ปัญญาเรณู 2 (Panya Renu 2)
สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล, หัวฟิล์ม ท้ายฟิล์ม, บิณฑ์ บูม บิสซิเนส | 101 นาที | วันเข้าฉาย : 26/01/12
ผู้กำกับ : บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์
นักแสดง
โชติทิวัตถ์ ผลรัศมี
สุธิดา หงษา
หม่ำ จ๊กม๊ก
สุดารัตน์ บุตรพรม (ตุ๊กกี้ ชิงร้อย)
ธฤศวรรณ กาหาวงษ์
พงษ์สิทธิ์ นาเวียง
บุญฤทธิ์ จันทร์แก้ว
TRAILER
เรื่องย่อ

กลับมาแล้วเด้อ…อออออ

“บักปัญญา” กับ “อีเรณู” พร้อมหมู่เพื่อนครบทีม

กลับมาสร้างความม่วนซื่นชื่นบานยกกำลังสองกันอีกครั้งกับ

“ปัญญาเรณู 2″

ภาพยนตร์คุณภาพที่ร่วมผนึกกำลังสร้างสรรค์โดย

“สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล / หัวฟิล์ม ท้ายฟิล์ม / บิณฑ์ บูม บิสซิเนส”

จัดเต็มความสนุกสุดหรรษาโดยผู้กำกับ “บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์”

ครบเครื่องเรื่องร้องเล่นเต้นลั้ลลาครบทีมนักแสดงเล็กพริกขี้หนูจากภาคแรก

“น้องน้ำขิง-ด.ญ.สุธิดา หงษา / น้องทิว-ด.ช.โชติทิวัตถ์ ผลรัศมี / น้องมิว-ด.ญ.ธฤศวรรณ กาหาวงษ์ / 

น้องแซก-ด.ช.พงษ์สิทธิ์ นาเวียง / น้องเปเล่-ด.ช.บุญฤทธิ์ จันทร์แก้ว” ฯลฯ

เพิ่มสีสันความฮาเฮให้กับภาคต่อนี้แบบไม่ยั้งกับสองนักแสดงตลกซุป’ตาร์

“หม่ำ จ๊กม๊ก” และ “ตุ๊กกี้ ชิงร้อย”

กับการสานต่อเรื่องรักวุ่นๆ ของรุ่นเล็กจากภาคแรกให้ทวีความสนุกสนานใสซื่อยิ่งขึ้นไปอีก

เมื่อปัญญาและเรณูพร้อมหมู่เพื่อนเกิดจับพลัดจับผลูต้องมาอลเวงเรื่องรัก และผจญภัยชีวิตวัยเด็กที่กรุงเทพฯ อย่างไม่คาดฝัน…

พร้อมส่งความสุขเรียกเสียงฮา…ฮ่าๆๆ

26 มกราคม 2555 แน่นอน

 

หลังเหตุการณ์ทั้งดีและร้ายในภาคแรกได้ผ่านพ้นไป และถึงแม้ “วงโปงลางหนหวย” ที่ “ปัญญา” (โชติทิวัตถ์ ผลรัศมี) และ “เรณู” (สุธิดา หงษา) เป็นสมาชิกอยู่จะไม่ได้เข้าแข่งขันในระดับจังหวัดก็ตาม แต่ทั้งคู่และหมู่เพื่อนก็กลับมาใช้ชีวิตในวัยเด็ก ณ หมู่บ้านโคกสะอาด อย่างสนุกสนานเช่นเคย

 

แต่เรื่องรักวุ่นๆ ของรุ่นเล็กก็ยังไม่จบลงง่ายๆ เมื่อเรณูอยากจะใกล้ชิดกับปัญญาให้มากขึ้น…อีกนิดนึง แผนการเอาชนะใจปัญญาจึงเริ่มต้นขึ้น โดยมี “อภัสรา” (ตุ๊กกี้ ชิงร้อย) อดีตสาวรำวงผู้มั่นใจในความสวยของตนเอง มาเป็นกุนซือคอยช่วยเหลือทุกจังหวะ “ตื๊อสุดติ่งชิงใจเธอ” ไม่ว่าปัญญาจะทำอะไรอยู่ที่ไหน เรณูและอภัสราจะต้องเข้าไปสร้างความปั่นป่วนกวนใจปัญญาทุกครั้งไป

