Interview Elle Fanning – About Ray
3 years ago 0
Share

Featured Movie
GALLERY

คุณรู้สึกอย่างไรบ้าง กับการมารับบทเป็น Transgender (ข้ามเพศ)

ตอนแรกที่ฉันยังไม่ได้อ่านบท ฉันรู้แค่ว่า อ้อ ก็เป็นหนังว่าด้วยครอบครัวในนิวยอร์ก แล้วเด็กสาวคนหนึ่งก็รู้ตัวว่าตัวเองอยากเป็นเด็กผู้ชาย ฉันคิดว่ามันเป็นหนังตลกเกี่ยวกับครอบครัวอะไรทำนองนั้น ฉันก็อยากลองเล่นบทแบบนี้ดู เพราะคิดว่ามันท้าทายตัวเองดี แต่พอได้มาอ่านบทจริงๆ ฉันก็รู้สึกว่า เนื้อหาของหนังค่อนข้างจริงจังพอสมควร มันพูดถึงการยอมรับตัวเอง การทำความเข้าใจกันระหว่างคนในครอบครัว และอะไรอื่นๆ อีกมากมาย ฉันคิดว่า ฉันต้องเล่นบทนี้ให้ได้ เพราะมันจะเป็นบทที่สำคัญที่สุดในอาชีพนักแสดงของฉัน

คุณต้องเปลี่ยนรูปลักษณ์พอสมควรในการมาเล่นบทนี้ การเปลี่ยนแปลงร่างกายภายนอกช่วยทำให้คุณเข้าใจตัวละครมากขึ้นหรือเปล่า

แน่นอนค่ะ การหารูปลักษณ์ให้ตัวละคร “เรย์” นั้น เราทำควบคู่ไปกับการตีความว่าตัวละครนี้เป็นอย่างไร โอเค เขาเป็นเด็กผู้ชาย แต่เป็นเด็กผู้ชายแบบไหน เพราะในโลกนี้มีเด็กผู้ชายหลายแบบมากๆ เขาเป็นเด็กผู้ชายในนิวยอร์กแบบที่เห็นเตร่ๆ กันตามถนนหรือเปล่า ต้องเล่นสเก็ตบอร์ดหรือเปล่า ผมสั้นขนาดไหน แต่งตัวแบบไหน ท่าทางเป็นอย่างไร ทุกอย่างนั้นฉันต้องตีความร่วมกับผู้กำกับ ซึ่ง “เรย์” นั้นเป็นคนที่มีหลายชั้นมาก เขากำลังค่อยๆ เปลี่ยนแปลงตัวเอง เริ่มต้นด้วยการปิดบังส่วนเว้าส่วนโค้งของร่างกายที่มันดูเป็นหญิงมากๆ หรือส่วนของอวัยวะใดๆ ที่เขารู้สึกไม่ต้องการ ฉันเลยต้องใส่ผ้ารัดหน้าอกตลอดเวลา แล้วก็ใส่บ็อกเซอร์แบบผู้ชาย ใส่ให้ชินน่ะค่ะ

คุณออกไปข้างนอกด้วยรูปลักษณ์แบบนี้บ้างหรือเปล่า แล้วคนรอบข้างรู้สึกอย่างไร

ก็มีบ้างค่ะ มีอยู่หนหนึ่งฉันออกไปทานข้าว แล้วมีบริกรเดินมาที่โต๊ะเพื่อจะเก็บจาน เขาถามฉันว่า “ทานเสร็จแล้วใช่ไหมครับคุณผู้ชาย” ฉันอึ้งจนพูดไม่ออกเลยค่ะ แล้วฉันก็นึกว่า ถ้าสมมติ “เรย์” ได้มาเจอเหตุการณ์แบบนี้ เขาคงรู้สึกตื่นเต้นและตื้นตันมากๆ เลยล่ะ ที่คนอื่นมองเห็นเขาแบบที่เขาอยากจะเป็นจริงๆ

ด้วยความที่ตัวละคร “เรย์” มีปูมหลังที่ซับซ้อน คุณต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง

