หลวงพี่กับผีขนุน (Sathu)
สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล | 94 นาที | วันเข้าฉาย : 19/02/09
ผู้กำกับ : ดุลยสิทธิ์ นิยมกุล
นักแสดง
เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา (หม่ำ จ๊กม๊ก)
ทศพล ศิริวิวัฒน์
อาชิรญาณ์ ภีระภัทร์กุญช์ชญา
กิตติศักดิ์ ชูศรี (ปลาคาร์ฟ เชิญยิ้ม)
นทีพร เชื้อบัณฑิตย์
TRAILER
เรื่องย่อ

ภาพยนตร์หรรษาป่าช้าแตกที่จะทำให้ทุกคนได้ขำขันไปกับเรื่องราวของ 18 มงกุฏจอมลวงโลกที่ถูกโปลิศจอมเก๋าตามล่าหัว

จนต้องตกกระไดพลอยโจนไปเป็นพระโดยที่ไม่ทันตั้งตัว และกลายเป็นความหวังหนึ่งเดียวของชาวบ้านในการปราบผีขนุนสุดเฮี้ยน

ที่จะทำให้คุณขากรรไกรค้างไปกับเรื่องราวชุลมุนอลเวง

“หลวงพี่กับผีขนุน”

ผลงานอารมณ์ดีที่จะทำให้ใบหน้าคุณเปื้อนยิ้ม กำกับโดย ดุลยสิทธิ์ นิยมกุล

แท็กทีมความหรรษาโดย หม่ำจ๊กมก” โปลิศหน้าเหลี่ยม

พร้อมด้วยการประเดิมเป็นพระเอกครั้งแรกของ “ทศพล 108 มงกุฎ

ที่จะพาคุณขวัญผวาฮากันให้หัวใจชื่นบานไปกับการปะทะกันระหว่าง

“หลวงพี่ป้ายแดง VS ผีขนุนสุดเฮี้ยน”

ศึกครั้งนี้ต้องวัดกันให้รู้ดำรู้แดง!!!

 

“เสือ” (ทศ 108 มงกุฎ) เซลล์แมนขายเครื่องกรองน้ำจอมกะล่อน ที่ไม่ว่าเด็ก-สตรี-หญิงมีครรค์หรือคนชราเขาก็ต้มตุ๋นไม่เลือกหน้า ร้อนถึงมือปราบหน้าเหลี่ยมจอมกวนอย่าง “จ่าคงเดช” (หม่ำ จ๊กม๊ก) ต้องออกตามล่าหัวไม่เว้นแต่ละวัน แต่จอมแสบลื่นเป็นปลาไหลอย่างไอ้เสือ มีหรือที่จะยอมให้จับง่ายๆ ว่าแล้วก็เบนเข็มไปบวชตามความต้องการของแม่ให้มันรู้แล้วรู้รอด พร้อมขอเสนอที่ยั่วน้ำลายว่า “ถ้าไปบวชให้แม่แล้วเอ็งจะได้เบียดกับสาวหมวยขาวเอ็กซ์ที่แม่จัดให้” 

 

ว่าแล้วไอ้เสือก็โกนหัวบวชกลายเป็น “พระเสือ” แบบไม่ทันตั้งตัว เห็นทีงานนี้ “เสือซ่อนเล็บ” ต้อง “สิ้นลาย” เมื่อพระเสือต้องเรียนรู้โลกใหม่ที่แตกต่างอย่างสุดโต่ง กลางวันถูกทดสอบด้วยพระธรรมพร้อมเรื่องวุ่นๆ ของชาวบ้าน หนำซ้ำยังต้องโดนทดสอบจิตใจจากสิ่ง (ไม่มีชีวิต) ที่ชาวบ้านพร้อมใจเรียกว่า “ผีขนุน” (ไม่ใช่ผู้หญิงสวยเอ็กซ์เซ็กซี่อย่างว่านะ แต่เป็นป้าแก่ๆ เจ้าของเงินกู้ที่แสบซ่าจนโดนลูกขนุนยักษ์หล่นทับหัวตายต่างหาก)

 

คราวนี้เห็นทีว่า “โจรชั้นครู” จะหนี “จ่าชั้นเทพ” มาเจอะ “ผีชั้นเซียน” ที่จะทำให้คุณเจอความน่ารักของศาสนาที่ยังไม่เคยเห็น และขำขันไปกับปะทะกันของ “หลวงพี่ VS ผีขนุน” แค่คิดก็หนาวแล้ว บรู๊ว…ววววว

 

