกลางความเงียบสงัดของตึกร้าง บรรยากาศรอบตัวกลับหนักอึ้งอย่างประหลาด ในจังหวะที่ทุกคนกำลังสำรวจสถานที่ “เสียงปริศนา” ก็ดังขึ้นมาอย่างชัดเจนจนแต่กลับหาที่มาของเสียงนั้นไม่ได้ ที่น่าขนลุกไปกว่านั้นคือบริเวณชั้น 3 ซึ่งเป็นจุดเซตหลักไม่มีสิ่งมีชีวิตใดอาศัยอยู่เลย มีเพียงเศษซากสิ่งของเก่าๆ ที่ถูกทิ้งร้างกองเอาไว้ราวกับสุสานแห่งความทรงจำ ความรู้สึกเอ๊ะแล่นเข้ามาในหัวตั้งแต่วินาทีแรก แต่แทนที่จะหันหลังกลับออกไป แต่เหมือนมีอะไรบางอย่างดึงดูดให้ผู้กำกับรู้สึกถูกโฉลกกับห้องนี้เป็นพิเศษ หลังจากนั้นจึงเดินหน้าเปลี่ยนห้องร้างสุดหลอนให้กลายเป็น “ห้องชมพูสยองในตำนาน” ปรากฏร่างบนจอภาพยนตร์
“เรื่องนี้เราถ่ายกันที่หอพักของโรงพยาบาลแถวคลองหลวง บรรยากาศพร้อมเจอผีมาก จริงๆ ตึกสวยมีโครงของห้องพักแบบเก่ามาก เกือบจะเรียกว่าร้าง เราเลือกห้องหนึ่งแล้วบิลด์จากสิ่งที่ห้องมีให้ เราทำห้องใหม่หมดเลย มีผนังที่เป็นของเราเพราะมันต้องมี Mechanic เยอะอยู่ มีร่องรอย มีเลือดสาด อีกไม่กี่เดือนเขาจะทุบทิ้งแล้ว แปลว่าจะไม่มีใครได้ถ่ายซ้ำของเราแน่ๆ ตอนบล็อกช็อตมันก็มีเสียงบางอย่างก๊อกๆ แก๊กๆ ทีมงานก็คุยกันว่าไม่ใช่หรอกมั้ง คงไม่มีอะไรมั้ง ด้วยความที่งานมันต้องรีบโฟกัส เราก็ไม่มีเวลาที่จะใส่ใจมากนัก แต่แล้วในระหว่างถ่ายทำก็มีอีก ทีมซาวนด์ของเราวีนฉ่ำมาก ‘เงียบหน่อย ข้างนอกใครคุยกัน เสียงแทรกตลอด’ แต่ที่เด็ดกว่านั้นคือตอนใกล้จะเลิกกอง เคลียร์ทีมงานข้างบนลงมาหมดละเพื่อที่จะถ่ายช็อตสุดท้าย ทีมเสียงก็ตะโกนบอก เงียบหน่อย ยังมีคนพูดอยู่เลย ทีมกล้องหรือเปล่า ทีมไฟหรือเปล่า ขอเงียบก่อนมีคนพูดในห้อง แล้วทุกคนต้องรู้สึกยังไง ทุกคนอยู่ข้างล่างแล้ว เงียบหมดแล้ว ทีมเสียงก็บอกว่ามันจับไม่ได้ว่าเสียงใครแต่มีคนพูดตลอด ทีมงานก็พยายามไม่ตีฟู ก็เปลี่ยนเรื่องคุยในความมืดนั้น”


เพื่อไม่ให้นักแสดงนำอย่าง “พั้น” ต้องขวัญผวา ผู้กำกับเลือกเงียบเรื่องเสียงปริศนาวันแรกไว้เป็นความลับ แต่ตลอดการถ่ายทำพั้นก็เกิดความสงสัยอยู่เสมอ เมื่อเห็นพี่ทีมซาวด์และทีมงานคอยตะโกนบอกให้เงียบหลายรอบเพื่อถามหาที่มาของ “เสียงแทรกปริศนา” ที่หลุดเข้ามาบ่อยในหูฟังอยู่ตลอดเวลา
จนกระทั่งคืนสุดท้าย กองถ่ายเก็บข้าวของเตรียมปิดกล้อง ทีมงานเก็บเสียงบรรยากาศลำพังบนตึก ในห้องที่ว่างเปล่าไร้ผู้คน เสียงลึกลับยังแว่วมาอยู่ดี เหมือนกำลังกล่าวคำ “ทักทาย” หรือ “บอกลา” ในคืนสุดท้ายนี้ โดยที่ทีมงานไม่มีวันรู้เลยว่า “เจ้าของเสียงนั้น” เป็นใครกันแน่!
“หนูได้ยินพี่ทีมเสียงพูดตลอด เงียบหน่อยๆ แต่ทุกคนรอบตัวหนูเงียบกันหมดแล้ว แต่พี่เขาก็ยังดุอยู่ ตอนแรกก็ไม่เข้าใจนึกว่าเป็นเรื่องของเทคนิค มาตอนหลังที่ ‘พี่ผึ้ง’ มาเล่าให้ฟังหลังปิดกล้อง เพราะเขากลัวว่าหนูจะกลัว เขาก็เล่าว่าได้ยินมาตั้งแต่ก่อนถ่ายทำแล้ว ไม่คิดว่าจะเจอจนวันปิดกล้อง โชคดีที่หนูไม่ได้เป็นคนได้ยินเอง เพราะเราแสดงอยู่หน้าเซต เราไม่รู้ว่าเบื้องหลังเขาเจออะไรกันบ้าง แต่บรรยากาศที่หนูไปทำงาน ถ้าจะมีบางอย่างที่อธิบายไม่ได้ ก็ไม่แปลกค่ะ น่ากลัวมากจริงๆ ตึกไม่มีคนอยู่แล้ว ข้างล่างก็มีเศษเตียงผู้ป่วย ซากอุปกรณ์ในห้องพยาบาล มันดูหลอนมากเลยค่ะ”
เตรียมแพ็กกระเป๋าเข้าสู่ “เทอม 4: ห้องชมพู” พร้อมสาดความสยองขั้นสุด 28 พฤษภาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์