คุยกับ “แม็กซ์ มิงเกลลา” ผู้กำกับน่าจับตาจาก “Shell สวยแต่เปลือก” ได้เวลาลอกคราบความงามสุดสะพรึง 8 มกราคมนี้ ในโรงภาพยนตร์

 

ไปไงมาไงถึงมาทำโปรเจกต์ “Shell” แล้วทำไมถึงอยากทำเรื่องนี้

คือผมอยู่กับ “Teen Spirit” (2018) หนังเรื่องแรกของผมมาเกือบสิบปี มันก็เป็นประสบการณ์ที่ดีนะ แต่มันนานเกินไปที่ต้องจมอยู่กับเรื่องราวที่ส่วนตัวมากๆ แถมโทนหนังยังเศร้าซึมสุดๆ ผมเลยอยากทำอะไรที่มันไม่ต้องดิ่งลึกเข้าข้างในจิตใจขนาดนั้นบ้าง พอได้อ่านบทของ “แจ็ก สแตนลีย์” ครั้งแรกตอนปี 2018 มันโดนใจผมมัน แอบคิดถึงหนังอย่าง “Death Becomes Her” (1992) มันมีบางอย่างที่แปลกใหม่มากจนฝังอยู่ในหัวผม กว่าจะสร้างเสร็จก็ทุลักทุเลพอสมควร แต่ความตื่นเต้นผมไม่เคยลดลงเลย ผมหลงรักตัวละครและไอเดียของมัน แต่ที่สำคัญที่สุดคือมันเป็นหนังแบบที่ผมอยากดูและอยากแบ่งปันให้คนอื่นดูเช่นกัน

 

วางทิศทางหนังเรื่องนี้ไว้อย่างไร

โจทย์สำคัญคือต้องโฟกัสที่ “ซาแมนทา” แล้วสร้างโครงเรื่องที่แข็งแรงรอบตัวเธอ เพื่อให้หนังมันไปได้สุดและยังมีความเป็นส่วนตัว ผมมองว่าเรื่องนี้มันตลกในตัวมันเองอยู่แล้ว และตอนถ่ายทำก็ไม่อยากจะทิ้งความตลกนั้นไป ทีมงานทุกคนตั้งใจกันมาก แต่สิ่งที่สำคัญสำหรับผมคือ “Shell” ต้องไม่เก๊กซีเรียสจนเกินไป คือหนังมันมีความ “เวอร์” (Campy) อยู่บ้าง ซึ่งเราต้องทำให้มันดูกลมกลืนไปกับหนัง ไม่ใช่ดูโดดออกมา

มีอีกจุดที่ผมยอมรับว่าอาจจะดูเพี้ยนๆ หน่อย คือบางฉากผมจงใจล้อเลียน “ใบสั่งจากค่ายหนัง” ยุค 90 ต้นๆ ที่ชอบบังคับให้หนังจบแบบแฮปปี้เอนดิง หรือต้องปูเรื่องเยอะๆ อย่างบท “ลิเดีย” ของ “เอสเต ไฮม์” นี่คือตัวแทนของเพื่อนนางเอกที่มีหน้าที่แค่รับฟังตัวเอกระบายความในใจเท่านั้น หรือพวกลูกสมุนตัวร้ายที่ไว้ผมบลอนด์ประบ่าก็เป็นภาพสะท้อนความตื่นกลัวยุคสงครามเย็น ผมพยายามจะทำหนังที่ไม่ใช่แค่ “ขยิบตา” แซวต้นฉบับ แต่พยายามถ่ายทอดจิตวิญญาณยุคนั้นออกมาจริงๆ

 

 

ในหนังใช้สเปเชียลเอฟเฟกต์ทำมือ (Practical Effects) เยอะมาก อันนี้ตั้งใจแต่แรกเลยไหม

