คืนบาปพรหมพิราม (Macabre Case of Prom Pi Ram)
สหทงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล, พร้อมมิตร โปรดักชั่น | 117 นาที | วันเข้าฉาย : 25/07/03
ผู้กำกับ : มานพ อุดมเดช
นักแสดง
พิมพ์พรรณ ชลายนคุปต์
กมล ศิริธรานนท์
สมภพ เบญจาธิกุล
รัชนู บุญชูดวง
TRAILER
เรื่องย่อ

“คืนบาปพรหมพิราม” ดัดแปลงมาจากนวนิยายเชิงอาชญวิทยาของ “นที สีทันดร” ที่นำมาจากเค้าโครงเรื่องจริงของคดีสะเทือนขวัญที่เคยเกิดขึ้นจริงในปี พ.ศ.2520 ที่ อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก แต่เลือกที่จะใช้ จ.อุทัยธานีเป็นโลเคชันหลักในการถ่ายทำ เพื่อหลีกเลี่ยงข้อขัดแย้งหรือการกระทบกระทั่งที่อาจเกิดขึ้นหากใช้โลเคชันจริง ใช้เวลาเขียนบทถึง 6 ร่าง สำหรับร่างแรกเขียนขึ้นเมื่อปี 2538 ถัดมาอีก 4 ปีในร่างที่ 2 และร่างที่ 3-6 ในปี 2545 ภายใต้ประเด็นที่นำเสนอถึงความอยุติธรรมในสังคมที่มีค่านิยมผู้ชายเป็นใหญ่ ค่านิยมทางเพศที่ผู้ชายมองผู้หญิงว่าเป็นเพียงวัตถุที่ใช้สำเร็จความใคร่ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนถึงการละเมิดสิทธิแห่งความเป็นมนุษย์ ศีลธรรม วัฒนธรรม กฎหมาย สิ่งที่เกิดขึ้นคือสิ่งที่บ่งบอกถึงการประกอบอาชญากรรมล้านเปอร์เซ็นต์ ภายใต้รูปแบบและองค์ประกอบที่ไม่ใช่ภาพยนตร์ในแนวสารคดี แต่อยู่บนพื้นฐานของภาพยนตร์ในแนวสืบสวนสอบสวนระทึกขวัญ บอกเล่าเรื่องราวสะเทือนใจซึ่งนำไปสู่มรณกรรมของ “สำเนียน”

 

“พรหมพิราม” เป็นชื่ออำเภอเล็กๆ ในจังหวัดพิษณุโลก ศพของหญิงสาวคนหนึ่งถูกพบที่ริมทางรถไฟในอำเภอแห่งนี้ การตายของเธอคล้ายกับว่าเป็นอุบัติเหตุ แต่ท้ายที่สุดจากการสืบสวนของตำรวจถึงเหตุการณ์สืบเนืองอันน่าขยะแขยงที่ไปไกลเกินความคาดหมายก็ได้เปิดเผยออกมา พบว่าเธอชื่อ “สำเนียน” หญิงสาวชาวบ้าน ผู้ซึ่งตกเป็นเหยื่อของความหื่นของพวกผู้ชายเกือบทั้งตำบล ตอนมีชีวิตเธอเป็นคนมีสติไม่ค่อยสมประกอบ และได้ดั้นด้นออกจากภูมิลำเนาเพื่อไปหาสามีที่จังหวัดอุตรดิตถ์โดยรถไฟ แต่ถูกไล่ลงจากขบวนรถที่สถานีรถไฟ อ.พรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก เนื่องจากไม่มีเงินตีตั๋วรถไฟ แต่ไม่รู้เลยว่าจะเป็นการลงรถไฟเที่ยวสุดท้ายในชีวิต เมื่อมีคนพบศพของหญิงสาวดังกล่าวเสียชีวิตโดยปริศนาที่รางรถไฟในเวลาต่อมา

 

เรื่องราวในภาพยนตร์จับความในวันท้ายๆ ของ “สำเนียน” เปิดเผยการตกเป็นเหยื่อที่ถูกรุมโทรมอย่างโหดร้าย เหตุการณ์สืบเนื่องที่ทำให้เธอเหมือนตกลงไปหลุมขวาก ตลอดจนการตายของเธอสะท้อนให้เห็นถึงความความเลือดเย็นที่มนุษย์กระทำต่อมนุษย์ด้วยกัน ความเสื่อมทรามในก้นบึ้งของจิตใจมนุษย์ถูกตอกย้ำให้เห็นในภาพยนตร์เรื่องนี้จะรบกวนและแม้กระทั่งท้าทายผู้ชมให้ตระหนักถึงมหันตภัยที่ผู้หญิงถูกคุกคาม

