กะปิ ลิงจ๋อไม่หลอกจ้าว (Kapi)
สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล | 96 นาที | วันเข้าฉาย : 02/12/10
ผู้กำกับ : นิติวัฒน์ ชลวณิชสิริ
นักแสดง
สุเทพ โพธิ์งาม (เทพ โพธิ์งาม)
ริชาร์ด เกียนี่
ไข่เล็ก (ลิงกังเพศผู้)
ปดลเดช กมลาศัยกุล
ภาวิณี วิริยะชัยกิจ
ทวีฤทธิ์ จุลละทรัพย์
สุดารัตน์ บุตรพรม (ตุ๊กกี้ ชิงร้อย)
TRAILER
เรื่องย่อ

จากบทหนังที่ส่งเข้าประกวดกว่า 900 เรื่อง คัดสรรแบบสุดเขี้ยวจนเหลือ 15 เรื่องสุดท้าย

ในโครงการ “ไทยแลนด์ สคริปต์ โปรเจกต์” (Thailand Script Project 2007)

ของสองผู้กำกับคุณภาพ “อุ๋ย นนทรีย์” และ “ต้อม เป็นเอก”

สู่ภาพยนตร์แนวหรรษา เปื้อนรอยยิ้ม อิ่มด้วยความประทับใจ

“กะปิ ลิงจ๋อไม่หลอกจ้าว”

เรื่องราวชวนป่วนสุดหฤหรรษ์ของคู่กัดไซส์มินิแต่จิตใจโคตรจะบิ๊กเบิ้ม

เมื่อ 2 อริตัวแสบแห่งหมู่บ้านทิวมะพร้าวต้องร่วมฝ่าวิบาก

กับภารกิจสุดป่วนและการแข่งขันแห่งศักดิ์ศรี โดยมีบ้านเป็นเดิมพัน

“หนึ่งเด็กแสบวัยกำลังห้าว” ต้องร่วมแท็กมือกับ “หนึ่งลิงห้าววัยกำลังซน”

กับปฏิบัติการสร้างความน่ารักสดใสสไตล์ “เด็ก-จ๋อ”

2 ธันวานี้ ในโรงภาพยนตร์

 

 

 

ถึง…เพื่อนๆ ทุกคน

 

สวัสดีครับเพื่อนๆ ผมชื่อ “ต๋อง” (ริชาร์ด เกียนี่) อายุ 10 ขวบ ผมเป็นเด็กกำพร้า อาศัยอยู่กับ “ลุงมิ่ง” (เทพ โพธิ์งาม) แค่ 2 คน มีอาชีพเก็บมะพร้าวขาย ใครๆ ในหมู่บ้านก็รักลุงมิ่งของผมทั้งนั้นแหละ เพราะแกเป็นคนใจดี อ่อ…ผมลืมแนะนำเพื่อนรักของผมอีก 1 ตัว ที่ต้องใช้คำว่าตัวเพราะมันเป็นลิงชื่อว่า “กะปิ” (ไข่เล็ก) ใครๆ อาจจะมองว่ามันเป็นลิงฉลาดแสนรู้ แต่สำหรับผมแล้วมันแสบพอตัวเลยทีเดียว ไม่ค่อยเชื่อฟัง เรียกว่าเป็นคู่กัดประจำบ้านเลยก็ว่าได้

 

