ขวัญ-เรียม (Kwan-Riam)
สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล | 99 นาที | วันเข้าฉาย : 26/10/01
ผู้กำกับ : สุทธากร สันติธวัช
นักแสดง
นินนาท สินไชย
ภัครมัย โปตระนันทน์
นลธวัช พรหมจินดา
ปราปต์ปฎล สุวรรณบาง
กิตติคุณ เชียรสงค์
วิยะดา โกมารกุล ณ นคร
TRAILER
เรื่องย่อ

“ขวัญ” และ “เรียม” เป็นหนุ่มสาวแห่ง “ทุ่งบางกะปิ” ที่มีความผูกพันกันมาตั้งแต่เด็ก แม้ว่า “กำนันเรือง” พ่อของเรียมจะถือ “เขียน” พ่อของขวัญเป็นศัตรู อันเนื่องมาจากปัญหาการช่วงชิงความรักในอดีตและการที่กำนันเรืองแพ้ความกรณีรุกที่นาเขียนในเวลาต่อมา

 

กำนันเรืองและเขียนมีบุคลิกและปูมหลังแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง กำนันเรืองรับสืบทอดจากพ่อทั้งมรดกที่นาและตำแหน่งกำนัน ไม่เคยทำนาเอง ได้แต่จ้างคนทำและให้เช่าที่ รักที่นาเพียงเพราะมันให้ผลประโยชน์และเป็นสมบัติเอาไว้ขายกินได้ ขณะที่เขียนแม้จะเคยประพฤติทางนักเลงในวัยหนุ่ม แต่เมื่อมีเมียมีลูกก็กลับเนื้อกลับตัวได้  เขียนรักและหวงแหนที่นาด้วยจิตวิญญาณของชาวนาโดยแท้

 

กำนันเรืองเคยหลงรักแม่ของขวัญอยู่ข้างเดียว ดังนั้นจึงผูกใจเจ็บเขียนตลอดมา ขณะเดียวกัน “พิศ” เมียของกำนันเรืองก็เคยรักเขียน ซึ่งกำนันเรืองก็ตระหนักดี และกลายเป็นปมที่ทำให้ไม่อาจญาติดีกับเขียน แม้จนเมื่อต่างล่วงสู่วัยกลางคน

 

แม่ของขวัญตายตั้งแต่ขวัญยังเด็ก แต่ขวัญไม่เคยลืมว่าพ่อรักแม่และทำทุกอย่างเพื่อแม่อย่างไร ด้วยความที่ยึดถือพ่อเป็นแบบอย่าง ขวัญเติบโตขึ้นเป็นคนหนุ่มที่ห้าวหาญ มีชั้นเชิงในทางนักเลง ควบคู่กับการเป็นชาวนาที่ขยันขันแข็ง ที่สำคัญคือเมื่อรักใครแล้วก็จะทุ่มเทให้ทั้งชีวิตอย่างไม่มีวันเปลี่ยนแปลง

 

ขวัญเป็นวีรบุรุษของเรียมมาตั้งแต่เด็ก แม้จะมีโอกาสพบกันไม่มาก เรียมมีความฝังใจในทางลบกับครอบครัวของตัวเองจากการที่เห็นแม่ยอมพ่อทุกอย่าง และพ่อก็ปฏิบัติต่อแม่ราวกับเป็นสมบัติในครัวเรือนไม่ใช่อย่างคนที่รักและอาทรต่อกัน เธอตั้งใจที่จะไม่เป็นอย่างแม่ ความรักต่อขวัญก่อร่างขึ้นบนความรู้สึกพื้นฐานนี้

 

อุปสรรคความรักของ “ขวัญ-เรียม” นอกจากปัญหาระหว่างครอบครัวคือการที่กำนันเรืองติดการพนันงอมแงม มีหนี้สินพอกพูนขึ้นเรื่อยๆ กับบ่อนไก่ชนที่เมืองมีน อาศัยที่รู้ว่า “จ้อย” ลูกชายเจ้าของบ่อนชอบเรียมก็ขอผ่อนผันมาเป็นลำดับเพื่อจะไม่ต้องเอาที่ไปจำนองอย่างไม่มีราคา ในที่สุดเมื่อไม่อาจผ่อนผันได้อีกก็ตัดสินใจยกเรียมให้จ้อยเป็นการล้างหนี้

