เฉิ่ม (Midnight My Love)
สหมงคลฟิล์ม อินเตอรืเนชั่นแนล | 99 นาที | วันเข้าฉาย : 12/05/05
ผู้กำกับ : คงเดช จารุรันต์รัศมี
นักแสดง
เพ็ชรทาย วงศ์คำเหลา (หม่ำ จ๊กม๊ก)
วรนุช วงษ์สวรรค์
ศิวะ แตรสังข์
คืนสิทธิ์ สุวรรณวัฒกี
TRAILER
เรื่องย่อ

“บัติ” (หม่ำ จ๊กม๊ก) โชเฟอร์ขับแท็กซี่กะดึก ผู้มีรสนิยมเฉพาะตัวชอบฟังแต่วิทยุช่อง AM ที่มีละครวิทยุและเพลงเก่า ใส่น้ำมันใส่ผมเรียบแปล้ ชอบอมโบตัน และกินต้มเลือดหมูเจ้าประจำทุกคืน บัติเหมือนมนุษย์ที่หลุด พ.ศ. ยืนยิ้มแปล้ท้าทายโลกปัจจุบันที่หมุนไปอย่างรวดเร็วโดยไม่สนใจ เพราะโลก AM ทำให้เขาหลุดไปอยู่ในโลกแห่งความหวังที่สวยงาม โลกที่ทำดีได้ดี โลกที่ไม่ต้องสนใจยุคสมัย แม้ใครจะมองว่าเขา “เฉิ่ม”

 

จนกระทั่งวันที่บัติได้พบและตกหลุมรัก “นวล” (วรนุช วงษ์สรรค์) หญิงสาวที่มีอาชีพหมอนวด ชายที่หมกมุ่นอยู่แต่ในโลกแห่งความฝันกับหญิงสาวที่เอาแต่ก้มหน้ายอมรับชีวิตจริงจึงเป็นเสมือนสิ่งที่เติมเต็มให้แก่กัน

 

ความผูกพันของทั้งสองที่ก่อตัวขึ้นมาพร้อมกับบททดสอบของชีวิต ความปรารถนาดีและโลกแห่งความฝันของบัติก็ถูกโลกแห่งความจริงสั่นคลอนจนทั้งคู่ต้องพรากจากกัน สุดท้ายปลายทางของทั้งสองจะลงเอยอย่างไร…

 

จากผลงานการกำกับของ “คงเดช จาตุรันต์รัศมี” ผู้เขียนบท-ร่วมกำกับ “สยิว” (2546) และเขียนบท “The Letter จดหมายรัก” (2547) กับการเผชิญหน้าของสองซูเปอร์สตาร์ชื่อดังแห่งเมืองไทยอย่างเจ้าพ่อตลกตลอดกาล “หม่ำ จ๊กม๊ก” กับการประกาศกล้ารับบทรักโรแมนติกอิ่มเอมใจเป็นครั้งแรก ปะทะสุดยอดนักแสดงหญิงชื่อดังจากวิกหมอชิต “นุ่น-วรนุช วงษ์สวรรค์” กับบทหมอนวดสาวครั้งแรกในชีวิตการแสดง ในเรื่องราวของหนุ่มแท็กซี่ผู้ปิดตัวอยู่กับโลกแห่งความฝันและความสวยงามของวิทยุ AM และสาวโรงนวดที่อยู่ในโลกของแสงสีและความเป็นจริงอย่างเดียวดาย เส้นขนานของ 2 โลกที่ต่างกันสุดทาง กลับมาบรรจบกันลงตัวแบบไม่น่าเชื่อ

 

