เพลงสุดท้าย (The Last Song)

วันเข้าฉาย: 15/06/2006 LGBTQ+, ดราม่า 01 ชั่วโมง 45 นาที

เรื่องย่อ

สมหญิง ดาวราย (อารยา อริยะวัฒนา) สาวประเภทสองที่ได้รับการยกย่องให้เป็นนักแสดงคาบาเรต์ดาวเด่นของทิฟฟานีโชว์ที่พัทยา เนื่องจากเธอเพียบพร้อมไปด้วยคุณสมบัติที่มากกว่า นางโชว์ คนหนึ่งพึงจะมี ไม่ว่าจะเป็นหน้าตาท่าทาง กิริยามารยาทที่เป็นกุลสตรีทุกด้าน รวมถึงลีลาการแสดงในรูปแบบต่างๆ ที่ออกมาจากจิตวิญญาณอย่างแท้จริง

 

สมหญิงมีเจตนารมณ์อันฝังแน่นว่า ความรัก จะไม่มีวันเกิดขึ้นกับจิตใจของเธอเป็นอันขาด เพราะตัวอย่างชีวิตรักของเพศที่สามสอนให้สมหญิงได้เรียนรู้ว่า ไม่มีรักแท้สำหรับเพศสีม่วง นอกเสียจากความเจ็บปวดขื่นขมและผิดหวังเพียงอย่างเดียว

 

เฉกเช่นชีวิตรักของ ประเทือง / ซ้อเทือง” (นิรุตติ์ ศิริจรรยา) กะเทยรุ่นใหญ่ เจ้าของทิฟฟานีโชว์ที่แม้จะสมบูรณ์พูนพร้อมไปเสียทุกอย่าง แต่ก็ยังไม่วายต้องทุรนทุรายเกือบตายเพราะความรัก เมื่อ บดินทร์” นักร้องหนุ่มหน้าม่านที่ซ้อเทืองเลี้ยงไว้ผละหนีจากอกช้ำๆ หลังจากได้กอบโกยทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาปรารถนาแล้ว

 

“บุญเติม” (วชรกรณ์ ไวยศิลป์) นักร้องหนุ่มหน้าม่านคนใหม่ของทิฟฟานีโชว์ได้รับการต้อนรับจากคนดูและเพื่อนร่วมคณะเป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสมหญิงที่เห็นแววความสามารถของบุญเติม และเป็นผู้ชักชวนให้มาทำงานนี้

 

สมหญิงได้ให้ความช่วยเหลือทุกอย่างแก่บุญเติมอดีตช่างซ่อมรถด้วยความเต็มใจอย่างยิ่ง เพราะเห็นว่าบุญเติมต้องทำงานส่งเสียตัวเองเรียนด้วย เป็นเหตุให้ซ้อเทืองและเพื่อนนางโชว์เริ่มซุบซิบกันว่า บุญเติมได้เข้ามาทำลาย เขื่อนกั้นหัวใจ ของสมหญิงลงแล้ว

 

แต่แล้วเมื่อแม่อันเป็นที่รักและจุดยึดเหนี่ยวจิตใจของสมหญิงต้องมาเสียชีวิตลงอย่างไม่คาดคิด แหล่งพักพิงหัวใจที่บอบช้ำของสมหญิงจึงอยู่ที่บุญเติมเรื่อยมา จนสุดท้ายสมหญิงแยกไม่ออกว่าหัวใจของตัวเองนั้นหลงรักบุญเติมมากน้อยเพียงใด วันเวลาผ่านไปก็ยิ่งทำให้บุญเติมกับสมหญิงคือ เงาตามตัวของกันและกัน

 

แต่แทนที่เพื่อนๆ นางโชว์จะดีใจไปกับสมหญิง ทุกคนกลับให้ความเป็นห่วง โดยเฉพาะซ้อเทืองที่เป็นห่วงสมหญิงมากกว่าใคร เพราะจากสมหญิงที่เคยร่าเริงคบหาสมาคมกับเพื่อนๆ กลับกลายเป็นสมหญิงที่เฝ้ารอนับวันเวลาอย่างไร้จุดหมาย เมื่อบุญเติมต้องไปเรียนหรือไปค้างกับเพื่อนๆ นักศึกษาที่กรุงเทพฯ

 