 

ความกดดันจากการถูกบังคับให้แต่งงานทำให้เรียมยอมตกเป็นของขวัญ ทั้งคู่ไปสาบานจะรักกันยืนนานที่ “ศาลเจ้าพ่อไทร” อันเป็นที่เคารพของคนทั้งหมู่บ้าน แต่แล้วกำนันเรืองก็ตามไปพบ “เริญ” พี่ชายของเรียมลอบฟันขวัญจนบาดเจ็บ เรียมถูกลงโทษอย่างหนัก และจ้อยก็เป็นคนจัดการพาตัวเรียมไปฝากไว้กับ “คุณนายทองคำ” ซึ่งเป็นญาติของตนในกรุงเทพฯ เป็นการชั่วคราวก่อนที่จะแต่งงานกัน

 

เมื่อรู้ว่าถูกพรากคนรัก ขวัญบุกไปถึงเมืองมีนเพื่อคาดคั้นเอาความจริงกับจ้อย แต่กลับฆ่าจ้อยตายด้วยอารมณ์รุนแรง อาศัยที่ตัวเองบาดเจ็บจนไม่น่าเชื่อว่าจะลุกไปไหนได้ และจ้อยก็มีศัตรูในเรื่องการพนันอยู่มากมาย ขวัญจึงรอดพ้นการตกเป็นผู้ต้องหาในคดีฆ่าคนตายอย่างหวุดหวิด

 

ขวัญเข้ากรุงเทพฯ ตามหาเรียม ทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่าบ้านคุณนายทองคำอยู่ที่ไหน หลังจากตามอยู่ 3 เดือนก็ต้องกลับบางกะปิไปช่วยพ่อทำนาด้วยความหม่นหมอง

 

ข้างเรียม สิ่งที่ได้รับรู้จากกำนันเรืองคือขวัญกลายเป็นผู้ร้ายฆ่าคนตายหนีหัวซุกหัวซุนไปจากบางกะปิและคงไม่มีทางกลับมาอีกแล้ว ต่อจากนี้ชีวิตเรียมควรจะอยู่แต่ในกรุงเทพฯ  เพราะกำนันเรืองยกเรียมให้คุณนายทองคำแลกกับเงินก้อนใหญ่เท่ากับขายลูกขาดไปแล้ว และคุณนายทองคำเองก็รักเมตตาเรียม ตั้งใจจะเลี้ยงอย่างลูกแท้ๆ

 

เรียมได้พบว่ากรุงเทพฯ มีสิ่งดีๆ มากมาย คุณนายทองคำเป็นเหมือนแม่คนใหม่ที่ให้ชีวิตใหม่กับเธอ ไม่เพียงให้การศึกษาเพิ่มเติม-เปลี่ยนแปลงรูปโฉม แต่ยังชักนำให้รู้จักผู้ชายคนใหม่ และ “คุณสมชาย” ลูกคหบดีผู้มั่งคั่งก็ดูจะเพียบพร้อมเกินไปด้วยซ้ำสำหรับผู้หญิงบ้านนอกอย่างเธอ

 

ชีวิตของขวัญและเรียมเหมือนจะถูกแยกไปคนละทาง แต่ก็กลับมาบรรจบกันอีกจนได้ เมื่อพิศแม่ของเรียมล้มเจ็บและตายลง เรียมขออนุญาตคุณนายทองคำไปอยู่บางกะปิชั่วคราวเพื่อจัดการงานศพ เธอได้รู้ความจริงว่าขวัญไม่ได้หนีไปไหน ยังรักและรอเธออย่างซื่อสัตย์มั่นคง ทั้งยังตั้งใจจะเข้ากรุงเทพฯ ไปตามหาเธออีกจนกว่าจะเจอ

 

เรียมถูกสถานการณ์บังคับให้ต้องตัดสินใจ ขวัญไม่ยอมสูญเสียเธอไปอีกแล้ว และคุณสมชายที่กำลังเดินทางตามมาจากกรุงเทพฯ ก็คงจะเป็นเช่นเดียวกัน…

