ครบรอบ 20 ปี! หนังโรดมูฟวีครอบครัวระดับตำนาน “Little Miss Sunshine” เตรียมออกเดินทางอีกครั้ง 19 มีนาคมนี้ เฉพาะที่ “House สามย่าน” รอบฉายจำกัด ไม่ควรพลาด!

Little Miss Sunshine (2006)

กำกับ: โจนาทาน เดย์ตัน, วาเลอรี แฟริส / เขียนบท: ไมเคิล อาร์นดต์

ทีมนักแสดง: เกร็ก คินเนียร์​, สตีฟ คาเรลล์, โทนี คอลเล็ตต์, อบิเกล เบรสลิน, อลัน อาร์กิน, พอล เดโน

ประเภท: ดราม่า / ประเทศ: สหรัฐอเมริกา / ภาษา: อังกฤษ (คำบรรยายไทย) /

ความยาว: 102 นาที / ออกฉายครั้งแรก: กรกฎาคม 2006 (สหรัฐอเมริกา) /

กลับมาฉายอีกครั้ง เริ่ม 19 มีนาคม 2026 เป็นต้นไป (รอบฉายจำกัด) เฉพาะที่ “House สามย่าน” 

 

 

“Little Miss Sunshine” ภาพยนตร์ครอบครัวแสนอบอุ่นหัวใจจากปี 2006 ที่เรียกเสียงหัวเราะและน้ำตาจากผู้ชม จนได้ชิงออสการ์ “หนังยอดเยี่ยม” ในปีนั้น ผลงานกำกับโดย “โจนาทาน เดย์ตัน” และ “วาเลอรี แฟริส”

 

หนังโรดมูฟวีเรื่องนี้พูดถึงมนุษย์ที่ล้วนบกพร่อง ไม่สมบูรณ์แบบ และความพยายามที่สุดท้ายอาจไม่เป็นอย่างใจฝันได้อย่างอ่อนโยน และตอกย้ำว่าคุณค่าของมนุษย์ไม่ได้วัดกันด้วยมาตรฐานเดียว หนังใช้ทุนสร้างเพียง 8 ล้านเหรียญฯ ออกฉายครั้งแรกใน “เทศกาลหนังซันแดนซ์ปี 2006” พร้อมกับเสียงฮือฮาจากผู้ชม ก่อนจะกลายเป็นหนังทำเงินระดับร้อยล้านทั่วประเทศ หนังได้เข้าชิงออสการ์ 4 สาขา (หนัง, บท, สมทบชาย, สมทบหญิง) และคว้ามาได้ 2 รางวัลได้แก่ “บทภาพยนตร์ดั้งเดิมยอดเยี่ยม” (ไมเคิล อาร์นดต์) และ “นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม” (อลัน อาร์กิน)

 

 

บ้านของ “เชอรีล ฮูเวอร์” (โทนี คอลเล็ตต์) แม่ลูกสองที่เครียดตลอดเวลา มีสมาชิกอยู่ด้วยกัน 6 คน ได้แก่ “ริชาร์ด” (เกร็ก คินเนียร์) สามีของเธอผู้กำลังคร่ำเคร่งกับการเป็นไลฟ์โคช, “ดเวย์น” (พอล เดโน) ลูกติดของเธอที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก “ฟรีดริช นีตซ์เชอ” ว่าจะไม่พูดกับใครเลยจนกว่าเขาจะทำความฝันเรื่องเป็นนักบินรบได้สำเร็จ, “แฟรงก์” (สตีฟ คาเรลล์) พี่ชายเกย์ของเชอรีลที่เคยพยายามจบชีวิตตัวเอง, “เอ็ดวิน” (อลัน อาร์กิน) พ่อของริชาร์ดที่เพิ่งโดนไล่ออกจากบ้านพักคนชราเพราะแอบเล่นยา และคนสุดท้าย “โอลีฟ” (อบิเกล เบรสลิน) ลูกสาวตัวน้อยที่ใฝ่ฝันอยากเป็นนางงาม

เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นเมื่อโอลีฟต้องการไปประกวดนางงามเด็กที่แคลิฟอร์เนียซึ่งต้องเดินทางไปให้ทันกำหนดภายใน 2 วัน ทุกคนในครอบครัวสนับสนุนเธอ และยินดีนั่งรถตู้สีเหลืองคันเก่าไปด้วยกันจากนิวเม็กซิโกซึ่งกินระยะทางทั้งหมดพันกว่ากิโลเมตร