นอกจากกะปิแล้วที่โรงเรียนผมมีคู่ปรับที่เป็นคนมันชื่อว่า “ไอ้เก่ง” (ปดลเดช กมลาศัยกุล) ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของ “ผู้ใหญ่จั๊บ” ผู้มีอิทธิพลของหมู่บ้านเรา วันๆ มันก็ไม่ค่อยทำอะไรนอกจากชอบท้าผมแข่งนั่นแข่งนี่อยู่เสมอ ไอ้ผมมันก็บ้าจี้ ใครท้าอะไรเป็นไม่ได้ ยังดีมีลุงมิ่งที่คอยเตือนสติให้ผมลดความห่ามลงไปบ้าง ส่วนพ่อของมันก็ร้ายกาจไม่เบา จะเอาที่ดินและบ้านของผมกับลุงมิ่งไปสร้างเป็นกังหันลมให้แก่พวกนายทุนหน้าเงิน แน่นอนใครจะไปยอม ยิ่งลุงมิ่งเป็นคนสมถะและรักบ้านเกิดจะตาย แกไม่ยอมย้ายไปไหนง่ายๆ หรอก ชีวิตของลุงมิ่ง ผม และเจ้ากะปิดำเนินไปอย่างเรียบง่ายโดยอาศัยสวนมะพร้าวเพื่อยังชีพอย่างพอเพียง ในขณะที่ผู้คนในท้องถิ่นส่วนใหญ่ต่างมากล้นไปด้วยน้ำจิตน้ำใจและมีความเป็นอยู่โดยพึ่งพาอาศัยกัน ไม่ว่าจะเป็น “หมอประจำโรงพยาบาล” (หม่ำ จ๊กม๊ก), “นางพยาบาลแมว” (ตุ๊กกี้ ชิงร้อย) รวมไปถึง “เจ้าอาวาส” (ค่อม ชวนชื่น) ที่ทุกคนล้วนต่างมองโลกในแง่ดีเสมอ

 

จนกระทั่งวันหนึ่ง อยู่ๆ ลุงมิ่งแกล้มป่วยลงจนทำให้ “พี่หงษ์” (มิลค์-ภาวิณี วิริยะชัยกิจ) สัตวแพทย์คนสวยประจำหมู่บ้านต้องเข้ามาช่วยดูแลผมกับเจ้ากะปิ แต่ขอเตือนไว้ก่อน ใครก็ตามอย่าคิดจีบพี่หงษ์เชียวนะ เพราะ “พี่กานต์” (เป้-ทวีฤทธิ์ จุลละทรัพย์) แฟนของแกเป็นถึงข้าราชการในกรมที่ดินที่เข้ามาสำรวจพื้นที่เพื่อหาทางจัดตั้งกังหันลมที่หมู่บ้านของเราเชียวนะ แถมยังทั้งหวงและห่วงพี่หงษ์จะตาย

 

ถึงแม้ลุงมิ่งจะป่วยอยู่ แต่พวกนายทุนและผู้ใหญ่จั๊บยังไม่ลดละความพยายามที่จะครอบครองที่ดินของลุงมิ่ง ถึงขนาดวางแผนที่จะฮุบที่ดินของแก โดยท้าให้ผมกับเจ้ากะปิลงแข่งปีนเก็บลูกมะพร้าว โดยมีบ้านและที่ดินของลุงมิ่งเป็นเดิมพัน ยิ่งได้ข่าวว่าผู้ใหญ่จั๊บได้ลิงมาใหม่ ความสามารถไม่แพ้เจ้ากะปิซะด้วย ไอ้ผมกับเจ้ากะปิยิ่งไม่ยอมให้ใครมาท้าง่ายๆ อยู่แล้ว แต่ทางเดียวที่จะเอาชนะการแข่งครั้งนี้ผมจะต้องชนะใจเจ้ากะปิ-ลิงหน้าขนเพื่อนรักของผมให้ได้ก่อน แต่มันก็ไม่ง่ายซะทีเดียว ก็เจ้ากะปิทั้งแสบ และซนขนาดนั้น ส่วนการแข่งครั้งนี้จะออกหัวหรือก้อย ฝากเพื่อนๆ พี่ๆ ช่วยให้กำลังใจผมด้วยนะครับ ในภาพยนตร์เรื่อง “กะปิ ลิงจ๋อไม่หลอกจ้าว”                                                               

 

รักเสมอจาก…ต๋อง

 

Kapi-Still19

Kapi-Still20

 

เกร็ดภาพยนตร์:

 

