อสุจ๊าก (The Sperm)
สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล | 86 นาที | วันเข้าฉาย : 22/03/07
ผู้กำกับ : ทวีวัฒน์ วันทา
นักแสดง
พุฒิพงศ์ ศรีวัฒน์ (ลีโอ พุฒ)
พิมพาภรณ์ ลีนุตพงษ์
ณัฐวุฒิ ศรีหมอก (ฟักกลิ้ง ฮีโร่)
จักรพงศ์ สิริริน (สอง พาราด็อกซ์)
ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์
สมเล็ก ศักดิกุล
ดลรส เดชะประทุมวัน
TRAILER
เรื่องย่อ

คุณเคย “ฝัน” อยากเป็น “คนดัง” หรืออยาก “Fun” กับ “ดารา” บ้างมั้ย

ม่าย…ยยย ไม่ต้องคิดนานขนาดน้าน…นนน

มันต้องเคย…ซักครั้งล่ะน่า

แต่ถ้าโชคชะตาของคุณเกิดพลิกผัน ต้องกลายเป็นคนดังเพียงชั่วข้ามคืน

ด้วยเหตุประหลาดอันมาจาก “น้ำเชื้อ” ของคุณเอง!!!

และเหตุอลหม่านอีกนับไม่ถ้วนที่ทำให้คุณ “ดังกระจาย” สมใจ

แถมต้อง “หนีกระเจิง” แบบสมยอมในคราวเดียวกัน

ซะงี้แล้ว คุณยังฝันอยากจะเป็นคนดัง…อยู่อีกมั้ยล่ะ

“อสุจ๊าก” (The Sperm)

หนังตลกวัยรุ่นกับส่วนผสมอันหลากหลาย ทั้งไซไฟ แอนิเมชัน ทะลึ่งทะเล้น และมนุษย์พันธุ์ประหลาด!!!

ที่จะบ่มเพาะเชื้อฮามาให้คุณได้เฮ ฤกษ์ดีเดย์ปล่อยเชื้อฮา 22 มีนานี้ ในโรงภาพยนตร์

 

“อสุจ๊าก” (The Sperm) เล่าเรื่องราวของ “สุทิน” (ลีโอ พุฒ) หนุ่มขายเสื้อผ้าย่านรามคำแหง เขาเป็นเพียงชายหนุ่มธรรมดาคนหนึ่งที่ฝันอยากจะมีชื่อเสียงและใฝ่ถึงนางแบบ-นางเอกสาวดาวรุ่งอย่าง “แลมมี่” (ผิง-พิมพาภรณ์ ลีนุตพงษ์) ชีวิตของเขาอาจจะลุ่มๆ ดอนๆ ไปตามเรื่องกับวงดนตรีฮาร์ดคอร์ที่ก่อตั้งขึ้นกับเพื่อนสนิทอีก 3 คนอย่าง “ประเสริฐ” (กอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่), “สุรชัย” (สอง พาราด็อกซ์), และ “อนันต์” (ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์) ถ้าหากว่าเขาไม่บังเอิญไปเกิดเรื่องเสียก่อน

 

เรื่องที่ว่าก็คือ…อยู่มาวันหนึ่งได้เกิดเหตุประหลาดที่หญิงสาวทั่วทั้งกรุงเทพฯ เกิดตั้งครรภ์อย่างเร่งด่วนขึ้นมาภายในคืนเดียว และคลอดในอีกหนึ่งวันต่อมา ที่น่าประหลาดกว่านั้นก็คือ เด็กทุกคนที่เกิดมามีใบหน้าเหมือนสุทินกันหมด นอกจากนี้อัตราการเจริญเติบโตของเด็กเหล่านี้ยังรวดเร็วชนิดที่เพียงไม่กี่วันก็เติบโตเป็นเด็กรุ่นกระทงได้แล้ว ที่น่าสังเกตก็คือ เด็กเหล่านี้มีความคลั่งไคล้ในตัวแลมมี่เช่นเดียวกับสุทินอีกด้วย

