ไม่มีสมุยสำหรับเธอ (Samui Song)
Bluering, Cinema22, Augenschein Filmproduktion, Tenk.TV, สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล | 108 นาที | วันเข้าฉาย : 01/02/18
ผู้กำกับ : เป็นเอก รัตนเรือง
นักแสดง
เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์
เดวิด อัศวนนท์
วิทยา ปานศรีงาม
Stephane Sednaoui (สเตฟาน เซ็ดนาวี)
ปาลิกา สุวรรณรักษ์
TRAILER
เรื่องย่อ

“Samui Song ไม่มีสมุยสำหรับเธอ”   

ภาพยนตร์แนวทริลเลอร์-ดราม่า ผลงานกำกับเรื่องที่ 10 ของ “เป็นเอก รัตนเรือง”

บอกเล่าชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่งที่ต้องเข้าไปเกี่ยวพันกับ “ความรัก ความลับ และฆาตกรรม”

 

“วิยะดา” (พลอย เฌอมาลย์) นักแสดงสาวแต่งงานกับสามีชาวต่างชาติ “เฌอโรม” (สเตฟาน เซ็ดนาวี) ซึ่งคลั่งไคล้ “ท่าน” (วิทยา ปานศรีงาม) ผู้นำทางจิตวิญญาณของลัทธินอกกระแส ความสัมพันธ์อันง่อนแง่นเป็นสาเหตุนำมาซึ่งการฆาตกรรม ด้วยการจ้างวาน “กาย” (เดวิด อัศวนนท์) ชายแปลกหน้าที่เธอเพิ่งรู้จักเป็นผู้ลงมือ แต่เมื่อแผนที่วางไว้กลับไม่เป็นไปอย่างที่คิด จาก “ผู้บงการ” วิยะดาต้องกลายเป็น “เหยื่อ” เสียเอง เธอต้องหลบหนีทั้งจากกายและท่านด้วยความหวังว่า “อดีตจะไม่มีวันตามหาเธอเจอ”

 

Samui-Song-Poster-TH02

 

ความเป็นมาของโปรเจกต์

 

ภาพยนตร์เรื่องนี้เกิดจากไอเดียเริ่มต้นของผู้กำกับ “เป็นเอก รัตนเรือง” ที่มองเห็นคนไทยมีการแต่งงานข้ามเชื้อชาติกันมากขึ้น กรุงเทพฯ เริ่มกลายเป็นเมืองหลากวัฒนธรรม และแฝงความเป็นตะวันตกขึ้นเรื่อยๆ จึงเป็นที่มาของตัวละครและเรื่องราวที่เกิดขึ้นในหนังเรื่องนี้

 

และด้วยภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ได้สังกัดสตูดิโอ พวกเราจึงต้องดำเนินการหาทุนสร้างกันเอง จึงถูกเรียกว่าเป็น “ภาพยนตร์อิสระ” (Independent Film) แต่ภาพของหนังดูเหมือนจะเกินสเกลของแนวทางอินดี้ไปไกลมาก จนทำให้พวกเราต้องระดมพลังเพื่อ หาทุนสร้างจากหลากหลายช่องทาง ตั้งแต่ผู้ลงทุนฝ่ายไทยที่ให้ความอนุเคราะห์ด้วยเห็นคุณค่าในตัวผู้กำกับ รวมถึง “กระทรวง วัฒนธรรม” ที่ได้จัดสรรกองทุนเพื่อผู้ผลิตหนังไทยทุกปี ในด้านต่างประเทศเรามีผู้สนับสนุน 2 รายจากกองทุน “World Cinema Fund” ประเทศเยอรมนี และ “Sorfond” ประเทศนอร์เวย์ นอกเหนือจากนั้นก็คือบรรดาสปอนเซอร์ต่างๆ ที่ร่วมกันอนุเคราะห์พวกเรา ซึ่งต้องขอขอบพระคุณมา ณ โอกาสนี้ด้วยที่ทำให้โปรเจกต์นี้ได้เริ่มต้นขึ้น ณ บัดนั้น

 

Samui-Song-Inter-Poster

 

การเดินทางของภาพยนตร์

 