ใช่ครับ ผมกับ “ดรูว์ แดเนียลส์” (ผู้กำกับภาพ) ตั้งใจเลยว่าจะเน้นงานทำมือ ใช้แค่เทคนิคที่มีเมื่อ 30 ปีก่อน เราโชคดีได้ทีม Fractured FX มาช่วยทำพวกสัตว์ประหลาดและเมกอัป แล้วฉากสตันต์ส่วนใหญ่ก็ถ่ายกันจริงๆ หน้ากอง ไม่ได้พึ่ง CGI ซึ่งผมว่ามันทำให้ภาพดูสมจริงจับต้องได้

 

คิดว่าประเด็นหลักของหนังคืออะไร

คนเราทุกคนกังวลเรื่องแก่เรื่องตายกันทั้งนั้น มันเลยเป็นเรื่องที่ใครๆ ก็อินได้ สิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นการวิจารณ์อุตสาหกรรมความงาม จริงๆ แล้วมันลึกกว่านั้น โดยเฉพาะความสัมพันธ์ระหว่าง “แซม” (เอลิซาเบท มอสส์) กับ “โซอี้” (เคต ฮัดสัน) คู่นี้ซับซ้อนครับ ผมชอบตัวร้ายที่พูดเรื่องจริงและมีเหตุผลที่เข้าใจได้ โซอี้มองโลกในแง่ร้ายก็จริง แต่คำพูดของเธอชักจูงใจได้น่ากลัวมาก ซึ่งนั่นช่วยให้หนังไม่ดูเหมือนกำลังสั่งสอนคนดูจนเกินไป

 

สไตล์ภาพของหนังเป็นยังไง

ในหนังไม่ได้บอกตรงๆ ว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อไหร่ แต่โทนหนังมันฟ้อง มันเป็นโลกอนาคตที่ไม่ใช่แบบสมจริง แต่เป็นอนาคตในแบบที่เราเคยจินตนาการไว้ในหนังสมัยก่อน ซึ่งมันช่วยเพิ่มอารมณ์ขันให้กับความล้ำยุคในเรื่อง พอเราเริ่มจับทางได้ทั้งพร็อป เสื้อผ้า สีสัน เราก็รู้เลยว่าไม่ได้จะทำหนังติสต์ๆ นามธรรม แต่เรากำลังสร้างโลกที่มีแหล่งอ้างอิงชัดเจน พอได้ทีมอาร์ตและตากล้องที่เข้าใจตรงกัน ภาพมันเลยออกมาเป๊ะอย่างที่เห็น  

 

 

คุณซี้กับ “เอลิซาเบท มอสส์” อยู่แล้ว การทำงานด้วยกันรอบนี้เป็นไงบ้าง

เราทำงานด้วยกันมานาน แต่รอบนี้สถานะมันเปลี่ยนไป ซึ่งมันเติมไฟให้เรามาก ตอนเขียนบท ผมนึกภาพคนอื่นไม่ออกเลยจริงๆ สารภาพว่าตอนแรกไม่กล้าชวน กลัวเธอไม่อยากเล่น หรือกลัวรับปากเพราะเกรงใจ แต่สุดท้ายเธออินกับบทจริงๆ ผมเลยโล่งใจ การแสดงของเธอนี่ระดับเทพอยู่แล้ว แล้วมันสนุกมากที่ได้เห็นเธอเล่นบทที่ดูเปราะบางและตลกขนาดนี้

 

ทำไมถึงเลือก “ดรูว์ แดเนียลส์” มากำกับภาพ

ผมชอบงานเขามานานแล้ว การได้ร่วมงานกันมันดีมากสำหรับผม งานภาพจะมีกลิ่นอายย้อนยุค แต่ดรูว์เขามีลายเซ็นเฉพาะตัวที่ใส่ลงไป เรามีเวลาถ่ายแค่ 25 วัน ซึ่งโหดมาก ถ้าไม่ได้ดรูว์งานนี้คงไม่รอด หนังออกมาสวยมาก ต้องยกความดีความชอบให้เขาเลย