เป็นเรื่องของการตีความบท และสิ่งที่ฉันและผู้กำกับตกลงกันว่า “เรย์” ได้ผ่านอะไรมาบ้าง เพราะหนังจะเริ่มเล่าตอนที่ “เรย์” กำลังเข้ารับฮอร์โมนเพศชายแล้ว และกำลังจะแปลงเพศ แต่ก่อนหน้านั้นที่หนังไม่ได้เล่าล่ะ ฉันต้องสร้างเรื่องขึ้นมาเองว่า เขาเริ่มรู้ตัวตอนไหน แล้วครอบครัวรับมือกับเรื่องนี้อย่างไร แม่และคนอื่นๆ เริ่มเรียก “เรย์” ว่า “เขา” แทน “เธอ” ตอนไหน มันเป็นสิ่งที่ผู้กำกับและตัวฉัน นาโอมิ และซูซาน (นิโอมิ วัตต์ส และ ซูซาน ซาแรนดอน ผู้รับบทแม่และยาย) ต้องมาตีความร่วมกันค่ะ

คุณมีเพื่อนเป็น Transgender บ้างไหม

ตอนที่ฉันได้เล่นหนังเรื่องนี้ เกบี้ (ผู้กำกับ) ก็พาฉันไปหาเด็กผู้ชายที่ข้ามเพศมากลุ่มหนึ่ง เพื่อพูดคุย ทำความรู้จัก และเก็บข้อมูล พวกเขาน่ารักมาก และเราก็กลายเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันมาถึงตอนนี้ มันน่าทึ่งมากที่พวกเขาสามารถเปิดเผยข้อมูลให้ฉันฟังได้ทุกเรื่อง ถึงแม้ช่วงแรกเราจะเป็นคนแปลกหน้ากันก็ตาม ฉันส่งข้อความไปถามอะไร พวกเขาก็สามารถตอบกลับมาได้ทันทีและตอบทุกอย่างที่ฉันอยากรู้ ทั้งส่วนที่ลึกที่สุด ลับที่สุด พวกเขาก็พูดมันออกมาได้ เพราะว่าพวกเขายอมรับการเป็นตัวเองมากๆ นั่นเอง

คุณคาดหวังว่าหนังเรื่อง About Ray จะเปลี่ยนแปลงทัศนคติของคนส่วนใหญ่อย่างไร

ฉันทราบว่าอันที่จริง หนังไม่ได้ตั้งใจพูดเรื่อง Transgender ตรงๆ หรอกค่ะ หนังต้องการพูดถึงความสัมพันธ์ของคนระหว่างรุ่นภายในครอบครัว คนแต่ละรุ่นมีเงื่อนไขชีวิตที่ไม่เหมือนกันเลย เรื่อง Transgender เป็นเงื่อนไขหนึ่งในนั้น แต่ฉันก็ดีใจ หากหนังเรื่องนี้จะช่วยให้คนดูเปิดใจและยอมรับพวกเขา

แต่ถึงอย่างไรก็ตาม เราอยู่ในยุคโซเชี่ยลมีเดีย เราเห็นเรื่องราวเหล่านี้ทุกวัน ฉันคิดว่าคนรุ่นใหม่ไม่ได้รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องแปลกประหลาดใดๆ อีกแล้ว มันเป็นเรื่องปกติมากๆ

ABOUT RAY ( อะเบ้าท์ เรย์ ) ภาพยนตร์เรื่องที่ 2 ในโครงการ The Little BIG FILMS PROJECT 11 โปรเจ็คต์ #heart กำหนดฉาย 29 กันยายน 2016

ภาพยนตร์ดราม่าสุดประทับใจที่ได้รับเสียงปรบมือกึกก้องและยาวนานจากเทศกาลภาพยนตร์เมืองโตรอนโต แอลล์ แฟนนิ่ง มารับบท เรย์ เด็กสาวที่กำลังอยู่ในขั้นตอนการแปลงเพศมาเป็นชาย หรือโดยคนที่คอยช่วยเหลือและให้กำลังใจในช่วงเวลาสำคัญนี้ ก็คือ แม็กกี้ (นาโอมิ วัตต์ส) ผู้เป็นแม่ และ ดอลลี่ (ซูซาน ซาแรนดอน) ผู้เป็นยายที่เป็นเลสเบี้ยน

Featured Movie