“Samui Song ไม่มีสมุยสำหรับเธอ” เป็นผลงานเรื่องที่ 10 ของผู้กำกับ “เป็นเอก รัตนเรือง” ผู้มีผลงานสร้างชื่อเสียงทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่ “ฝัน บ้า คาราโอเกะ” (2540), “เรื่องตลก 69” (2542), “มนต์รักทรานซิสเตอร์” (2544), “เรื่องรัก น้อยนิด มหาศาล” (2546), “คำพิพากษาของมหาสมุทร” (2549), “พลอย” (2550), “นางไม้” (2552), “ฝนตกขึ้นฟ้า” (2554), “ประชาธิป’ไทย” (2556 / สารคดี / กำกับร่วมกับ “ภาสกร ประมูลวงศ์”)

 

“Samui Song ไม่มีสมุยสำหรับเธอ” เริ่มต้นโปรเจกต์ในปี 2558 แล้วเสร็จในต้นปี 2560 และเปิดตัวรอบปฐมทัศน์ World Premiere เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2560 ใน “เทศกาลหนังนานาชาติกรุงเวนิช 2017″ (74th Venice Film Festival) โดยได้รับเลือกเป็นภาพยนตร์เปิดเทศกาลเซ็กชัน “Venice Days 2017”

 

ตลอด 20 ปีที่ผ่านมากับผลงานทั้งหมด 9 เรื่อง เป็นเอกยังคงรักษาสถิติของตัวเองอย่างเสมอต้นเสมอปลายในการนำภาพยนตร์ไทยไปเปิดตัวรอบปฐมทัศน์ World Premiere ใน 3 เทศกาลภาพยนตร์ที่มีเกียรติที่สุดของโลก ได้แก่ “เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ เบอร์ลิน และ เวนิส”

 

จนมาถึงวันนี้ “Samui Song ไม่มีสมุยสำหรับเธอ” เดินทางตามเทศกาลภาพยนตร์ระดับโลกต่างๆ อย่างต่อเนื่อง โดยฝั่ง อเมริกาเหนือได้รับเลือกเปิดตัวที่ “เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโทรอนโต” แคนาดา และฝั่งเอเชียได้รับเลือกเปิดตัวที่ “เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติปูซาน” เกาหลีใต้ และกำลังเดินทางสู่เทศกาลอื่นๆ มากกว่า 17 ประเทศภายในเวลาไม่ถึง 4 เดือน

 

“Samui Song ไม่มีสมุยสำหรับเธอ” จะเข้าฉายในเมืองไทย 1 กุมภาพันธ์ 2561 นี้

 

Samui-Song-st28

Samui-Song-st13

 

ประวัติสังเขป “เป็นเอก รัตนเรือง” (ผู้กำกับและเขียนบท)

 

“เป็นเอก รัตนเรือง” คือผู้กำกับที่มาพร้อมกับความแปลกและแตกต่าง เขาใช้เวลา 8 ปี ในช่วงวัยรุ่นในเมือง New York จบการศึกษาจาก Pratt Institute, Majoring in Art History และทำงานเป็นนักวาดภาพประกอบอิสระและกราฟิก ดีไซน์เนอร์ ก่อนจะ กลับมาทำงานที่เมืองไทยในบริษัทโฆษณาลีโอเบอร์เน็ทท์ และผันตัวเองมาเป็นผู้กำกับโฆษณา

 

หลังจากนั้นเป็นเอกเปิดตัวในฐานะ “ผู้กำกับภาพยนตร์” ในปี 2540 กับภาพยนตร์เรื่อง “ฝัน บ้า คาราโอเกะ” ซึ่งได้รับคัดเลือก ให้ฉายรอบปฐมทัศน์ครั้งแรกในโลก (World Premiere) ที่ “เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเบอร์ลิน” ตั้งแต่นั้นเป็นเอกได้สร้างสรรค์ภาพยนตร์รวมทั้งหมด 9 เรื่อง โดย “เรื่องตลก 69 – มนต์รักทรานซิสเตอร์ – เรื่องรัก น้อยนิด มหาศาล – ฝนตกขึ้นฟ้า” ได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนประเทศไทยไปชิงรางวัลออสการ์ สาขาภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม ผลงานของเป็นเอกมีความโดดเด่นจนได้รับเลือกเข้ารับรางวัลศิลปาธร สาขาภาพยนตร์ในปี 2547 และได้รับมอบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นอัศวิน ตระกูลศิลปศาสตร์ และอักษรศาสตร์จากรัฐบาลฝรั่งเศสในปี 2557