 

ไปจีบ “เคต ฮัดสัน” มาเล่นได้ไง แล้วทำไมเธอถึงเหมาะกับบท “โซอี้”

“เคต” กับบท “โซอี้” นี่คือมวยถูกคู่สุดๆ เหมือนเกิดมาเพื่อกันและกัน ตัวจริงเธอมีออราตัวแม่ ของแบบนี้มันเฟกกันไม่ได้ ซึ่งสำคัญมากกับบทนี้ มันทำให้โซอี้ดูมีเสน่ห์เย้ายวน บทพูดในเรื่องมันจะมีจังหวะจะโคนเฉพาะตัว ซึ่งเธอเก็ตและเล่นได้เข้าปากมาก ตลกดีที่ผมไม่ได้นึกถึงความเชื่อมโยงกับหนัง “Death Becomes Her” (ที่ “โกลดี้ ฮอว์น” แม่ของเคตเล่น) จนกระทั่งคุยบทกันเสร็จแล้ว แต่ผมว่ามันน่ารักดีที่เราไม่ต้องมานั่งเขินอายที่จะยอมรับว่าหนังเรื่องนั้นเป็นแรงบันดาลใจให้เรา

 

 

ทำไมคนต้องไปดูเรื่องนี้ในโรงหนัง

ผู้กำกับทุกคนก็อยากให้คนเข้าไปดูหนังในโรงนั่นแหละ แต่เรื่องนี้มันดีไซน์มาให้คนดูมีอารมณ์ร่วม มันมีความเป็นโชว์นิดๆ “Shell” มันเป็นหนังตลกนะ การได้หัวเราะพร้อมกับคนอื่นในโรง มันสนุกกว่านั่งขำคนเดียวบนโซฟาที่บ้านอยู่แล้ว

 

ทำไมต้องเจาะจงถ่ายที่ “แอลเอ”

ยากนะถ้าจะให้ไปถ่ายที่อื่น ก็มีคุยกันบ้างเรื่องย้ายกองไปที่อื่นเพราะเรื่องงบ แต่ผมรู้สึกเหมือนกำลังลบหลู่หนัง เพราะ DNA ของเรื่องมันผูกติดกับ “แอลเอ” มากๆ ตลกร้ายคือเราไม่ได้ถ่ายมุมไอคอนิกอย่างป้ายฮอลลีวูดนะ ผมอยู่นี่มาเกือบทั้งชีวิต ผมชอบที่เปลือกนอกมันดูสดใส มีแดดจัด แต่ข้างในมันมีความ “กินเลือดกินเนื้อ” ซ่อนอยู่ ซึ่งเหมือนกับหนังเรื่อง “Shell” เป๊ะๆ

 

อยากให้คนดูเดินออกจากโรงแล้วได้อะไรกลับไป

หวังว่าจะสนุกและเซอร์ไพรส์ครับ อยากให้หนังมันฝังอยู่ในใจ หวังว่ามันจะบันเทิงพอที่คุณอยากจะเปิดดูอีกรอบตอนคริสต์มาสเพื่อแกล้งญาติๆ ให้อึดอัดเล่นครับ

 

Shell สวยแต่เปลือก

Shell สวยแต่เปลือก

เมื่อโลกหมกมุ่นกับความเป๊ะ ธุรกิจความงามอันเน่าเฟะจึงเริ่มต้น ภายใต้ความสวยสุดเพอร์เฟกต์ คือเรื่องเฟกสุดสยองที่ปกปิดไว้ การเผชิญหน้าของตัวแม่ที่ไม่ใช่การสู้กันแค่ความสวย แต่มันคือสงครามทางอำนาจและตัวตน “Shell สวยแต่เปลือก”  ชำแหละด้านมืดความสวยโดยสองนักแสดงฝีมือดี “เอลิซาเบท...

รายละเอียดภาพยนตร์

Featured News