 

สุทินต้องออกสืบค้นเรื่องราวประหลาดนี้ เพราะดูเหมือนจะมีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้นที่จะสามารถจัดการกับปัญหานี้ได้ โดยได้รับความช่วยเหลือจาก “ด็อกเตอร์สติเฟื่อง” (สมเล็ก ศักดิกุล) ที่ชอบนักกับการประดิษฐ์ทดลอง และดัดแปลงของแปลกประหลาด กับ “ลูกสาวด็อกเตอร์” (ดลรส เดชะประทุมวัน) คนเก่ง แสนซนและน่าร้าก…กกก

 

เขาต้องหลบเลี่ยงจากการเป็นคนดังเพียงชั่วข้ามคืน และหนีการตามล่าจากทางการที่จะนำตัวเขามาสอบสวนข้อเท็จจริง ในขณะเดียวกัน เขาก็ต้องแปลงตัวเข้าร่วมงานคอนเสิร์ต “OTOB” (One Tambol One Band – หนึ่งตำบลหนึ่งวงดนตรี) เพื่อเข้าร่วมประกวดวงดนตรีตามที่เขาใฝ่ฝัน และช่วยเหลือนางในฝันอย่างแลมมี่ที่กำลังจะถูกคุกคามจากเด็กพันธุ์ประหลาดนี้โดยไม่รู้ตัวด้วย

 

เอาล่ะสิ…แล้วทีนี้สุทินจะทำยังไงต่อดีล่ะเนี่ย จ๊าก…กกกกกกกกกก

 

Sperm-TR02

 

เชื้อไฮไลต์:

  • หนัง Teenage Comedy ภายใต้พล็อตเรื่องที่แหวก, แปลก และกล้าแตะไปจนถึงแก่นชองความพลุ่งพล่านทางอารมณ์…ขัน แรงปรารถนาอยากเป็น “คนดัง” ซึ่งจะเป็นเทรนด์ของ “วัยรุ่นในยุค 2007” อย่างแท้จริง นี่จริงนำไปสู่การเป็นภาพยนตร์ที่จะตอบสนอง “ต่อมอารมณ์” สุดเอนจอยของเหล่าวัยรุ่นได้ตรง “เป้า” มากที่สุด
  • งานนี้นั่งแท่นกำกับโดย “คุ้ย-ทวีวัฒน์ วันทา” ผู้กำกับภาพยนตร์เจ้าของผลงานภาพยนตร์สั้น “ขุนกระบี่” ที่ได้รับรางวัลโดดเด้ง 2 ปีซ้อนจาก “Fat Film” ของ “ป๋าเต้ด-ยุทธนา บุญอ้อม” พร้อมกวาดคะแนนความนิยมป็อปปูลาร์โหวตอย่างเป็นเอกฉันท์ จนถูกขยายให้กลายเป็นภาพยนตร์เรื่องยาว “ขุนกระบี่ ผีระบาด” ลงสู่จอใหญ่ครั้งแรกเมื่อปลายปี 2547 ที่ผ่านมา โดยงานกำกับเรื่องที่สองของทวีวัฒน์นี้อยู่ภายใต้การควบคุมและดูแลการผลิตโดย “ปรัชญา ปิ่นแก้ว” (โปรดิวเซอร์-ผู้กำกับแถวหน้าของไทย) และ “ศิวาภรณ์ พงษ์สุวรรณ” (นักเขียน อดีต บ.ก. นิตยสาร “jumpcut” และโปรดิวเซอร์สาวจากภาพยนตร์ของคนรุ่นใหม่อย่าง “สยิว” (2546), “Fake โกหกทั้งเพ” (2546), “เอ็กซ์แมน แฟนพันธุ์เอ็กซ์” (2547),  “เฉิ่ม” (2548) และล่าสุดกับงานกำกับเรื่องแรก “ข้าวเหนียวหมูปิ้ง” (2549))
  • ครั้งแรกของการระดมไอดอลสุดแนวของเมืองไทย ไม่ว่าจะเป็น “ลีโอ พุฒ” นักร้องนักแสดงมาดกวนในบท “สุทิน” เจ้าของสเปิร์มวายร้ายตัวน้อยที่กลายเป็นวายร้ายตัวยักษ์อย่างไม่คาดคิด, “ผิง-พิมพาภรณ์ ลีนุตพงษ์” นักแสดงและนางแบบสุดฮอตทั้งชีวิตจริงและในภาพยนตร์ ร่วมด้วยไอดอลสุดฮิปอย่าง “กอล์ฟฟักกลิ้งฮีโร่”, “สอง พาราด็อกซ์” พร้อมเติมสีสันความฮาด้วย “ขุนอิน โหมโรง” และ “สมเล็ก ศักดิกุล” 
  • พิเศษสุดกับ CG สัญชาติไทยแท้ ที่จะเนรมิตเทคนิคพิเศษด้านภาพของตัวสเปิร์มที่ทุกคนจะต้องอึ้ง ทึ่ง เซี้ยว…เสียว

