เจาะเบื้องหลังความเข้มข้น “The Commuter” จัดเต็มทุกรายละเอียดแอคชั่น ลุ้นสุดตัวทุกวินาทีระทึก
8 months ago 0
Share

Featured Movie

Commuter-Poster-TH02

 

นอกจากความแอคชั่นของ “เลียม นีสัน” ที่การันตีด้วยผลงานสุดเข้มข้นแทบจะตลอดอาชีพนักแสดงของเขา อีกสิ่งหนึ่งที่จะทำให้ The Commuter นรกใช้มาเกิด” ถูกยกเป็นหนึ่งในภาพยนตร์สุดระทึกขวัญและบีบคั้นหัวใจนั่นคือ เงื่อนไขของสถานที่ ภายใต้อาณาเขตและเวลาที่ถูกจำกัด เราจึงอดไม่ได้ที่จะเอาใจช่วยตัวละครอย่าง “ไมเคิล” (เลียม นีสัน) ที่ต้องปฏิบัติภารกิจอย่างลับๆ ที่ไม่ได้เพียงเพื่อแลกกับค่าตอบแทนก้อนโต แต่ยังเป็นการช่วยชีวิตผู้โดยสารหลายร้อยชีวิตบนรถไฟขบวนนรกนั้น รวมไปถึงครอบครัวที่เขารักอีกด้วย

 

และด้วยเงื่อนไขที่ดูเหมือนจะเป็นอุปสรรค แต่ “โจเม คอลเลต-เซอร์รา” ผู้กำกับที่ร่วมงานกับเลียม นีสันมาเป็นเรื่องเรื่องที่  4 แล้วกลับมองว่าเป็นสิ่งที่ท้าทายในการทำงานอย่างมากในการเล่าเรื่องออกมาเป็นภาพให้น่าสนใจด้วยฉากที่เกิดบนรถไฟแทบทั้งเรื่อง และเป็นเสน่ห์ที่จะช่วยขับอารมณ์ให้ The Commuter” มันส์ระทึกมากขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว

 

ผู้ออกแบบงานสร้าง “ริชาร์ด บริดจ์แลนด์” กล่าวถึงงานของเขาในเรื่องนี้ที่พยายามทำให้ทุกอย่างดูสมจริงที่สุดว่า

“หนึ่งในสิ่งที่โปรดิวเซอร์บอกกับผมคือ ‘ง่ายๆ เลยนะ มันก็แค่รถไฟ’ แต่ผมรู้ว่างานนี้ต้องซับซ้อนไม่เบา เรื่องแรกๆ ที่ผมคุยกับโจเมคือเราจะทำยังไงให้มันออกมาสมจริง เราพยายามเติมแต่งให้น้อยที่สุด รถไฟต้องดูดิบเหมือนรถไฟนิวยอร์กของจริง ผมไปสุสานรถไฟในโอไอโฮ นอกตัวเมืองคลีฟแลนด์ที่มีซากรถไฟใต้ดินเต็มไปหมด เราเอาเบาะที่นั่ง ราวจับอื่นๆ มาปรับใช้กับงานสร้างของผม”

 

Commuter-st15

 

งานแรกที่บริดจ์แลนด์ได้รับมอบหมายคือออกแบบฉากเสมือนจริงขึ้นในสตูดิโอไพน์วูด รถไฟโดยสารนิวยอร์กมักจะประกอบไปด้วยโบกี้ที่นั่ง 6-7 โบกี้ ความยาวโดยรวม 70-80 ฟุต แน่นอนว่าการจำลองของจริงขึ้นมาทั้งหมดในสตูดิโอย่อมเป็นไปไม่ได้ ฉากรถไฟถูกออกแบบมาให้แยกส่วนได้เพื่อให้ง่ายต่อการถ่ายทำ ซึ่งนั่นแปลว่าแต่ละวันที่ถ่ายทำทีมงานสามารถเลือกจะถ่ายตรงส่วนไหนของรถไฟก็ได้ ซึ่งหมายความว่าการเคลื่อนกล้องสามารถทำได้อย่างอิสระ จากภายในผ่านหน้าต่างสู่ภายนอกโดยไม่ต้องพึ่งซีจี

