ปัญญาเรณู 3 ตอนรูปู รูปี (Panya Renu 3: Lost in India)
สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล, บิณฑ์ บูม บิสซิเนส | 109 นาที | วันเข้าฉาย : 07/03/13
ผู้กำกับ : บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์
นักแสดง
สุธิดา หงษา
บุญฤทธิ์ จันทร์แก้ว
วิชิต สมดี
ศศิธร อัปมานะ
พิมพ์รพี ดีเมืองปัก
ธงรบ ดีเมืองปัก
ปกรณ์ ผ่องศรี
กุ๊ดดู กุมาร
พงษ์สิทธิ์ นาเวียง
ยุทธพิชัย ชาญเลขา
อุษณีย์ญาภรณ์ ผลเจริญ
นพดล ดวงพร
เหลือเฟือ มกจ๊ก
จั๊กกะบุ๋ม เชิญยิ้ม
TRAILER
เรื่องย่อ

กลับมาสร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะอีกครั้งกับแก๊ง “ปัญญาเรณู”

พร้อมเพิ่มสีสันด้วยสมาชิกใหม่สุดแสบใส

แถมยังไปถ่ายทำไกลถึง “ประเทศอินเดีย”

ผลงานโกอินเตอร์สู่แดนภารตะจากผู้สร้าง “ปัญญาเรณู” 

กับเรื่องราวความม่วนซื่นในการเดินทางของ “น้ำขิง” และเพื่อนๆ

จาก “แดนอีสาน” สู่ “เมืองพุทธคยา” เพื่อสืบทอดศิลปะประจำชาติที่น่าประทับใจ

ไปจนถึงความชุลมุนสุดหรรษาเมื่อต่างเกิดพลัดหลงกันขึ้นโดยไม่คาดคิด

การเดินทางในเมืองที่แตกต่างทั้งภาษาและวัฒนธรรม

กลุ่มเด็กๆ ได้เห็นวิถีชีวิตและประเพณีวัฒนธรรมของอินเดียมากมาย

ความรัก ความสามัคคี รวมถึงมิตรภาพในวัยเด็กที่ไม่มีการแบ่งชนชั้นวรรณะ

ความประทับใจที่คุณจะสัมผัสได้ใน…

“ปัญญาเรณู 3 ตอน รูปู รูปี”

ร่วมผจญภัยไปกับพวกเขา จากแดนข้าวเหนียวสู่แคว้นโรตี

7 มีนา ในโรงหนังนะจ๊ะ นายจ๋า

 

ภาพยนตร์สะท้อนกลิ่นอายวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชาวอีสานส่งผ่านให้ชาวต่างชาติได้รับรู้ จากเรื่องราวความม่วนซื่นในการเดินทางของ “น้ำขิง” (สุธิดา หงษา) และเพื่อนๆ จากหมู่บ้านชนบทของไทยสู่เมืองพุทธคยา เพื่อไปแสดง “โปงลาง” วัฒนธรรมพื้นบ้านของภาคอีสานที่วัดไทยในอินเดีย

 

เรื่องราวสนุกๆ และประทับใจเริ่มต้นตั้งแต่การเตรียมตัวขึ้นเครื่องบินเป็นครั้งแรก จนกระทั่งเดินทางไปถึงอินเดีย แต่ในระหว่างที่กลุ่มเด็กๆ พักอยู่ที่อินเดีย ทางวัดได้พาเด็กๆ ไปเที่ยว ขณะนั้นเองที่กลุ่มเด็กๆ เกิดพลัดหลงจากคณะของพระโดยไม่คาดคิด

 

เรื่องชุลมุนสุดหรรษาจึงเกิดขึ้นเมื่อ “กลุ่มเด็กไทย 7 คน” (น้ำขิง, เปเล่, ชิต, เซฟ,พลอย, ภีม, โบ๊ต) ต้องหลงทางในดินแดนที่ไม่รู้จัก ไม่คุ้นเคย และไม่สามารถสื่อสารได้

 

แต่แล้วโชคชะตาก็นำพาให้พวกเด็กๆ ได้พบกับ “รูปี” (กุ๊ดดู กุมาร) เด็กชายชาวอินเดียที่พยายามจะช่วยเหลือ แม้จะไม่สามารถสื่อสารกันได้ แต่เด็กก็ย่อมเข้าใจในเด็กด้วยกัน  ขณะเดียวกันทางกลุ่มพระและคณะทัวร์ก็ออกตามหาเด็กๆ แต่ก็มีเหตุให้ต้องคลาดกันทุกครั้งไป

 

ความรัก, ความสามัคคี และไหวพริบของเด็กๆ จะช่วยให้พวกเขากลับวัดไทยได้อย่างไร

 

จากการขุด “รูปู” เล่นสนุกสู่ทริป “รูปี” ไปอินเดีย การเดินทางในเมืองที่แตกต่างทั้งภาษาและวัฒนธรรม แต่มิตรภาพในวัยเด็กที่ไม่มีการแบ่งชนชั้นวรรณะ จะสร้างความประทับใจให้คุณสัมผัสได้ใน “ปัญญาเรณู 3 ตอน รูปู รูปี”