1) “กะปิ ลิงจ๋อไม่หลอกจ้าว” เป็นหนังที่สร้างมาจากบทภาพยนตร์ที่ถูกส่งเข้าประกวดโครงการ “Thailand Script Project ครั้งที่ 1” เพื่อเฟ้นหาบทภาพยนตร์ที่ดีที่สุดจากทั่วประเทศ ซึ่งจัดขึ้นโดย 2 ผู้กำกับชื่อดังของเมืองไทย “อุ๋ย-นนทรีย์ นิมิบุตร” และ “ต้อม-เป็นเอก รัตนเรือง” จากทั้งหมดที่ถูกส่งเข้าประกวด 900 กว่าเรื่อง ซึ่งบทภาพยนตร์ “กะปิ” เรื่องนี้เป็น 1 ใน 15 เรื่องสุดท้ายที่ผ่านเข้ารอบจนเข้าตา “อ๊อด-บัณฑิต ทองดี” ผู้กำกับและโปรดิวเซอร์คนเก่งจาก “บาแรมยู” ซึ่งมีส่วนผลักดันโปรเจกต์จนกลายมาเป็นภาพยนตร์เรื่อง “กะปิ ลิงจ๋อไม่หลอกจ้าว” ภายใต้การอำนวยการสร้างโดย “สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล”

 

2) บทหนังเรื่อง “กะปิ” ที่ถูกส่งเข้าประกวดในโครงการ “Thailand Script Project 2007” นี้เป็นฝีมือการเขียนบทของ “กังฟู-นิติวัฒน์ ชลวณิชสิริ” ผู้กำกับหนังสั้นที่กวาดรางวัลมาอย่างมากมายไม่ว่าจะเป็น “รางวัลขุนวิจิตรมาตรา งานประกวดภาพยนตร์สั้นของมูลนิธิหนังไทย” รวมถึงผลงานหนังสั้นของเขายังเคยได้รับเชิญเข้าร่วมเทศกาล “International Film Festival Rotterdam 2006” อีกด้วย และนอกจากจะทำหน้าที่เขียนบทแล้ว กังฟูยังนั่งแท่นกำกับภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกเองอีกด้วย

 

3) เป็นอีกครั้งที่เราไม่ได้เห็นกันบ่อยๆ ของตลกมากความสามารถถนัดสร้างรอยยิ้มและอารมณ์ขันให้ผู้ชมอยู่เสมออย่าง “เทพ โพธิ์งาม” ที่หันมารับบทแนวดราม่า โดยครั้งนี้ต้องสวมบทบาทเป็น “ลุงมิ่ง” ลุงที่ต้องรับภาระเลี้ยงดูหลานสุดเฮี้ยวเพียงลำพัง โดยเรื่องนี้ป๋าเทพต้องมาแสดงประกบกับทั้งเด็กเฮี้ยวและลิงซน แถมยังโชว์พลังดราม่าซึ้งๆ ให้ได้ชมกัน เช่น “ซีนนอนป่วยอยู่ที่โรงพยาบาล” ที่ต้องเค้นอารมณ์สีหน้าและแววตาของลุงที่เป็นห่วงหลานอย่างสุดหัวใจ จนทีมงานและผู้กำกับแอบต้องมนต์สะกดอินตามไปด้วย

 

4) “ริชาร์ด เกียนี่” นักแสดงเด็กระดับแถวหน้าคนหนึ่งทั้งในเรื่องความน่ารักและฝีมือการแสดงที่ยอดเยี่ยมจนเป็นที่ยอมรับคนหนึ่งของวงการ โดยเรื่องนี้ริชาร์ดต้องมาประกบคู่กับ “เจ้าไข่เล็ก” ลิงแสนรู้ แถมได้โชว์ฝีไม้ลายมือทางการแสดงแบบครบทุกรสชาติ ไม่ว่าจะเป็นพาร์ตความสนุกสนานอย่าง “ฉากพายเรือผจญภัยในป่าผีสิง” ที่ทีมงานยกพลไปถ่ายในป่าโกงกาง ซึ่งงานนี้ริชาร์ดได้โชว์ฝีมือพายเรือกลางสภาพอากาศที่ร้อนจัดโดยไม่ปริปากบ่นซักคำ หรือ “ฉากน่ารักทะเล้น” แบบน่าหยิกแกมหยอกเมื่อจับเอาเพื่อนซี้อย่างเจ้ากะปิมาละเลงสีแปลงโฉมให้กลายเป็นหมีแพนด้า หรือในส่วนของ “ฉากดราม่าชวนเสียน้ำตา” กับนักแสดงรุ่นใหญ่อย่าง “เทพ โพธิ์งาม” ที่บีบน้ำตาประชันกับนักแสดงอาวุโส ตั้งแต่หัวค่ำจนถึงตี 3 จนทีมงานทุกคนซึ้งไปตามๆ กัน

