

"ผู้หญิงเสน่ห์เพชฌฆาต"
เมื่อปฏิบัติการลับถูกปิดฉากด้วยการหักหลัง
ภารกิจครั้งสุดท้ายจึงต้องดับลมหายใจคนทรยศ
อย่าประมาท "คมดาบของผู้หญิง"
"กุนจา" (โสภิตา ศรีบาลชื่น) ตำรวจสายลับสาวฝีมือฉกาจในหน่วยปฏิบัติการพิเศษซีไอเอถูกองค์กรของตัวเองสั่งจับตายเพื่อปกปิดความลับสำคัญบางอย่าง หลังเสร็จสิ้นการปฏิบัติภารกิจลับครั้งใหญ่ที่ชายแดนของประเทศไทย แต่โชคยังดีเธอเอาชีวิตรอดมาได้ และเก็บตัวเงียบเพื่อรอคอย...วันล้างแค้น
สองปีต่อมา ข้อมูลลับของซีไอเอในทำเนียบขาวเกี่ยวกับการก่อวินาศกรรมวางระเบิดกรุงเทพฯ เพื่อป้ายสีขบวนการโจรก่อการร้ายในไทย เกิดรั่วไหลไปเข้าหู "วายิบ" (ศรัณยู วงษ์กระจ่าง) หัวหน้าโจรก่อการร้าย ทำให้เขาจำเป็นต้องลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อปกป้องขบวนการของเขาให้พ้นจากการถูกใส่ร้ายครั้งนี้
ในขณะเดียวกัน ซีไอเอก็มอบหมายให้ "แคลร์" (แจ๊คกี้ อภิธนานนท์) มือสังหารหญิง-หัวหน้าหน่วยสายลับคู่ปรับเก่าของกุนจา พร้อมด้วย "หน่วยพยัคฆ์ดำ" ภายใต้การนำของทหารสายลับหญิง "ศิรินทร์" (เกศริน เอกธวัชกุล) และซามูไรนักฆ่า "มาซารุ" (พีท ทองเจือ) เข้ามาจัดการเรื่องนี้โดยเร็วที่สุด เพื่อภาพลักษณ์ฮีโร่จอมปลอมที่โลก...ต้องยอมสยบ
เมื่อฝ่ายหนึ่งต้องการโยนความผิดเพื่อปกปิดความลับ ฝ่ายหนึ่งต้องการเปิดโปงโฉมหน้าอันชั่วร้าย และอีกฝ่ายหนึ่งเผยตัวขึ้นอีกครั้งเพื่อกลับมาชำระแค้นส่วนตัว
นั่นนำมาซึ่งสถานการณ์อันเลวร้ายในคืนที่มหานครศิวิไลซ์อย่างกรุงเทพฯ กำลังโดนก่อวินาศกรรมขั้นร้ายแรง พร้อมด้วยการไล่ล่าสังหารอันสุดแสนดุเดือดของ "กุนจา, แคลร์ และ ศิรินทร์" สามสาวสายลับฝีมือระดับพระกาฬที่ต้องเดิมพันภารกิจนี้ด้วยชีวิตของพวกเธอ
ระเบิดเวลาทำลายล้างครั้งใหญ่กำลังถูกเปิดสวิตช์นับถอยหลัง...
ผลงานภาพยนตร์ที่ผ่านมาของ "มานพ อุดมเดช"
"ประชาชนนอก" - หนังตีแผ่ความจริงของสังคมไทย ที่ความเหลื่อมล้ำระหว่างคนในสังคมเมืองและชนบทมีอยู่ทั่วทุกหัวระแหง หนังแสดงให้เห็นถึงความรุนแรงที่เกิดขึ้นจากความขัดแย้งของฝ่ายนายทุนและชาวนา-กรรมกรที่กลายเป็นการต่อสู้ถึงขั้นเลือดตกยางออก
โสภิตา ศรีบาลชื่น
แจ๊คกี้ อภิธนานนท์
เกศริน เอกธวัชกุล
พีท ทองเจือ
ศรัณยู วงษ์กระจ่าง
มานพ อุดมเดช
แอ็กชัน
(หนังได้รับการคัดเลือกให้ฉายในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติหลายประเทศ / ได้รับประกาศนียบัตร Outstanding Film จากงานมหกรรมนานาชาติกรุงลอนดอน ปี 2524 / ติด 1 ใน 10 ภาพยนตร์ยอดเยี่ยมของ Tony Rayn นักวิจารณ์ระดับโลกชาวอังกฤษ)
"หย่าเพราะมีชู้" (2528) - เรื่องราวการขึ้นโรงขึ้นศาลของหญิงสาวที่มีสามีเป็นนายพลฟ้องหย่าในข้อหามีชู้กับเหล่าทหารเกณฑ์ ความเลวร้ายอยู่ที่การใช้อิทธิพลมืดค่อยๆ กำจัดพยานไปทีละคน หนังเป็นการประชันบทบาทครั้งสำคัญของนักแสดงยอดฝีมือของไทยไม่ว่าจะเป็น "สินจัย หงษ์ไทย, อภิชาติ หาลำเจียก, นาถยา แดงบุหงา และ ชลประคัลภ์ จันทร์เรือง"