กลางปี พ.ศ.2546 ระหว่างที่ “คงเดช จาตุรันต์รัศมี” ต้องขับรถกลับจากต่างจังหวัดเข้ากรุงเทพฯ ทุกวัน มีอยู่ช่วงระยะเวลาหนึ่ง เขาบังเอิญเปิดวิทยุฟังเพลงจากสถานี AM และสะดุดเข้ากับเพลงไทยเก่าโดยเฉพาะอย่างยิ่งเพลง “ปองใจรัก” ของ “สุนทราภรณ์” หลังจากนั้นคงเดชเกิดอาการติดอยู่ในห้วงของการหวนระลึกอดีต โลกของวิทยุ AM ที่เคยฟังในอดีตเมื่อหลายปีก่อนถูกรื้อฟื้นกลับมาในความทรงจำและความรู้สึกอีกครั้ง ที่สำคัญคือมันไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลยจากเมื่อ 20 กว่าปีก่อนที่เขาเคยฟังจนถึงทุกวันนี้ คงเดชรู้สึกว่าโลกของ AM ถูกฟรีซไว้ ณ ห้วงเวลานั้น มันไม่เคยเปลี่ยนแปลง ทุกอย่างยังคงเดิม ทั้งสปอตวิทยุ ละครวิทยุ เสียงประกอบที่ใช้ในละคร รวมไปถึงเนื้อหาและเรื่องราวที่ล้วนทำให้โลกในคืนวันอันแสนงามจากอดีตผุดขึ้นมาในความทรงจำอีกครั้ง โลกที่อาจจะเรียกได้ว่าเป็นโลกในอุดมคติ จากนั้นเรื่องราวเกี่ยวกับโลกของ AM ได้นำแรงบันดาลใจมาสู่เขาต่อยอดออกมาเป็นเรื่องราวของคนขับแท็กซี่ที่หลงใหลในวิทยุ AM และหลงรักหมอนวดสาวที่เขาเพียรรับส่งทุกค่ำคืน ผู้กำกับคงเดชตั้งคำถามกับภาพยนตร์เรื่องนี้ไว้ว่า

 

“ถ้าหากว่าเราค้นพบสิ่งที่เรารักแล้ว เป็นไปได้หรือไม่ที่เราจะหยุดเวลาและหัวใจไว้ที่นั่น”

 

ด้วยความที่เป็นเจ้าโปรเจกต์และเขียนบทหนังออกมาได้อย่างรวดเร็ว เวลานั้นคงเดชมีหนังที่เขาอยากทำอยู่ 2-3 เรื่อง แต่เมื่อเขาส่งโปรเจกต์ผ่านไปยังโปรดิวเซอร์ ทางทีมโปรดิวเซอร์อันได้แก่ “ปรัชญา ปิ่นแก้ว, สุกัญญา วงศ์สถาปัตย์, ศิวาภรณ์ พงษ์สุวรรณ” เห็นพ้องต้องกันว่าเรื่องที่น่าจะทำมากที่สุดในเวลานี้คือ “เฉิ่ม” โดยดูจากความน่าสนใจของเรื่องราวและการคัดเลือกนักแสดงนำซึ่งคือ “หม่ำ จ๊กมก” และ “วรนุช วงษ์สวรรค์” ซึ่งทั้งสองต่างเป็นซูเปอร์สตาร์ของไทย

 

อีกทั้งเนื้องานในหนังเรื่องนี้ เป็นแนวทางที่ทั้งคู่ไม่เคยทำมาก่อน หม่ำต้องพลิกบทบาทจากตลกหน้าตายมาสวมบทชีวิตคนขับแท็กซี่ที่มีโลกส่วนตัว แถมยังต้องมีฉากจูบอีกต่างหาก ส่วนนุ่น วรนุชนางเอกระดับแนวหน้าของวงการละครกับงานภาพยนตร์เรื่องแรกในชีวิตแถมยังต้องรับบทหมอนวดสาว ระหว่างที่รอความคืบหน้าของโปรเจกต์ โดยที่คงเดชปรับปรุงบทภาพยนตร์ไปด้วยนั้น ทางศิวาภรณ์ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมโปรดิวเซอร์ได้รับการติดต่อจากผู้ประสานงานฝ่ายวัฒนธรรมของสถานทูตฝรั่งเศสว่า น่าจะส่งโปรเจกต์ที่มีอยู่เพื่อเข้าร่วมสัมมนา A Seminar for Young Producer (Produire au Sud) ใน “เทศกาลภาพยนตร์เมืองนองต์ ประเทศฝรั่งเศส” ซึ่งจัดขึ้นเมื่อปลายปี 2003 ปรากฏว่าโปรเจกต์ภาพยนตร์เรื่อง “เฉิ่ม” หรือ Midnight My Love ได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมสัมมนาซึ่งเป็น 1 ใน 7 โปรเจกต์จาก 3 ทวีปคือ เอเชีย, แอฟริกา และ อเมริกาใต้