 

Sperm-Still01

 

หัวเชื้อของ “คุ้ย-ทวีวัฒน์ วันทา”

 

พ.ศ. 2545 

  • เริ่มออกลายกำกับหนังสั้น “ขุนกระบี่ภาค 1” และได้รับรางวัลรองชนะเลิศ และรางวัลภาพยนตร์โดดเด้ง จากการประกวดภาพยนตร์สั้นของ “Fat Film”

 

พ.ศ. 2546

  • ชักเริ่มมันเลยกำกับหนังสั้น “ขุนกระบี่ภาค 4” ต่อ จนได้รับรางวัลรองชนะเลิศ จากการประกวดภาพยนตร์สั้นของ “Fat Film” และได้โกอินเตอร์ไปฉายโชว์ที่เทศกาลหนังประเทศไอร์แลนด์
  • ไว้ลายกำกับหนังสั้น “ผู้ชนะ” จนชนะใจกรรมการได้รับรางวัลชนะเลิศ และรางวัลป็อปปูล่าโหวต จากการประกวดภาพยนตร์สั้นของ “Fat Film”

 

พ.ศ. 2547         

  • เริ่มฉายแววนักแสดงรับเชิญเพียงเสี้ยววินาที แบบตาดีได้ตาร้ายเสีย (ฮา) ในเรื่อง “เอ็กซ์แมน แฟนพันธุ์เอ็กซ์” 
  • เปิดซิงขึ้นแท่นผู้กำกับหนังใหญ่ครั้งแรกกับ “ขุนกระบี่ ผีระบาด” (ฟิล์มบางกอก) และเรียกเสียงฮือฮาทันทีที่ออกฉาย จนต้องเปลี่ยนชื่อเป็น “ขุนกระบี่ ฮีโร่ OTOP” อย่างที่ไม่มีหนังไทยเรื่องไหนเคยทำมาก่อน (ฮาอีกแล้ว)

 

พ.ศ. 2548

  • ปล่อยหมดแม็กกับบทบาทรับชวนในหนังสั้นเรื่อง “มาลัยเสี่ยงรัก” นี่ถ้าได้บทนำเต็มๆ ในหนังยาวซักเรื่องล่ะก็ ออสการ์ก็ออสการ์เถอะ…ไม่ต้องพูดถึง

 

พ.ศ. 2550

  • นั่งลุ้นรายได้หนังใหญ่งานกำกับเรื่องที่สอง “อสุจ๊าก” (สหมงคลฟิล์มฯ) จนตัวโก่ง พร้อมๆ กับบังเกิดไอเดียหนังแนวๆ อีกหลายเรื่องตามสไตล์พี่เค้าล่ะ