(รางวัลตุ๊กตาทอง สาขาภาพยนตร์ยอดนิยม และภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ปี 2528)
"ครั้งเดียวก็เกินพอ" (2529) - หนังดราม่าทริลเลอร์เล่าเรื่องราวของการคุกคามทางเพศ เมื่อชายหนุ่มหญิงสาวคู่หนึ่งมีความสัมพันธ์ทางเพศชั่วข้ามคืน "ฝ่ายหญิง" (สินจัย หงษ์ไทย) ไม่ตั้งใจจะสานต่อความสัมพันธ์นั้น แต่ "ฝ่ายชาย" (ลิขิต เอกมงคล) หายอมไม่ การคุกคามทางเพศจึงบังเกิดขึ้นแก่หญิงสาว
(รางวัลตุ๊กตาทอง 4 สาขาในปี 2530 คือ ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, ผู้แสดงนำฝ่ายชายยอดเยี่ยม-ลิขิต เอก มงคล และบันทึกเสียงยอดเยี่ยม)
"กะโหลกบางตายช้า กะโหลกหนาตายก่อน" (2534) - หนังแนวฟิล์มนัวร์สไตล์ไทยๆ ที่สะท้อนด้านมืดของกิเลสตัณหาของมนุษย์ผ่านตัวละครหลัก 3 คนที่ถูกบางอย่างกำหนดให้ต้องมาพบกัน และบางอย่างที่กำหนดให้พวกเขาต้องเดิมพันกันด้วยชีวิต หนังเป็นการประชันฝีมืออย่างเข้มข้นของ "สุรศักดิ์ วงษ์ไทย, อังคณา ทิมดี และ ขจรศักดิ์ รัตนนิสสัย" และเมื่อพูดถึงผลงานของผู้กำกับคุณภาพคนนี้ หนังเรื่องนี้มักจะเป็นชื่อแรกๆ ที่หลายคนนึกถึงก่อนเสมอ
(หนังได้รับรางวัลกำกับภาพยอดเยี่ยม และลำดับภาพยอดเยี่ยมจากชมรมวิจารณ์บันเทิงปี 2534)
"ดอกไม้ในทางปืน" (2542) - เรื่องราวของมือปืนนาม "ลพ ลำนารายณ์" ที่คิดจะล้างมือจากวงการอันป่าเถื่อนนี้ เมื่อเขาได้พบรักแท้กับ "ดลใจ" สาวขายประกันชีวิต เมื่อเส้นทางที่เคยเดินเป็นเส้นขนานถูกนำมาบรรจบกันด้วยคำว่า "รัก" ชีวิตของทั้งคู่อาจจะต้องแปรเปลี่ยนไปตลอดกาล
"คืนบาปพรหมพิราม" (2546) - ดัดแปลงจากเรื่องจริงที่เป็นคดีอาชญากรรมอื้อฉาวอันเป็นเรื่องราวของ "สำเนียง" หญิงสาวต่างถิ่นสติไม่สมประกอบคนหนึ่งที่ถูกพบเป็นศพโดนรถไฟทับขาดสามท่อน ทุกคนคิดว่านั่นเป็นอุบัติเหตุ แต่อย่างไรเสีย เมื่อความจริงจะต้องถูกเปิดเผย นักข่าวท้องถิ่นคนหนึ่งก็เริ่มตามล่าหาความจริง และพบว่านี่เป็นคดีฆาตกรรมอำพราง หาใช่อุบัติเหตุอย่างที่คิดไม่ หญิงสาวต่างถิ่นคนนี้ถูกชายเกือบทั้งหมู่บ้านพรหมพิรามข่มขืนกระทำชำเรา และถูกฆ่าเพื่ออำพรางคดี...โลกช่างโหดร้ายกับเธอยิ่งนัก
(หนังคว้ารางวัลสุพรรณหงส์ทองคำสาขาภาพยนตร์แห่งชาติยอดเยี่ยม, บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, ลำดับภาพยอดเยี่ยม, บันทึกเสียงยอดเยี่ยม, ดนตรีประกอบยอดเยี่ยม และเป็นผลงานแจ้งเกิดของนางเอกสาวอย่าง "พิมพ์พรรณ ชลายนคุปต์ "ที่คว้ารางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมจากสถาบันเดียวกันไปครองด้วย)