 

5) ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังได้ “ไข่เล็ก” ลิงกังมากความสามารถจากเกาะสมุยมาสวมบทบาทของ “กะปิ” เพื่อนคู่ซี้ของ “ต๋อง” (ริชาร์ด เกียนี่) โดยพกพาเอาความสามารถทางการแสดงและความน่ารักมาปล่อยไว้ในหนังเรื่องนี้อย่างเต็มที่ชนิดที่ใครได้ชมแล้วต้องมีแอบยิ้มให้กับความน่ารักของเจ้าตัวนี้อย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นซีนที่บุกช่วยต๋องจากการถูกรังแก ห้อยโหนโจนทะยานลงมาจากต้นไม้ขู่ขวัญศัตรูวิ่งหนีกระเจิง หรือใครจะคิดบ้างว่าสัตว์แสนซนอย่างลิงจะเล่นซีนดราม่าได้ประทับใจทีมงานและนักแสดงจนอินไปทั้งกอง และยังมีอีกหลากหลายฉากน่ารักประทับใจให้ได้ชม ซึ่งถึงแม้เจ้าไข่เล็กจะเป็นสัตว์ที่ดุร้ายโดยธรรมชาติ แต่ในความเป็นจริงแล้ว มันเชื่องซะจนกลายเป็นขวัญใจของคนในกองเลยทีเดียว

 

6) ถือเป็นการกลับมาร่วมงานกับทาง “สหมงคลฟิล์มฯ” อีกครั้งสำหรับนักแสดงสาว “มิลค์-ภาวิณี วิริยะชัยกิจ” หลังจากแจ้งเกิดจากหนังเรื่องแรกของเธออย่าง “ฝันโคตรโคตร” (2552) ภาพยนตร์แนวโรแมนติกดราม่าของผู้กำกับ “พิง ลำพระเพลิง” โดยกลับมาคราวนี้เธอสลัดคราบจากสาวสุดเปรี้ยวจากเรื่องที่แล้วอย่างสิ้นเชิงมาสวมบทสัตวแพทย์สาววัยใสกับคาแร็กเตอร์ที่ใกล้เคียงตัวตนของเธอมากที่สุด ซึ่งนอกจากต้องทำงานร่วมงานกับทั้งเด็กอย่างริชาร์ดและสัตว์แสนซนอย่างเจ้าไข่เล็กแล้ว เรื่องนี้เธอยังได้ประกบกับพระเอกหนุ่มหน้าใหม่อย่าง “เป้-ทวีฤทธิ์ จุลละทรัพย์” แถมยังต้องเข้าฉากดราม่าปะทะคารมกันซึ่งเธอเองยอมรับว่ายากที่สุดซีนหนึ่งของเรื่อง ต้องรวบรวมสมาธิทำอารมณ์กันนานกว่าจะผ่านซีนนี้ไปได้

 

7) “กะปิ ลิงจ๋อไม่หลอกจ้าว” ยังได้พระเอกหนุ่มหน้าใหม่มาร่วมแสดง “เป้-ทวีฤทธิ์ จุลละทรัพย์” ที่หลายๆ คนคงจะคุ้นหน้าจากโฆษณาเบียร์ช้าง ถึงแม้จะเป็นการประเดิมหนังเรื่องแรก แต่หนุ่มคนนี้ก็พกพาความหล่อและความสามารถทางการแสดงมาอวดโฉมให้คนดูและสาวๆ ได้กรี๊ดกร๊าด ไม่ว่าจะเป็นซีนกุ๊กกิ๊กน่ารักตามง้อแฟนสาวที่ลงทุนใช้ลิงเป็นเครื่องมือในการง้อบวกกับหน้าตาทะเล้นแบบหล่อเหลา ไม่ว่าจะสาวน้อยสาวใหญ่หรือสาวไหนๆ ก็พร้อมใจละลายได้ในทันที

 

