“แอล แฟนนิง” ยกให้ “เคที เพอร์รี” และ “เทย์เลอร์ สวิฟต์” เป็นแรงบันดาลใจ ในหนังมิวสิคัลป๊อปเรื่องใหม่ของเธอ “Teen Spirit”
2 weeks ago 0
Share

Featured Movie

"Galveston" : Photocall - 44th Deauville American Film Festival

 

“แอล แฟนนิง” นักแสดงสาวเล่าให้ฟังถึงแรงบันดาลใจของบทบาทที่เธอได้รับในหนังที่เป็นผลงานกำกับครั้งแรกของนักแสดงหนุ่ม “แม็กซ์ มิงเกลลา” เรื่องราวของเวทีประกวดร้องเพลงแบบ “American Idol”

 

ตามบทภาพยนตร์ที่เขียนขึ้น มิงเกลลาไม่ได้มองภาพแฟนนิงต้องมารับบทนำใน “Teen Spirit” เลยแม้แต่นิด หนังเล่าเรื่องของ “ไวโอเล็ต” เด็กสาวผู้ไม่มีอะไรโดดเด่น และมีพ่อแม่เป็นชาวโปแลนด์อพยพ เข้าสมัครร่วมแข่งขันรายการที่คล้ายๆ กับ “American Idol” นักแสดงที่จะมารับบทนี้ มิงเกลลาต้องการเด็กสักคนที่พูดภาษาโปลิชคล่อง และที่สำคัญที่สุด “ต้องร้องเพลงเพราะ”

 

หลังจากได้ยินข่าวว่ามีการเรียกนักแสดงไปทดสอบบท “แอล แฟนนิง” ก็ได้ส่งคลิปวิดีโอที่เธอร้องเพลงกับเพื่อน (วูดคิด-นักดนตรีชาวฝรั่งเศส) ในงาน “มงเทรอซ์ แจ๊ซ เฟสติวัล 2016” ไปให้กับมิงเกลลา แต่แฟนนิงก็ไม่ได้พูดสำเนียงโปลิชให้มิงเกลลาฟัง เธอกลับพูดสำเนียงอังกฤษแทน และมิงเกลลาก็ตัดสินใจเปลี่ยนบทให้ไวโอเล็ตเป็นเด็กสาวจากอังกฤษแทน

 

“ฉันดีใจที่งัดไม้เด็ดมาใช้ได้ทันการณ์” แฟนนิงหัวเราะ

 

Teen-Spirit-st02

 

คุณไม่เคยร้องเพลงบนจอหนังมาก่อนเลยใช่มั้ย? ตั้งใจเก็บไว้สำหรับบทที่เหมาะหรือเปล่า?

ฉันเคยร้องเพลงนิดหน่อยในหนังเรื่อง “How to Talk to Girls at Parties” (2017) แต่มันเป็นเพลงพังก์โหดๆ แบบที่ต้องแผดเสียงหน่อยๆ แต่บทในหนังเรื่องนี้เป็นบทมิวสิคัลเลย คุณต้องร้องให้ไพเราะ และเพลงในหนังก็เป็นส่วนสำคัญในการเล่าเรื่อง ฉันประหม่าจนทุกคนสังเกตได้ ฉันร้องไม่ผิดคีย์แน่ แต่สิ่งที่ยากกว่าคือการปรากฏตัวบนเวทีแบบที่คนอย่างไวโอเล็ตจะต้องทำ… ฉันต้องระลึกไว้ในใจเสมอว่า เด็กคนนี้เข้ามาประกวดเพื่อเป็นผู้ชนะ ฉันต้องแสดงอะไรสักอย่างออกมาให้น่าเชื่อถือสำหรับผู้ชมที่จะต้องเห็นด้วยว่า “เด็กคนนี้ชนะแน่” นั่นแหละคือสิ่งที่ฉันกังวล

 

คุณเตรียมตัวกับบทนี้อย่างไร?

“มาร์คัส เดอฟรีส์” เป็นมิวสิกซูเปอร์ไวเซอร์ของเรา เขาเคยทำหน้าที่นี้ให้กับหนังอย่าง “La La Land” และ “Romeo + Juliet” แล้วก็ “Moulin Rouge” รวมถึงหนังเพลงดังๆ อีกหลายเรื่อง เขาให้ฉันมีส่วนร่วมในการเลือกเพลงที่จะมาร้อง แต่เราก็ไม่ได้มีเงินมากมายขนาดนั้น บางทีฉันซ้อมเพลงบางเพลงไปแล้ว และพวกเขามาบอกว่าเพลงนี้ยกเลิก เพราะราคาแพงเกินไป แต่ค่ายเพลงอินเตอร์สโคปก็ให้ความช่วยเหลือเรื่องนี้กับเราได้เยอะ