"ตุ๊กแกผี" (2547) - ถือเป็นการพลิกแนวการกำกับของ "มานพ อุดมเดช" จากหนังแนวเรียลิสติกมาสู่หนังบันเทิงแนวสยองขวัญ-แฟนตาซีอย่างเต็มตัวเป็นครั้งแรกในผลงานกำกับเรื่องที่ 7 นี้ ที่บอกเล่าเรื่องราวของกลุ่มคนที่ต้องเข้าไปผจญกับความลึกลับดำมืดและอาถรรพ์ของสัตว์ที่หลายคนไม่อยากพบพานอย่าง "ตุ๊กแก" ...สิ่งที่คุณเห็น อาจไม่เป็นอย่างคุณคิด

หมายเหตุผู้กำกับ "สวย...ซามูไร"
ในธรรมชาติ "ความมืด" น่าสนใจกว่า "ความสว่าง" เพราะเรามองเห็นสิ่งต่างๆ ในความสว่าง ไม่ว่ามันจะผิดหรือถูกอย่างไร เราคุ้นชินกับความสว่าง เราเชื่อมั่นความสว่าง เราให้ค่าสมมติแก่ความสว่างว่าเป็นด้านดีของโลก ส่วนในความมืดนั้นตรงข้ามแบบเต็มร้อยกับความสว่างอยู่แล้ว เรามองไม่เห็น เราไม่รู้อะไรเลยทั้งๆ ที่เราอยากรู้ ในความมืดมันจึงมีคำถามมากมาย มันมีแต่ความคลุมเคลือและปริศนา มันจึงมีสีสันเร้าใจที่เราจะมองเห็นได้โดยความรู้สึกเท่านั้น ไม่ใช่ด้วยตา ความมืดมันมีพลังกระตุ้นเราให้จินตนาการไปต่างๆ นานา โดยเฉพาะจินตนาการแบบที่ฝรั่งเรียกว่า "Conspiracy" หรือ "Plot" คือพล็อตไปได้เรื่อยจนลงตัวเป็นเรื่องเป็นราว จับแพะชนแกะจนเป็นเรื่องเป็นราว ซึ่งบางครั้งมันตรงกับเรื่องจริงแบบเหลือเชื่อ บางทีก็มีเค้าว่าจะจริง
มันเป็นการพล็อตแท้ๆ เลย เป็น "Conspiracy Theory" แท้ๆ คือ "สมมติฐานแบบสมคบคิด" คิดแหกกรอบที่ทั่วๆ ไปเขาคิด
ผมทำหนังเรื่อง "สวยซามูไร" มาจากฐานความคิดตรงนี้
แล้วทำไมชื่อหนังมีคำว่า "ซามูไร" คำนี้แค่ยืมมาใช้เพื่ออธิบายบุคลิกของตัวละครในเรื่อง ไม่ใช่เพราะในหนังมีดาบ คำว่า "ซามูไร" ไม่ได้แปลว่าดาบ คนญี่ปุ่นเรียกดาบของซามูไรว่า "คาตานะ" คือตัวละครสำคัญๆ ในเรื่องต่างมีอุดมการณ์แบบซามูไร ทุกตัวซื่อสัตย์ต่อภารกิจยิ่งกว่าชีวิต เรื่องนี้เป็นเรื่องราวเล็กๆ ในโลกของสายลับ คนที่เป็นเอเยนต์จะได้รับการฝึกเรื่องแบบนี้จนซึมลึกถึงจิตวิญญาณเหมือนพวกซามูไร และเผอิญว่ามันลงตัวที่อยากให้ในหนังมันมีดาบคาตานะด้วย อันนี้มันเป็นเทรนด์ของหนังแอคชั่นในห้วงนี้ที่ดาบคาตานะมันกลายมาเป็นพร็อปเพอตี้ที่น่าสนใจของหนัง ดาบจีน ดาบไทย ดาบแขก ดาบฝรั่ง ก็ไม่น่าสนใจเท่าคาตานะ
ในฐานะที่เป็นภาพยนตร์แอคชั่นไทย "สวยซามูไร" มีอะไรที่แหวกไปจากหนังแอคชั่นไทยเรื่องอื่นก่อนหน้านี้บ้าง
หนังเรื่องนี้ไม่ใช่หนังที่เน้นการต่อสู้แบบศิลปะป้องกันตัว แต่เป็นสงครามผู้หญิงที่ถึงเลือดถึงเนื้อ ไม่ใช่ร้องกรี๊ดๆ ตบหยิกข่วน อย่างในทีวี ไม่ใช่อวดท่าสวยเท่านั้น แต่ผมแสดงภาพลักษณ์ของผู้หญิงในมิติของความเหี้ยมที่หนังบู๊ไทยไม่ทำ
แต่เหนืออื่นใด เป็นหนังแอคชั่นที่พูดถึงประเด็นปัญหาการเมืองสากล และเป็นหนังแอคชั่นที่พูดถึงด้านมืดในโลกของสายลับ เท่าที่นึกได้ คิดว่ายังไม่เคยมีประเด็นแบบนี้ในหนังไทยเรื่องไหนๆ
แหวกอีกอย่างคือ นางเอกใน "สวยซามูไร" ใหม่จริง แสดงเก่งจริง และสวยจริงครับ
มานพ อุดมเดช (ผู้กำกับ "สวย...ซามูไร")