 

ด้านปัญญานั้นก็มี “บักจอบ” (บุญฤทธิ์ จันทร์แก้ว) เพื่อนสนิทช่างจ้อ และ “พี่กิ๋ง” (หม่ำ จ๊กม๊ก) หนุ่มรุ่นพี่ปากร้ายใจดีมาเป็นตัวช่วยกันท่าเว้นวรรคสองสาวให้ห่างจากปัญญาเช่นกัน

 

จากเหตุการณ์นี้เองที่ทำให้อภัสราได้พบกับพี่กิ๋งอยู่บ่อยๆ แต่ด้วยความไม่กินเส้นทำให้ต้องปะทะคารมกันทุกครั้งที่เจอ เป็นไม้เบื่อไม้เมากันอยู่ตลอดเวลา แต่นานวันเข้าจังหวะหัวใจกลับเต้นไม่เหมือนเดิม เอาล่ะสิ จังซี่มันต้องถอน…

 

เรื่องรักวุ่นๆ ที่บ้านนาดูเหมือนจะดำเนินไปด้วยดี ก็ดันมีเหตุให้ว้าวุ่นหัวใจเมื่อ “มิว” (ธฤศวรรณ กาหาวงษ์) และ “กี่” (พงษ์สิทธิ์ นาเวียง) เพื่อนจากเมืองกรุงที่เคยช่วยปัญญาและเรณูไว้ ได้เดินทางมาขอความช่วยเหลือจากปัญญาและเรณูให้เข้าร่วมแข่งขันร้องเพลงที่กรุงเทพฯ ด้วยกัน งานนี้ทำเอาเรณูเกิดอาการหวงปัญญาขึ้นมาทันควัน เมื่อเห็นมิวกับปัญญาสนิทกันเกินหน้าเกินตา

 

เมื่อปัญญาและเรณูพร้อมหมู่เพื่อนตกลงปลงใจจะเข้าร่วมการแข่งขัน ทุกคนต่างก็ตั้งใจฝึกซ้อม โดยมีอภัสราผู้มากทักษะทางการเต้นคอยช่วยฝึกซ้อมอย่างเต็มที่

 

และแล้วเวลาสำคัญก็มาถึง เมื่อทีมของปัญญาและเรณูเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อไปแข่งขัน แต่ระหว่างทางปัญญาเกิดหายตัวไปอย่างไม่คาดฝัน ทำให้ทั้งทีมต้องกังวลกับการหายตัวไปของปัญญา โดยเฉพาะเรณูที่เอาแต่เป็นห่วงปัญญาจนไม่มีสมาธิในการแข่งขันครั้งนี้แล้ว…

 

เรื่องราวจะจบลงเช่นไร อภัสราและเรณูจะแก้ไขสถานการณ์นี้ยังไง  ปัญญาจะกลับมาทันการแข่งขันหรือไม่  รักวุ่นๆ ของรุ่นเล็กจะอลเวงแค่ไหน… เอาใจช่วยปัญญากับเรณูพร้อมหมู่เพื่อนด้วยเด้อจ้า

 

Panya-Renu-2-Poster02

 

เกร็ดหนัง:

 

1) “ปัญญาเรณู 2” (2555) เป็นผลงานกำกับเรื่องที่ 6 ของผู้กำกับ “บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์” โดยผลงานก่อนหน้านี้ได้แก่ ปัญญาเรณู (2554), เดอะโกร๋น ก๊วน กวน ผี (2547), ช้างเพื่อนแก้ว (2546), ตำนานกระสือ (2545), มนต์รักเพลงลูกทุ่ง (2538)

2) ในภาค 2 นี้ ผู้กำกับฯ ยังคงคิดเรื่อง, เขียนบท, กำกับการแสดงเองทั้งหมดเหมือนเคย โดยเรื่องราวส่วนใหญ่จะเป็นประสบการณ์ในวัยเด็กของตนแทบทั้งสิ้น