ในวันนั้นแม้ว่าสมหญิงจะภาวนาให้มันเป็นเพียงฝันร้าย แต่มันก็คือความจริง…ความจริงอันแสนเจ็บปวด เมื่อบุญเติมเกี่ยวก้อย อรทัย” (สุมลรัตน์ วัฒนาเศลารัตต์) น้องสาวสุดที่รักของสมหญิง มาสารภาพกับเธอว่า ทั้งสองมีความรักแท้ต่อกันและต้องการที่จะเดินทางไปเรียนหนังสือที่เมืองนอกด้วยกัน

 

สมหญิงเจ็บปวดรวดร้าว และต้องจำยอมรับความจริงที่เกิดขึ้นต่อหน้าอย่างสุดแสนทรมาน เธอจะมีชีวิตอยู่ในโลกมืดนี้ต่อไปได้อย่างไร

 

และแล้ว “บทเพลงชีวิตบทสุดท้าย” ของ “สมหญิง ดาวราย” ก็ค่อยๆ บรรเลงขึ้น…

 

Last-Song-Still10

 

พิศาล อัครเศรณี บันทึก “เพลงสุดท้าย: ตำนานรักของเพศที่สาม”

 

สมหญิง ดาวราย” 

ชื่อนี้ได้สร้างให้เกิดตำนานของความรักอย่างลือลั่นมาแล้ว เมื่อประมาณ 20 ปีก่อน

เพศสีม่วง” 

ยืนหยัดท้าทายอยู่กับโลกใบนี้ได้อย่างไร

…ทั้งผิดเพศ…

…ทั้งไร้รักแท้…

บทพิสูจน์อย่างลึกถึงแก่น กลับมาปรากฏอีกครั้ง

เด่นชัดเต็มอิ่มในทุกแง่มุม ตีแผ่หัวใจร้าวช้ำให้โลกได้รู้

แม้จะเวียนว่ายอยู่ในเงามืด แต่ศักดิ์ศรีและความหยิ่งทรนงก็หาคลายลงไม่

ทั้งวันนี้และวันข้างหน้า เพลงสุดท้าย คือบทเรียนสอนใจ

สมหญิง ดาวราย

เกิดมาแล้วชีวิตก็ต้องสู้ ทั้งแรงกดดันและขวากหนาม สังคมข้างหน้าจากโลกใบนี้

หนทางของเธอมิได้โรยไว้ด้วยกลีบกุหลาบ

เธอผิดหรือที่เกิดมาจากความสับสนของพรหม

…ร่างชายแต่หัวใจหญิง…

จะมีใครเล่าที่เธอจะพักพิงพึ่งพาได้

ว้าเหว่เงียบเหงาเมื่อคิด

อ้างว้างโดดเดี่ยวเมื่อก้าวเดิน

ชอกช้ำอดสูเมื่อร่ำร้องเรียกหา…รักแท้

หยาดมาแล้วอย่าช้ำโศก พลอยคนทั้งโลกร้องไห้

หยาดเพชรหยาดละอองผ่องใส แม้อยู่ในความมืดมน

ฉากสุดท้ายของเพลงสุดท้าย จะฝังแน่นอยู่กับคุณไปนานแสนนาน

เพราะเพลงสุดท้ายในครั้งนี้

เต็มอิ่มกับเนื้อหาความเป็นจริง

เต็มอิ่มกับบทเพลงที่สรรค์สร้างมาโดยเฉพาะ

และเต็มอิ่มประทับใจกับ สมหญิง ดาวราย

ผู้ซึ่งจะเป็นต้นแบบสอนใจแก่ เพศที่สาม ทั้งปัจจุบันและอนาคต

 

 


นักแสดง

อารยา อริยะวัฒนา
วชรกรณ์ ไวยศิลป์
สุมนต์รัตน์ วัฒนาเศลารัตต์
นิรุตติ์ ศิริจรรยา
โก๊ะตี๋ อารามบอย
ปิยะ เศวตพิกุล
เหี่ยวฟ้า
อำพล รัตน์วงศ์

ผู้กำกับ

พิศาล อัครเศรณี

รางวัล

รางวัล “สุพรรณหงส์ ครั้งที่ 16” (ประจำปี 2549) – นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม (นิรุตติ์ ศิริจรรยา)


โปสเตอร์ภาพยนตร์


ตัวอย่างภาพยนตร์ / คลิป


รูปภาพ