การเดินทางเต็มไปด้วยความอลหม่านวุ่นวายที่ทุกคนจะต้องหลงรักเหล่าลูซเซอร์ “ครอบครัวฮูเวอร์” เสียงหัวเราะและหยดน้ำตาจะแปลงโฉมครอบครัวที่ไม่สมประกอบนี้ไปตลอดกาล

 

 

“ไมเคิล อาร์นดต์” เขียนบทหนัง “Little Miss Sunshine” โดยตั้งใจว่าจะกำกับเอง เขาได้รับแรงบันดาลใจในการเขียนเพราะได้ยินประโยคที่ “อาร์โนลด์ ชวาร์ตเซเนเกอร์” พูดว่า “ถ้าจะมีสิ่งหนึ่งที่ผมเกลียดที่สุด สิ่งนั้นคงเป็นพวกขี้แพ้ ผมเกลียดคนขี้แพ้” อาร์นดต์ตั้งคำถามกับตัวเองว่าการเป็นคนขี้แพ้มันแย่ ขนาดนั้นเชียวหรือ ต่อมาเขาจึงเริ่มคิดพล็อตว่าจริงๆ แล้วอะไรกันแน่คือนิยามของ “คนขี้แพ้”

 

อาร์นดต์ส่งบทให้โปรดิวเซอร์อ่านหลายคน และโปรดิวเซอร์พากันลงความเห็นว่าบทดีๆ แบบนี้น่าจะหาผู้กำกับมืออาชีพมาทำจะดีกว่า “โจนาทาน เดย์ตัน” และ “วาเลอรี แฟริส” เป็นสามีภรรยาผู้กำกับที่ทำมิวสิกวิดีโอมาก่อน พวกเขาได้รับบท “Little Miss Sunshine” มาจากเพื่อนโปรดิวเซอร์คนหนึ่ง และทั้งคู่ต่างรู้สึกว่า “มันโดนใจ เหมือนเขียนมาให้พวกเราทำเป็นหนัง”

 

หนังใช้ทุนสร้างเพียง 8 ล้านเหรียญฯ ส่วนที่ยากที่สุดคือการหานักแสดงเด็กมาเล่นบท “โอลีฟ” พวกเขาหาเด็กจากทั่วโลก (ที่พูดภาษาอังกฤษได้) จนมาเจอ “อบิเกล เบรสลิน” ซึ่งตอนนั้นอายุเพียง 6 ขวบ และสุดท้ายเธอก็ได้ชิงออสการ์จากบทนี้ในสาขา “นักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม” ด้วยอายุเพียงแค่ 10 ขวบ!

 

“พอล เดโน” ได้รับเลือกให้เล่นบท “ดเวย์น” ตั้งแต่ 2 ปีก่อนหนังจะเปิดกล้องเสียอีก และก่อนหนังจะถ่ายทำจริงเดโนก็ใช้เวลา 1 สัปดาห์เต็มโดยไม่พูดกับใครเลยเพื่อปรับตัวเองให้เข้ากับบท

 

“Little Miss Sunshine” เปิดตัวที่ “เทศกาลหนังซันแดนซ์ 2006” และสตูดิโอ “ฟ็อกซ์เสิร์ชไลต์” ก็มาซื้อไปจัดจำหน่ายด้วยราคาที่สูงที่สุดในเทศกาล ผลตอบรับของหนังดีทั้งในแง่คำวิจารณ์และรายได้ หนังได้ชิงออสการ์สาขา “ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม” และการแสดงของ “อบิเกล เบรสลิน” ก็เป็นที่ฮือฮาไปทั่วโลกในปีนั้น

 

“Little Miss Sunshine” จะกลับมาฉายในโปรแกรมพิเศษ​ “House Classics” เดือนมีนาคมนี้ มาปล่อยใจไปกับ “พวกขี้แพ้” ที่จะทำให้คุณ “เสียน้ำตา” เริ่ม 19 มีนาคมนี้ รอบฉายจำกัด เฉพาะที่ “House สามย่าน” เท่านั้น

 


Featured News