ฉันต้องซ้อมร้องเพลงทุกวันเป็นเวลาสี่เดือนเต็ม ตอนที่ฉันรู้ว่าฉันได้เล่นบทนี้แล้ว แม็กซ์ก็บอกกับฉันวันนั้นเลยว่า “โอเค คุณเริ่มซ้อมได้เลย” ฉันก็ไปหามาร์คัสที่บ้าน ซึ่งมีห้องอัดเสียงทุกอย่างพร้อม เราจะหัดการใช้เสียงและร้องเพลงทั้งหมดที่เตรียมมาทุกวัน และเขาก็จะอัดเสียงฉันไว้ทุกครั้งเพื่อเปิดให้ฉันลองฟังเสียงตัวเอง ซึ่งฟังแล้วขนลุกมาก เพราะถ้าเป็นการแสดงฉันต้องปล่อยตัวเองไปตามธรรมชาติ แต่ร้องเพลงมันไม่ใช่ ฉันก็ถามเขาว่าคุณจะให้ฉันฟังเสียงตัวเองทำไม? แต่การฟังเสียงตัวเองนั้นทำให้เรารู้ว่าเราพลาดตรงไหนบ้าง ครูสอนร้องเพลงของฉันชื่อ “บ็อบ แกร์เรตต์” เขาอยู่ที่แอล.เอ. และฉันต้องไปเรียนกับเขาสี่ครั้งต่อสัปดาห์

 

แล้วเรื่องการเต้นรำล่ะ? คุณเป็นนักเต้นอยู่แล้ว ก็ไม่ใช่สิ่งที่น่าหนักใจสินะ

ตอนเด็กๆ ฉันเคยเรียนบัลเลต์และเคยเรียนเต้นแจ๊ซ ฉันรักการเต้นรำ ในหนังเรื่องนี้เรามี “จอห์นนี” และ “อามีร์” มาเป็นผู้ออกแบบท่าเต้นให้ พวกเขาเป็นพ่อบุญธรรมของแม็กซ์ ปกติแล้วพวกเขาจะออกแบบท่าเต้นให้กับละครโอเปรา การมาทำงานหนังจึงเป็นสิ่งที่แตกต่างจากงานประจำของพวกเขา เราซ้อมเต้นกันหนักมาก โดยเฉพาะท่าเต้นสำหรับฉากที่ตัวละครของฉันแข่งรอบคัดตัว เต้นยากมากเลยล่ะ แต่ฉันรู้สึกดีมากที่ได้ปลดปล่อยตัวเองไปตามจังหวะของเพลง

ฉันดีใจที่แม็กซ์เขียนให้บทของไวโอเล็ตเป็นคนที่เต้นเก่งในบทร่างแรกๆ ไวโอเล็ตไม่ถนัดการเต้น ตอนนั้นฉันกับแม็กซ์ก็คิดว่า ทำไมเราถึงกดให้เธอดูด้อยขนาดนี้นะ เธอต้องชนะและกลายเป็นป๊อปสตาร์ เพราะฉะนั้นเธอต้องมีพรสวรรค์สิ

 

Teen-Spirit-st05

 

คุณเอาแรงบันดาลใจจากซูเปอร์สตาร์จริงๆ คนไหนบ้างมาปรับใช้กับการรับบทไวโอเล็ต?

ฉันทำการบ้านด้วยการดูวิดีโอของ “เคที เพอร์รี” และ “เทย์เลอร์ สวิฟต์” พวกเธอเป็นคนที่ “มีของ” เก่งกาจไร้ที่ติ แม่นยำเหมือนเครื่องจักร ฉันพยายามศึกษากิริยาท่าทางต่างๆ ตัวฉันเองเป็นแฟนดนตรีป๊อป คอนเสิร์ตแรกที่ฉันไปดูคือคอนเสิร์ตของ “เกวน สเตฟานี” ในบูดาเปสต์ ตอนนั้นฉันอายุแค่ 9 ขวบ

ช่วงการแสดงตอนท้ายเรื่อง คนที่ฉันนึกถึงคือ “คานเย เวสต์” (หัวเราะ) ฉันไม่ได้นึกว่าตัวเองเป็นเหมือนเขา แต่ฉันพยายามใส่ความเป็นฮิปฮอปบางอย่างลงไปในตัวไวโอเล็ต เพราะเธอจะดุดันขึ้น เธอถึงได้ชนะการแข่งขัน เธอมีความกล้าบางอย่าง ซูเปอร์สตาร์ทุกคนจะมีความกล้าหาญบางอย่างในตัว

ฉันนึกถึง “ริฮานนา” ด้วย ฉันไปดูคอนเสิร์ตของเธอตอนวันเกิดอายุครบ 13 ปี การแสดงครั้งนั้นสร้างแรงบันดาลใจให้ฉันมาก ฉากการแสดงครั้งสุดท้ายไม่มีการซักซ้อมท่าเต้น ฉันจึงต้องนึกในใจว่า “ริฮานนาจะแสดงฉากนี้ออกมาอย่างไร”

 

คุณรู้จักเกมโชว์การแข่งขันพวกนี้ดีแค่ไหน พวกรายการ “The X-Factor” หรือ “American Idol” ก่อนจะมารับบทในหนังเรื่องนี้?