  • 2561 – ไม่มีสมุยสำหรับเธอ (Samui Song) – Venice Days
  • 2556 – ประชาธิป’ไทย (Paradoxocracy) – สารคดีขนาดยาวกำกับร่วมกับ “ภาสกร ประมูลวงศ์”
  • 2554 – ฝนตกขึ้นฟ้า (Headshot) – Berlin Panorama, Toronto Film Festival
  • 2552 – นางไม้ (Nymph) – Cannes Un Certain Regards
  • 2550 – พลอย (Ploy) – Cannes Director’s Fortnight
  • 2549 – คำพิพากษาจากมหาสมุทร (Invisible Waves) – Berlin Compettition
  • 2546 – เรื่องรัก น้อยนิด มหาศาล (Last Life in the Universe) – Venice Upstream
  • 2544 – มนต์รักทรานซิสเตอร์ (Mon-Rak Transistor) – Cannes Director’s Fortnight
  • 2542 – เรื่องตลก 69 (6ixtynin9) – Berlin Forum
  • 2540 – ฝัน บ้า คาราโอเกะ (Fun Bar Karaoke) – Berlin Forum

 

Samui-Song-st14

Samui-Song-st12

 

บันทึกผู้กำกับ (Director’s Note)

 

“Samui Song” เป็นหนังแนวทริลเลอร์ที่มีความเป็นดราม่าอยู่ด้วย เป็นเรื่องของ “วิยะดา” นักแสดงละครทีวีคนหนึ่งที่แต่งงานกับคนต่างชาติและมีชีวิตที่ค่อนข้างดี กระทั่งสามีฝรั่งไปสนิทสนมหลงใหลกับเจ้าลัทธิหนึ่งจนเลยเถิดให้เจ้าลัทธิเข้ามามีบทบาทกับนางเอกด้วยวิธีที่เธอไม่อยากจะให้มันเป็น จนในที่สุดเธอตัดสินใจพาตัวเองออกจากโลกแบบนั้น ออกจากความรัก ความลับ และชีวิตในแบบที่เธอไม่ต้องการ ทำให้เกิดการฆาตกรรมขึ้น โดยเรื่องนี้เลือกดำเนินเรื่องผ่านประเด็นความรักที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นความรักของนางเอกกับสามี ความรักที่เกิดจากความเลื่อมใสศรัทธาระหว่างสามีฝรั่งกับเจ้าลัทธิ  หรือความรักที่ไม่มีข้อแม้ของนักฆ่าและผู้ที่เป็นแม่ในเรื่อง

 

ชื่อเรื่องได้มาจากเพื่อนรุ่นพี่คนหนึ่งที่ช่วยตั้งให้ ซึ่งจริงๆ มันมาจากหนังสมัยก่อนที่ชื่อ “ไม่มีสวรรค์สำหรับคุณ” หลังจากเล่าเรื่องให้เขาฟังคร่าวๆ เขาจับประเด็นได้ว่าช่วงท้ายๆ ที่เป็นสมุยในหนังมันคือสวรรค์ของนางเอก ถือเป็นช่วงเดียวสั้นๆ ที่เธอมีความสุขจริงๆ มีช่วงสมุยอยู่นิดเดียวในชีวิตของเธอ ก็เลยเสนอชื่อ “ไม่มีสมุยสำหรับเธอ” ซะเลย ซึ่งผมก็ว่ามันน่าสนใจ

 

ความสนุกและความน่าเชื่อถือของหนังส่วนมากไม่ได้เกิดจากพล็อต แต่เกิดจากตัวละครมากกว่า ยิ่งถ้าเราทำให้ตัวละครกลมเท่าไร มีมิติหลายๆ ด้านมากเท่าไรมันก็จะยิ่งสนุก ความลับของตัวละครแต่ละตัวที่มีเบื้องหน้าเบื้องหลัง มันเป็นความบกพร่องในชีวิตซึ่งนำมาซึ่งความดราม่าและเรื่องราวทั้งหมด เมื่อคนดูรู้ความลับต่างๆ ก็จะเริ่มเห็น เริ่มสนุก และลุ้นไปกับเรื่องราวความซวยของพวกเขาไปด้วยกัน การควบคุมตัวเองให้อยู่กับโจทย์มันคงไม่ใช่จุดแข็งของเรา แต่สิ่งหนึ่งที่ตั้งใจว่าจะควบคุมไว้ให้ได้คือ ความเป็น “หนังสนุก” ดูแล้วอยากคิดมากก็ได้ คิดน้อยก็ไม่ผิด ไม่คิดเลยปล่อยให้หนังมันพาเราไปสนุกกับมันก็ยิ่งดี