 

เรื่องราวทั้งหมดเป็นเรื่องหนัก แต่วิธีการนำเสนอในภาพยนตร์ได้ดำเนินไปโดยอาศัยกลเม็ดที่ชวนให้ติดตามอย่างเร้าใจ การเคลือบด้วยอารมณ์ขันทำให้การชมเป็นไปด้วยความราบรื่นโดยไม่เสียประเด็นนั้นเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของภาพยนตร์เรื่องนี้  ผู้กำกับ “มานพ อุดมเดช” เลือกใช้องค์ประกอบทางด้านเทคนิคพื้นฐานของภาพยนตร์ทั้งในด้านการตัดต่อ, เทคนิคทางด้านภาพ, ดนตรีประกอบ ฯลฯ บอกเล่าเหตุการณ์อย่างมีชั้นเชิงคล้ายกับการปลอกหัวหอมที่จะนำไปสู่ใจกลางของหัวหอม ภายใต้การโปรดิวซ์โดย “ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล” ยกทีมงานผู้อยู่เบื้องหลังภาพยนตร์แห่งสยามประเทศอย่าง “สุริโยไท” มาผลิตเป็นผลงานที่น่าจับตา ซึ่งรวมถึง “ริชาร์ด ฮาร์วีย์” คอมโพสเซอร์ระดับโลก (Animal Farm, สุริโยไท) มาถ่ายทอดความรู้สึกของตัวละครและบรรยากาศที่น่าสะเทือนใจลงบนตัวโน้ตในภาพยนตร์แนวอาชญกรรมชีวิตระทึกขวัญเรื่องนี้

 

“สารวัตรหนุ่มใหญ่” (สมภพ เบญจาธิกุล) ที่มากด้วยไหวพริบ และ “ผู้หมวดหนุ่มหน้าใหม่” (กมล ศิริธรานนท์) ที่เพิ่งย้ายราชการมาใหม่ต้องรับผิดชอบคดีการเสียชีวิตของ “หญิงสาวไม่ทราบชื่อ” (พิมพ์พรรณ ชลายนคุปต์) เมื่อเข้าไปรับผิดชอบคดีที่ดูเหมือนเป็นการเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ แต่พอเข้าไปใกล้รูปคดีมากยิ่งขึ้นกลับพบเงื่อนงำบางอย่างที่บ่งบอกว่านี่คือคดีฆาตกรรมที่อื้อฉาวที่สุดในประวัติศาสตร์ ซึ่งดึงเอาผู้คนหลากอาชีพหลายวัยจากชนชั้นต่างๆ ในอำเภอนั้นถึง 30 ชีวิตเข้ามาเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของหญิงสาวรายดังกล่าวภายใต้คดีฆาตกรรมข่มขืนกระทำชำเราหาใช่อุบัติเหตุอย่างที่บางคนคิด ภายใต้แรงกดดันที่ถูกเร่งเร้าจากทุกทิศทางทำให้สารวัตรต้องเร่งคลี่คลายประเด็นและสรุปรูปคดีให้เร็วที่สุด ภายใต้เส้นตายที่ถูกกำหนดและเร่งรัดจากเบื้องบน…

 

 

รางวัล
รางวัล "สุพรรณหงส์ ครั้งที่ 13" (ประจำปี 2546) - ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (คืนบาปพรหมพิราม), บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (มานพ อุดมเดช), นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม (พิมพ์พรรณ ชลายนคุปต์), ลำดับภาพยอดเยี่ยม (หม่อมราชวงศ์ปัทมนัดดา ยุคล), บันทึกเสียงยอดเยี่ยม (ไชยเชษฐ์ เศรษฐี, ปรีเทพ​ บุญเดช), ดนตรีประกอบยอดเยี่ยม (Richard Harvy) / รางวัล "ชมรมวิจารณ์บันเทิง ครั้งที่ 12" - ลำดับภาพยอดเยี่ยม (หม่อมราชวงศ์ปัทมนัดดา ยุคล), ดนตรีประกอบยอดเยี่ยม (Richard Harvy)