Sathu-Still01

Sathu-Still02

Sathu-Still03

Sathu-Still04

 

บันทึกผู้กำกับ “ดุลยสิทธิ์ นิยมกุล”

 

ฤดูร้อน หลังสงกรานต์, ผมได้ข่าวว่า “จุ๊บ” เพื่อนสนิทที่เป็นผู้กำกับหนังจะบวชที่วัดเล็กๆ ท่ามกลางหุบเขาแห่งหนึ่งในอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ผมกับ “โป๋ย” เพื่อนที่เป็นผู้กำกับหนังอีกคนตัดสินใจเดินทางไปร่วมงาน แต่ด้วยความเละเทะของเรา งานเลี้ยงเมื่อคืนทำให้เราตื่นกันสายโด่ง เลยต้องตาลีตาเหลือกรีบเดินทางออกจากตัวเมือง ก่อนจะพบว่าเราหลงทางอยู่ในสวนส้มตรงไหนสักแห่งระหว่างทางแม่ริม-แม่แตง และทำให้กว่าที่เราจะถึงวัดพิธีกรรมทุกอย่างก็สิ้นสุดไปแล้ว

 

ผมยังจำภาพวันนั้นได้ดี เมื่อก้าวเข้าไปในวัด สิ่งที่สัมผัสได้อย่างแรกนอกจากความความเงียบสงบแล้ว สิ่งที่เห็นตรงหน้าคือเพื่อนของเรากลายเป็นพระไปแล้ว เหลือบไปข้างๆ พระก็เห็นหมาวัดกับเด็กคนหนึ่งนั่งอยู่ข้างๆ บนพื้นบันไดหน้าโบสถ์ รอบตัวมีเณรตัวเล็กที่บวชพร้อมกัน กับเพื่อนเณรตัวเล็กตัวน้อยอีกโขยงหนึ่งวิ่งไล่เตะกันอยู่รอบๆ วัด ณ จังหวะนั้นว่า ผมรู้สึกเลยว่านั่นคือ Inspiration ของผม เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ไปงานบวชของเพื่อน ความรู้สึกที่เคยสนิท เคยคุยมุกตลกโปกฮา เขกหัว หรือไล่เตะกัน อยู่ๆ ก็รู้สึกว่ามันทำไม่ได้แล้ว คำพูดหลายคำที่เคยเรียก เคยพูดกันง่ายๆ ต้องเปลี่ยนไปหมด สรรพนามแทนตัวก็เปลี่ยนไป ทั้งเราและเพื่อนพระคงรู้สึกแปลกๆ โดยเฉพาะผมซึ่งไม่เคยคิดมาก่อน และไม่ได้เตรียมตัวมารับมือกับความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วอันนี้

 

ณ เวลานั้น เราทั้งคู่ เหมือนอยู่คนละโลกแม้จะกระท่อนกระแท่นหน่อย แต่เราก็ยังนั่งคุยกันได้ เมื่อถามถึงพระองค์อื่นๆ เพื่อนพระบอกว่าตอนนี้วัดมีพระองค์เดียว คือเจ้าอาวาส ซึ่งตอนนี้ก็ไม่อยู่แล้ว น่าจะติดรถพระลำดับเมื่อเช้าไปธุระ คืนนี้คงจำวัดอยู่วัดอื่น ผมแปลกใจมาก ไม่รู้จะขำหรือจะยังไงดี นึกภาพไม่ออกเลยว่า พรุ่งนี้พระใหม่กับเณรใหม่จะเดินไปบิณฑบาตกันยังไง แล้วอยู่ๆ หัวโจกตัวกระเปี๊ยกของพวกเด็กวัดก็เงยหน้าจากวงเป่าหนังยางแถวนั้น บอกเราว่าไม่ต้องกังวล เขาผ่านพระใหม่มาเยอะก่อนจะอธิบายให้เราฟังถึงภารกิจของพระใหม่อย่างเป็นขั้นเป็นตอน ทำเอาผมกับพระใหม่ค่อยๆ หันมามองหน้ากันเหวอๆ โดยไม่ได้นัดหมาย

 

ผมเลยเปรยขึ้นมาลอยๆ ว่า “เออ เรื่องนี้น่าเอาไปทำเป็นหนังว่ะ” เพื่อนพระชะงักไปนิดก่อนจะยิ้มละไมแล้วผสมโรงด้วย

 

สุดท้ายคือผมกับเพื่อนพระเริ่มต้นนั่งคุยพล็อตหนังใหม่กัน ณ บันไดหน้าโบสถ์แห่งนั้น…