“ผมได้รู้ตั้งแต่ทำงานกับเขาใน Unknown ว่าเขาชอบเคลื่อนกล้องมาก เขาเป็นนักเล่าเรื่องด้วยภาพตัวจริง เขาคิดเสมอว่าจะเล่าทั้งซีนด้วยกล้องเพียงช็อตเดียวได้ยังไง เขาชอบใช้เครนกวาดกล้องไปทั่วฉาก ผมจึงออกแบบฉากให้กว้างกว่า 850 ตารางฟุต และสูงถึง 11 ฟุต มันจะได้มีพื้นที่ให้เขาเล่นกับกล้องได้อย่างเหลือเฟือ แถมเขายังเคลื่อนกล้องจากภายในขบวนสู่ภายนอกได้อย่างแบบไร้รอยต่อด้วย” บริดจ์แลนด์เล่าเสริมถึงการทำงานกับผู้กำกับ

 

ส่วนสำคัญที่จะมาเพิ่มความตื่นเต้นให้กับหนังเป็นอย่างดี นั่นคือฉากต่อสู้ซึ่งได้นักออกแบบคิวบู๊และสตันต์ “มาร์ก แวนสโลว์” มาช่วยดูแลในส่วนนี้ และด้วยความที่แวนสโลว์เคยร่วมงานกับเลียม นีสันมาแล้วถึง 16 ครั้ง ทำให้ทั้งคู่ทำงานเข้าขากันอย่างสมบูรณ์แบบ ตามที่ “แอนดรูว์ โรนา” โปรดิวเซอร์มือทองได้กล่าวไว้ว่า

“พวกเขาไว้ใจกันและกัน ทั้งคู่พร้อมทุ่มเทเพื่อยกระดับงานสตันต์ในเรื่อง เลียมเชื่อในฝีมือทีมงานทุกคนของเขามาก”

 

แวนสโลว์กล่าวถึงความแตกต่างของการต่อสู้ในสถานที่แคบๆ อย่างรถไฟกับสถานที่โล่งแจ้งทั่วไปว่า

“ฉากต่อสู้แต่ละฉาก เกิดขึ้นหลายจุดในรถไฟ ทั้งตอนที่รถไฟเคลื่อนที่และจอด ทำให้จังหวะมันต่างกัน และเราเน้นในความสมจริง เขาไม่ใช่ยอดมนุษย์ ตอนนี้เขาเป็นแค่ชายคนหนึ่งที่รับมือกับสถานการณ์เฉพาะหน้าแบบที่คนทั่วไป”

 

Commuter-st10

Commuter-st14

 

เลียม นีสันเล่าถึงฉากต่อสู้และการเตรียมตัวในส่วนนี้ที่ต้องเข้ายิมเพื่อออกกำลังกาย 45 นาทีทุกเช้าก่อนมากองถ่าย

“ผมชอบการต่อสู้นะ ผมซ้อมกับมาร์กและทีมสตันต์ การซ้อมเป็นสิ่งสำคัญนะ ไม่งั้นคุณอาจจะเจ็บตัวได้ มันสนุกจริงๆ แต่มันต้องอาศัยความฟิตพอสมควรเลยทีเดียว”

 

ผู้กำกับโจเม คอลเลต-เซอร์รา ทิ้งท้ายถึงภาพยนตร์เรื่องล่าสุดนี้ของเขาว่า

“การเล่าออกมาให้น่าสนใจเป็นสิ่งที่ผมให้ความสำคัญ ถ้าหนังของผมทุกเรื่องมีอะไรเหมือนกัน ก็คงจะเป็นความน่าติดตามที่จะทำให้ผู้ชมไม่สามารถละสายตาได้ ผมหวังว่าเรื่องนี้จะเป็นแบบนั้นเช่นกัน ผมอยากพิสูจน์ตัวเองว่าผมสามารถเอาเอกลักษณ์ในผลงานของผม มาเล่าใหม่ในแบบที่ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิงได้”

 

“The Commuter นรกใช้มาเกิด” ระเบิดความมันส์ เดิมพันอันตราย ฝ่าเส้นตายขบวนนรก 11 มกราคมนี้ ในโรงภาพยนตร์ระบบปกติ, IMAX และ 4DX

 

Featured Movie