 

ในส่วนของทีมงานหลักของภาพยนตร์ คงเดชยังคงได้ร่วมงานกับทีมงานเดิม อาทิ ผ็กำกับภาพ “สยมภู มุกดีพร้อม” (สุดเสน่หา, แจ๋ว ฯลฯ) ซึ่งเคยร่วมงานกันมาตั้งแต่เรื่อง “สยิว” (2546), ผู้กำกับศิลป์ “ศิระ ตาลทอง” (สยิว, คน ผี ปีศาจ) ซึ่งเหมาะกับงานกำกับศิลป์แบบเหมือนจริง รวมทั้งคนตัดต่อ “ลี ชาตะเมธีกุล” ซึ่งเป็นคนตัดต่อรุ่นใหม่ที่ฝากผลงานไว้กับภาพยนตร์ชั้นนำมากมาย (สัตว์ประหลาด, สุดเสน่หา, สยิว, คืนไร้เงา, ชัตเตอร์ กดติดตาย) และที่น่าสนใจอีกส่วนหนึ่งคือ ทีมงานออกแบบเสียงซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้มีการ “เล่น” กับเสียงมาก ซึ่งทางผู้กำกับคงเดชประทับใจและสนุกกับทีมออกแบบเสียง “อุโฆษสตูดิโอ” เป็นอย่างมาก

 

และหลังจากการสัมมนาเสร็จสิ้น ภาพยนตร์เรื่องนี้ก็เริ่มถ่ายทำทันทีในเดือนธันวาคม 2546  บทของ “สมบัติ ดีพร้อม” ถูกวางตัวเป็น “หม่ำ จ๊กม๊ก” แต่แรก ส่วน “นวล” นั้นถูกปรับเปลี่ยนและควานหาตัวนักแสดงหลายคนกระทั่งชื่อของ “นุ่น วรนุช” ถูกนำเข้ามายังที่ประชุม หลายคนรู้สึกว่าน่าสนใจ ไม่มีใครกังขากับการแสดงของเธอ กระทั่งได้พบตัวจริงและร่วมแสดงในหนัง นุ่นสามารถทำให้บทของนวลซึ่งเป็นบทของผู้หญิงธรรมดาที่ไม่มีอะไรน่าสนใจกลับดูน่าสนใจและเย้ายวนใจขึ้นมาได้อย่างประหลาด ทุกคนต่างทึ่งไปกับการแสดงของเธอ รวมทั้งบทสมบัติของหม่ำด้วยเช่นกัน ซึ่งเขาสามารถแสดงออกมาได้อย่างน่ารักและน่าสงสารอย่างคาดไม่ถึง

 

ปัญหาที่ตามมาก็คือ การจัดคิวแสดงให้ลงตัวระหว่างนางเอกและพระเอกคิวทองของหนัง เพราะทั้งคู่ต่างก็มีงานแสดงที่รัดตัว กระทั่งภาพยนตร์ได้ถ่ายทำเสร็จสิ้นลงและปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด ซึ่งขณะที่ภาพยนตร์เรื่องนี้อยู่ในระหว่างการตัดต่อก็ได้รับการทาบทามจากหลายเทศกาลภาพยนตร์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ…

 

รางวัล
รางวัล "ชมรมวิจารณ์บันเทิง ครั้งที่ 14" (ประจำปี 2548) - ผู้กำกับยอดเยี่ยม (คงเดช จารุรันต์รัศมี), บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (คงเดช จารุรันต์รัศมี), นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม (วรนุช วงษ์สวรรค์) / รางวัล "คมชัดลึกอวอร์ด ครั้งที่ 3" - นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม (วรนุช วงษ์สวรรค์) / รางวัล "STARPICS Thai Film Awards ครั้งที่ 3 (2548) - นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม (วรนุช วงษ์สวรรค์)