ฉันเคยดูทุกรายการเลย ตอนเด็กๆ ฉันดู “American Idol” ทุกซีซัน ฉันกดโหวตด้วยนะ เป็นพวกคนดูที่กดคะแนนโหวต ฉันโหวตให้แฟนเทเชีย ฉันจำอารมณ์ตอนนั้นได้ดี ฉันดูรายการ “The X-Factor” ด้วย ฉันเป็นพวกติดยูทูบ และชอบดูคลิปคนประกวดร้องเพลง ก่อนนอนฉันชอบดูคลิปพวกนี้ มันทำให้ฉันอารมณ์สงบ

ฉันรู้แหละว่ามันมีการตระเตรียม ของจริงมันไม่ได้สวยงาม เหมือนที่คลิปปรุงแต่งให้ดูดี สุดท้ายแล้วมันก็คือรายการทีวี มีอยู่รายการหนึ่งน่าจะเป็น “The Voice Kids UK” มันออกอากาศตอนเรากำลังถ่ายหนังอยู่ ตอนนั้นเป็นการแข่งรอบชิง เด็กหญิงคนที่ชนะ เธอแสดงอาการดีใจออกมาด้วยการยกมือขึ้นอุดปาก ฉันส่งวิดีโอนี้ให้แม็กซ์ดู แล้วบอกเขาว่า “ดูแล้วสร้างแรงบันดาลใจดีเนอะ” มันเป็นรายการเรียลิตี้ และชีวิตของพวกเขาก็เปลี่ยนไปจริงๆ

 

คุณอินไปกับการเดินทางของไวโอเล็ตบ้างไหม?

แน่นอน แต่คนละแบบกันนะ ฉันเริ่มเป็นนักแสดงตอนอายุแค่ 2 ขวบเองมั้ง ฉันจำการต้องไปออดิชันเพื่อเล่นหนังโฆษณาได้ดี มันสาหัสมาก ฉันไม่ค่อยได้งานหรอก เพราะพวกเขาชอบมองว่าฉันเป็นเด็กต่างดาว เวลาฉันเดินเข้าไปทดสอบบท พวกเขาจะพูดว่า “ฉันว่าเธอขายตุ๊กตาบาร์บี้ไม่ได้แน่” ฉันโดนปฏิเสธบ่อยมาก

ฉันคิดว่า ฉันเข้าใจความทะยานอยากของไวโอเล็ตนะ ซึ่งทุกคนก็มีสิ่งนี้ มันเหนื่อยยากและมีคุณค่า ฉันยังคงมีสิ่งนั้นในตัวเอง มีหลายสิ่งในโลกนี้ที่ฉันยังไม่ได้ทำ และสิ่งที่ฉันกำลังเรียนรู้ที่จะทำ เราทุกคนพยายามไขว่คว้าเป้าหมายของตัวเอง เราฝันเฟื่องว่าเราจะเป็นที่ 1 ในแวดวงการงานที่เราทำอยู่ เราต่างฝันที่จะไปถึงจุดสุดยอดของความสำเร็จเหมือนไวโอเล็ต

 

หนังเรื่องนี้เป็นการกำกับครั้งแรกของ “แม็กซ์ มิงเกลลา” ทำงานร่วมกับเขาเป็นอย่างไรบ้าง?

เขาเป็นทาสดนตรีป๊อปเลยละ เขารักเพลงป๊อปมาก ฉันว่าเขาเขียนบทหนังเรื่องนี้เพราะเขาชอบหนังทีวีเรื่อง “High School Musical” นะ เขาบอกว่า “เออ ผมรู้น่าว่ามันไม่ได้เลิศเลออะไร แต่มันดูสนุกมากนะ แล้วเพลงก็เพราะมากๆ” ซึ่งฉันเห็นด้วย

เขาอยู่กับบทหนังเรื่องนี้มานานมาก และมีภาพชัดในหัวเป็นช็อตๆ เลย เขาละเอียดมาก ตั้งใจฟังเสียงในหูฟังว่าเพลงในแต่ละเทกมันเข้ากับการเคลื่อนกล้องไหม

ผู้กำกับที่ดีที่สุดคือผู้ที่สามารถทำบรรยากาศให้ศิลปินได้สร้างงานออกมา แม็กซ์เป็นผู้ร่วมงานที่ยอดเยี่ยมมาก เขารู้ดีว่าเวลาไหนที่ฉันยังลังเลไม่แน่ใจ และฉันต้องการกำลังใจ เขาเป็นคนที่อ่อนไหว และใส่ใจความรู้สึกของทีมงานทุกคน

 

“Teen Spirit”

1 พฤษภาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์

 

Teen-Spirit-Poster

Featured Movie