3) “ปัญญาเรณู” ทั้งสองภาค เป็นภาพยนตร์ไทยที่มีซับไตเติลภาษาไทยด้วย เพราะหนังพูดภาษาอีสาน (เกือบ) ทั้งเรื่อง

4) ผู้กำกับฯ เห็นแววโดดเด้งของ “น้องน้ำขิง-สุธิดา หงษา” (หลานสาวของ “หงษ์ทอง หงษา” อดีตหนุ่มหมอลำซิ่งชื่อดังแห่งเมืองอุบล) จากการร้องและเต้นเพลง “เชพบ๊ะ” (อาภาพร นครสวรรค์) อย่างสุดสวิงในงานวันเด็กที่วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ทำเอาผู้กำกับต้องมนต์เธอในทันใด และเมื่อให้เธอลองเล่นบทผีเข้า (ซึ่งต่อมาก็คือฉากเจ้าแม่คะนองรักในภาคแรก) เธอก็เล่นแบบสุดตัวเหมือนโดนของจริงอะไรจริง จนทำให้ผู้กำกับต้องกดไลก์และมอบบท “เรณู” ให้เธออย่างไม่มีข้อแม้ใดๆ

5) “น้องทิว-โชติทิวัตถ์ ผลรัศมี” พระเอกของเรื่อง เคยแสดงเป็น “ด.ช.ปัญญา” ในเรื่อง “ครูบ้านนอก บ้านหนองฮีใหญ่” (2553) ร่วมกับ “หม่ำ จ๊กม๊ก” ก่อนที่จะมาโดดเด่นกับบท “บักปัญญา” ในเรื่องนี้ ซึ่งได้ร่วมแสดงกับลุงหม่ำทั้ง 2 ภาค

6) นอกจากจะได้ “หม่ำ จ๊กม๊ก” มาเป็นสีสันให้กับเรื่องแล้ว “ปัญญาเรณู 2″ ยังได้อีกหนึ่งตลกซุป’ตาร์อย่าง “ตุ๊กกี้ ชิงร้อย” มาเป็นผงชูรสสุดแซ่บในลุกส์สวยแปลกกว่าทุกเรื่องแหวกกว่าทุกแนวจนคุณต้องตะลึงฮากันเลยทีเดียว

7) โลเคชั่นหลักยังคงถ่ายทำกันที่ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี กันแทบทั้งเรื่อง เพื่อให้ได้บรรยากาศความเป็นภาคอีสาน กลิ่นอายชนบท และธรรมชาติท้องทุ่งนาอันสวยงามน่าไปเยือนด้วย

8) ในภาคนี้ ผู้กำกับฯ ยังคงสอดแทรกวัฒนธรรมอีสานที่มีความเป็นอยู่อย่างเรียบง่ายผ่านฉากต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นฉากเลี้ยงควาย, ฉากแข่งจับปลาไหล, ฉากลงแขกเกี่ยวข้าว, ฉากตลาดควาย, ฉากร้องเพลง-ซ้อมเต้นกลางทุ่งนา, ฉากหนังกลางแปลง ฯลฯ

9) จัดเต็มความหรรษาลั้ลลาไปกับหลากหลายบทเพลงสุดไพเราะตลอดเรื่อง โดยเฉพาะห้ามพลาดฉากแข่งขันร้องเพลงสุดยิ่งใหญ่ แสงสีเสียงสุดตระการตาท้ายเรื่องด้วย “การร้องจริง เต้นจริง ไม่มีลิปซิงก์” ของเหล่านักแสดงเด็กมากความสามารถทีมนี้ และแน่นอน งานนี้ “สาวตุ๊กกี้” เธอก็ไม่มีพลาดขอแจมทั้งร้องทั้งเต้นไปกับเขาด้วย

10) ผู้กำกับ “บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์” ยังคงมีโครงการสร้างความสนุกสนานสานต่อความประทับใจยิ่งขึ้นไปอีกกับ (ว่าที่) โปรเจกต์ “ปัญญาเรณู 3 รูปูรูปี” ที่จะเด็ดสะระตี่โรตีกระจายในอินเดียขนาดไหน อีกไม่นานเกินรอ…

 

Panya-Renu-2-Still12

Panya-Renu-2-Still11

 