 

 

ยุคสมัย:

ไม่ว่าจะในโลกวรรณกรรมหรือโลกภาพยนตร์กล่าวได้ว่า “ขวัญ” และ “เรียม” ตัวเอกของ “แผลเก่า” คือตัวละครที่ประทับอยู่ในความทรงจำของผู้คนอย่างยากจะหาคู่ใดมาเปรียบเทียบ ราวกับว่าทั้งคู่เคยมีตัวตนจริง เคยขี่ควายท่องทุ่งและแหวกว่ายในคลองแสนแสบครั้งที่น้ำยังสะอาดใส และสองฝั่งปกคลุมด้วยแมกไม้ร่มรื่น

 

“ไม้ เมืองเดิม” เขียน “แผลเก่า” เล่าเรื่องราวครอบคลุมเวลา 3  ปี โดยไม่มีการยืนยันชัดเจนว่าจุดเริ่มต้นและจุดจบเป็นปีใด แต่เมื่อคำนึงว่านิยายได้รับการตีพิมพ์ในปี 2479 เรื่องจึงควรจะเริ่มต้นก่อนหน้านั้น 3 ปีหรือย้อนหลังไปได้อีก สรุปโดยประมาณน่าจะอยู่ในช่วงก่อนถึงหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองปี 2475 เล็กน้อย

 

สำหรับภาพยนตร์ “ขวัญ-เรียม” เรื่องเริ่มต้นในเดือนเมษายน ปี 2483 มีจุดหักเหอยู่ระหว่างปลายปีนั้นถึงต้นปี 2484 จบเรื่องในช่วงต้นปี 2485 ครอบคลุมเวลาหย่อน  2 ปีเล็กน้อย และจุดเริ่มต้นถูกร่นเข้ามาใกล้ปัจจุบันมากกว่านิยาย “แผลเก่า” ราว 7-10 ปี

 

ไม่ว่าจะใช้ช่วงเวลาเดิมในนิยายหรือเปลี่ยนเป็นระหว่างปี 2483 –2485 จุดสำคัญคือทั้งสองช่วงต่างเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญของสังคมไทย ในแง่การปกครองช่วงก่อนและหลังปี 2475 ย่อมมีความสำคัญสูงสุด  แต่ในแง่วัฒนธรรมช่วงเวลาราว 10 ปีหลังจากนั้นกลับน่าสนใจกว่า

 

ปี 2482 จอมพล ป. พิบูลสงครามประกาศใช้รัฐนิยม เริ่มด้วยการเปลี่ยนชื่อประเทศสยามเป็นประเทศไทย เปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่จากวันที่ 1 เมษายน มาเป็นวันที่ 1 มกราคม เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2484 ยกเลิกประเพณีพระราชทานบรรดาศักดิ์  ออกระเบียบให้ประชาชนแต่งกายอย่างชาติอารยะ เลิกนุ่งโจงกระเบน ผู้ชายให้นุ่งกางเกงขายาว ผู้หญิงนุ่งกระโปรง ต้องสวมหมวก รองเท้าและถุงเท้า ฯลฯ ทั้งนี้เป็นไปตามนโยบายนำประเทศเข้าสู่ยุคของการสร้างชาติเพื่อความเจริญก้าวหน้าทันอารยะประเทศซึ่งทำให้ยุคนี้ถูกเรียกขานว่า “ยุคมาลานำไทยไปสู่มหาอำนาจ”

 

การกำหนดยุคสมัยใน “ขวัญ-เรียม” เป็นไปโดยเคารพในบทประพันธ์เพื่อเน้นย้ำสิ่งที่ “ไม้ เมืองเดิม” สอดแทรกเอาไว้อย่างงดงามในนิยาย “แผลเก่า” ความบริสุทธิ์ที่ถูกคุกคาม วิถีชีวิตแบบเดิมที่กำลังจะกลายเป็นอดีต และที่สำคัญที่สุดก็คือตำนานความรักที่สัมพันธ์กับการเติบโตและเปลี่ยนแปลงอย่างแนบแน่น