 

Panya-Renu-3-Lost-India-Still04

Panya-Renu-3-Lost-India-Still02

Panya-Renu-3-Lost-India-Still06

 

เกร็ดหนัง:

 

1) “ปัญญาเรณู 3 ตอน รูปู รูปี” (7 มี.ค. 56) เป็นผลงานกำกับเรื่องที่ 7 ของผู้กำกับ “บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์” โดยผลงานก่อนหน้านี้ได้แก่ “ปัญญาเรณู 2” (2555), “ปัญญาเรณู” (2554), “เดอะโกร๋น ก๊วน กวน ผี” (2547), “ช้างเพื่อนแก้ว” (2546), “ตำนานกระสือ” (2545), “มนต์รักเพลงลูกทุ่ง” (2538)

 

2) ผู้กำกับฯ ได้คิดเรื่องใหม่หมด, เขียนบท และกำกับการแสดงเองทั้งหมด โดยได้ไอเดียและแรงบันดาลใจมาจากประสบการณ์จริงและเรื่องเล่าต่างๆ เมื่อครั้งเดินทางไปเที่ยวที่อินเดีย บวกกับเรื่องราวการผจญภัยและมิตรภาพที่ไม่มีชนชั้นวรรณะของกลุ่มเด็กๆ จนสร้างสรรค์ออกมาเป็นภาพยนตร์เรื่องนี้

 

3) “ปัญญาเรณู 3 ตอน รูปู รูปี” เป็นภาพยนตร์ไทยที่มีซับไตเติลภาษาไทยด้วย เพราะหนังพูดทั้งภาษาอีสาน, ภาษาไทยกลาง และภาษาปะกิต (อังกฤษกะปริดกะปรอย)

 

4) “รูปู” หมายถึง “เด็กอีสาน” และ “รูปี” ก็หมายถึง “เด็กอินเดีย”

 

5) นำทีมชุลมุนสุดหรรษาด้วยแก๊งปัญญาเรณู “น้องน้ำขิง” (ด.ญ.สุธิดา หงษา), “เปเล่” (ด.ช.บุญฤทธิ์ จันทร์แก้ว), “ชิต” (ด.ช.วิชิต สมดี) พร้อมเพิ่มสีสันความแสบใสกับ “น้องเซฟ” (ด.ญ.ศศิธร อัปมานะ), “น้องพลอย” (ด.ญ.พิมพ์รพี ดีเมืองปัก), “น้องภีม” (ด.ช.ธงรบ ดีเมืองปัก), “น้องโบ๊ต” (ด.ช.ปกรณ์ ผ่องศรี) และขอแนะนำ “กุ๊ดดู กุมาร” (ในบท “รูปี” เด็กชายอินเดียที่คอยช่วยเหลือแก๊งเด็กไทย), เสริมทัพความสนุกด้วย “แซกกี้” (ด.ช.พงษ์สิทธิ์ นาเวียง) และทีมนักแสดงรุ่นใหญ่ “นพดล ดวงพร, ยุทธพิชัย ชาญเลขา, อุษณีย์ญาภรณ์ ผลเจริญ, เหลือเฟือ มกจ๊ก, จั๊กกะบุ๋ม เชิญยิ้ม” ฯลฯ

 

6) โลเกชั่นหลัก 90% ของเรื่องถ่ายทำกันที่ “เมืองพุทธคยา ประเทศอินเดีย” ให้ได้เห็นวิถีชีวิตชนบทของอินเดีย ประเพณีวัฒนธรรม และสถานที่แปลกๆ อีกมากมายทั้งวัดวาอาราม และสถาปัตยกรรมเก่าๆ นับพันปี

 

7) ยกทีมงานนักแสดงเกือบร้อยคนไปใช้ชีวิตและถ่ายทำกันที่อินเดียนานถึงหนึ่งเดือนเต็ม

 

8) ผู้กำกับฯ ยังคงสอดแทรกวัฒนธรรมอีสานที่มีความเป็นอยู่อย่างเรียบง่ายอย่างฉากขุดรูปูเล่นสนุกของเด็กๆ และฉากใหญ่ๆ ที่ถ่ายกันที่อินเดียไม่ว่าจะเป็น “ฉากโจรปล้นเผาบ้าน, ฉากอาบน้ำ 4 วรรณะ, ฉากตามหาเด็กในตลาด (ท่ามกลางอินเดียมุงเป็นหมื่น), ฉากโปงลางปะทะระบำอินเดีย, ฉากในสถานีรถไฟ, ฉากเทศกาลโฮลี (สงกรานต์สี)”

 

9) “โรตีแกงกะหรี่” เป็นอาหารอินเดียที่ผู้กำกับฯ ติดใจ และคอนเฟิร์มว่า “มันอร่อยมาก” นะจ๊ะ นายจ๋า