บันทึกผู้กำกับ “บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์”

 

“ปัญญาเรณู” เป็นโปรเจกต์ที่ผมคิดไว้นานแล้วตั้งแต่เริ่มเข้าวงการใหม่ๆ ก็คิดว่าซักวันหนึ่งอยากจะทำหนังเด็กเพราะไม่ค่อยมีใครทำซักเท่าไหร่ และผมก็ได้ทำงานกับเด็กบ่อยๆ ด้วย ก็รู้สึกว่ามันบริสุทธิ์ มันง่าย ทำให้คนเข้าใจง่ายกับเด็กๆ ได้

 

และอีกอย่างตอนเด็กๆ เราก็เคยเรียนหนังสือเรื่อง “เรณูปัญญา” และ “มานีมานะ” อะไรพวกนี้อยู่ เราก็รู้สึกว่าในหนังสือเนี่ยทำให้เด็กในยุคปัจจุบันนี้สามารถเอาความคิดของเด็กๆ ในหนังสือมาใช้ได้

 

จนผ่านมาเป็นสิบปี วันนั้นก็มาถึง ก็ได้ทำ “ปัญญาเรณู ภาคแรก” มันก็เป็นเรื่องราวของตัวเองและเพื่อนๆ ซึ่งอยู่ในภาคอีสาน จากประสบการณ์ของผมและของเพื่อนๆ ก็นำมาผูกเรื่อง ซึ่งจริงๆ 50% เป็นเรื่องของเราสมัยเด็กๆ ตอนเรียนป.1 ถึง ป.6 ได้ ก็จะมีหลายฉากที่เป็นของผมเลย เพราะฉะนั้นเมื่อถ่ายทอดออกมาแล้วหลายคนก็ชอบ เป็นธรรมชาติเหมือนสมัยที่พวกเขาเป็นเด็กก็เคยผ่านเหตุการณ์อย่างนี้มา หลายคนไปดูก็ชอบความน่ารักของเด็กๆ และก็แสดงดีด้วย

 

ผมรู้สึกว่ามันยังมีเรื่องราวอีกมากมายที่ไม่สามารถเล่าให้จบได้ในภาคแรกภาคเดียว ผมก็คิดว่าถ้าขาดทุนก็คงไม่ได้ทำภาคสองต่อ แต่ถ้าได้กำไรก็จะได้ทำภาคสองต่อแน่นอน เพราะมันมีเรื่องราวอีกมากมาย โชคดียังเป็นของเรา เพราะฉายวันแรกดูท่าว่าจะไม่รอดแน่ๆ แต่แล้วกลับได้เสียงชมปากต่อปากว่าเป็นหนังดีนะ ก็เลยทำให้คนไปดูมากขึ้นๆ ก็เลยทำให้รายได้ขึ้นมาเรื่อยๆ จนไม่ขาดทุน กำไรบ้างนิดหน่อย ก็เลยนำมาทำภาคต่อเป็น “ปัญญาเรณู 2″

 

แน่นอน ภาคต่อนี้ยังเป็นเรื่องราวความรักใสๆ และมิตรภาพที่หาซื้อไม่ได้ของ “ปัญญาเรณู” และผองเพื่อน ผ่านฉากต่างๆ ที่สะท้อนความเป็นชนบทและเมืองกรุงที่สามารถกลมกลืนไปด้วยกันได้ และผมก็ยังโชคดีที่ได้นักแสดงตลกชั้นแนวหน้า “คุณหม่ำ จ๊กม๊ก” และ “ตุ๊กกี้ ชิงร้อย” มาช่วยเพิ่มความเฮฮาสนุกสนานมากขึ้น ส่วนนักแสดงรุ่นเด็กก็จะมีบทบาทและได้แสดงความสามารถทางการแสดงและร้องเพลงมากขึ้นเช่นกัน

 

หวังเป็นอย่างยิ่งว่า “ปัญญาเรณู 2″ จะส่งผ่านความสุขและกำลังใจ “เอาอยู่-สู้ไหว” ให้แก่ผู้ชมทุกเพศทุกวัยได้สนุกคลายเครียดไม่น้อยไปกว่าภาคแรกครับ