8) เรื่องนี้ยังร่วมด้วยนักแสดงมากฝีมืออีกมากมายไม่ว่าจะเป็นตลกหญิงที่มาแรงที่สุดในยุคนี้อย่าง “ตุ๊กกี้ ชิงร้อย” กับบทบาทของพยาบาลสาวสวยรวยเสน่ห์ที่มีหนุ่มตามมาขายขนมจีบถึงสถานีอนามัย อีกทั้งยังพกความสดใสน่ารัก เสียงหัวเราะ และมุกฮาๆ ตามสไตล์ของตุ๊กกี้มาช่วยสร้างสีสันให้กับหนังเรื่องนี้อีกเช่นเคย ประกบคู่กับ “ดัมมี่-ธนาบดินทร์ ยงสืบชาติ” หรือที่คุ้นเคยจากบทของ “ฟุเหยิน” จากภาพยนตร์เรื่อง “เพื่อนสนิท” (2548) ซึ่งเรื่องนี้มารับบทเป็นคาวบอยหนุ่มสุดรั่วที่มีสมุนคู่กายอย่าง “เจ้ากระจับ” ลิงกังตัวฉกาจคู่ปรับของกะปิโดยตรง และ “น้องเซฟ-ปดลเดช กมลาศัยกุล” จากเรื่อง “อรหันต์ซัมเมอร์” (2551) ในบทเด็กแสบที่คอยหาเรื่องชิงดีชิงเด่นกับต๋องอยู่ตลอดเวลา และนักแสดงอื่นๆ อีกมากมาย

 

9) ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังถ่ายทอดเรื่องราวผ่านโลเคชันและทิวทัศน์อันสวยงาม โดยทางทีมงานบรรจงเสาะหาสถานที่จนมาลงตัวที่อำเภอกุยบุรี  จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งถือเป็นโลเคชันหลักของเรื่อง ด้วยบรรยากาศที่รายล้อมไปด้วยต้นมะพร้าว ชายหาด และน้ำทะเล นอกจากนี้ทางทีมงานยังได้เนรมิตรชายหาดบริเวณกุยบุรีให้กลายเป็นฉากงานแข่งลิงสุดยิ่งใหญ่ โดยขนทั้งทีมงานนักแสดงและตัวประกอบกว่า 100 ชีวิต สร้างความตื่นตาตื่นใจในซีนสุดยิ่งใหญ่ในเรื่องนี้อีกด้วย

 

10) ถึงแม้ในวงการภาพยนตร์จะมีคำกล่าวที่ว่า “สัตว์ เด็ก เอฟเฟกต์ สลิง” เป็นสิ่งที่ควรจะอยู่ห่างๆ ไว้ดีที่สุด แต่ภาพยนตร์เรื่อง “กะปิ ลิงจ๋อไม่หลอกจ้าว” นั้นต้องทำงานร่วมกับทั้งเด็กและสัตว์เลยทีเดียว ซึ่งในส่วนของเด็กนั้นอาจจะดูไม่น่าห่วงเท่าที่ควรเพราะด้วยความตั้งใจและความสามารถของริชาร์ด ทำให้ทีมงานหลายคนไม่หนักใจเท่าไหร่ แต่อย่างการกำกับลิงถือว่าไม่ธรรมดาเลยทีเดียว ซึ่งทางทีมงานไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่าเจ้าไข่เล็กพร้อมที่จะแสดงให้เมื่อไหร่ โดยทีมงานต้องตั้งกล้องไว้แล้วให้ครูฝึกเป็นคนควบคุมออกคำสั่ง ซึ่งกว่าจะได้ในแต่ละซีนนั้นหนักหนาสาหัสเอาการทีเดียว โดยสถิติที่เทกมากที่สุดเป็นซีนเปิดตัวกระจับลิงคู่แข่งของเจ้ากะปิ ผู้กำกับต้องการภาพที่ดูยิ่งใหญ่ จังหวะการแสดงของทั้งนักแสดงและลิงต้องสอดคล้องกัน อาจจะดูเหมือนเป็นซีนธรรมดา แต่แค่ซีนนี้ซีนเดียวก็ปาไป 40 กว่าเทก