It’s Only the End of the World เรื่องรักโลกแตก
Mongkol Major | 97 นาที | วันเข้าฉาย : 16/03/17
ผู้กำกับ : ซาวิเยร์ โดลอง
นักแสดง
กัสปาร์ อุลลิเยล
แวงซองต์ กัสเซล
มาริยง โกติยาร์
เลอา เซย์ดูซ์
นาตาลี บาย
TRAILER
เรื่องย่อ

ภาพยนตร์เรื่องแรกของ “ซาวิเยร์ โดลอง” ที่เข้าฉายในประเทศไทย

ชนะเลิศรางวัลกรังด์ปรีซ์ เทศกาลหนังเมืองคานส์ปี 2016

It’s Only the End of the World ดัดแปลงมาจากบทละครของ “ฌอง-ลุก ลาการ์ซ” เล่าเรื่องของ หลุยซ์ (กัสปาร์ อุลลิเยล) นักเขียนหนุ่มที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง เขาตัดสินใจกลับมาพบกับครอบครัวอีกครั้งหลังจากขาดการติดต่อไปหลายปี

ครอบครัวของหลุยซ์ประกอบไปด้วย พี่ชายอารมณ์ร้อน (แวงซองต์ กัสเซล), พี่สะใภ้อารมณ์ดี (มาริยง โกติยาร์), พี่สาวชอบพี้ยา (เลอา เซย์ดูซ์) และแม่ผู้แต่งตัวจัด (นาตาลี บาย)

ทุกคนต่างประหลาดใจที่หลุยซ์กลับมาที่บ้าน เนื่องจากก่อนหน้านี้ หลุยซ์ตัดขาดความสัมพันธ์กับทุกคนเพราะมีเรื่องบาดหมางจนต่อกันไม่ติด หลุยซ์กลับมาเพราะต้องการจะแจ้งข่าวกับทุกคนว่า เขาป่วยด้วยโรค HIV และกำลังจะตายในระยะเวลาอันใกล้ หลุยซ์หวังว่าก่อนที่จะจากโลกนี้ไป เขาจะสามารถกลับมาสมานรอยร้าวที่เกิดขึ้นกับคนที่เขารักได้ แต่หลุยซ์อาจคิดผิด…

 

10 เกร็ดน่ารู้ก่อนไปดู “It’s Only the End of the World”

  1. หนังคว้ารางวัลกรังด์ปรีซ์จากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ 2016 (Grand Prix du Festival de Cannes 2016)
  2. เป็นครั้งที่ 2 ที่ผู้กำกับหนุ่ม “ซาวิเยร์ โดลอง” นำบทละครเวทีมาดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ ถัดจาก Tom at the Farm (Tom à la ferme) เมื่อปี 2013 ที่สร้างจากบทละครของ ไมเคิล มาร์ค บูชาร์ด
  3. เนื่องจากเรื่องราวในหนังว่าด้วยครอบครัวที่แปลกแยกและไม่เข้าใจกัน ทำให้นักวิจารณ์จำนวนมากเข้าใจผิดว่า ซาวิเยร์ โดลอง นำชีวิตของครอบครัวตัวเองมาสร้างเป็นหนัง แต่โดลองยืนยันว่าไม่ใช่ เพราะในความเป็นจริง เขาสนิทกับครอบครัวและมักจะไปมาหาสู่กันอยู่เสมอ
  4. ทีมนักแสดงหลักของหนังทั้ง 5 คนต่างเคยเข้าชิงรางวัลนักแสดงยอดเยี่ยมของ César Award ทุกคน และ 4 ใน 5 นั้นสามารถคว้ารางวัลมาครองได้นั่นคือ “กัสปาร์ อุลลิยุล, แวงซองต์ กัสเซล, นาตาลี เบย์” และ “มาริยง โกติยาร์”
  5. หนังใช้เวลาในการถ่ายทำประมาณ 20 วัน โดยนักแสดงจะอยู่เข้าฉากด้วยกันอย่างพร้อมหน้าเพียง 6 วันเท่านั้น
  6. ซาวิเยร์ โดลอง ได้ชื่อว่าเป็นผู้กำกับที่ชอบใส่เพลงป็อปเข้ามาในหนัง สำหรับใน It’s Only the End of the World ก็เช่นกัน หนึ่งในเพลงที่เขาเลือกใช้คือ I Miss You ของ Blink-182 ซึ่งเป็นเพลงที่เขาชอบมาก และเนื้อหาของมันมีทั้งความสุข ความเศร้า และอารมณ์ถวิลหาอดีต เป็นต้น ซึ่งเหมาะกับตัวละครและเนื้อหาในเรื่อง
  7. ไม่ว่าใครจะมองหนังเรื่องนี้อย่างไรก็ตาม แต่สำหรับ ซาวิเยร์ โดลอง แล้ว เขาถือว่านี่คือหนังที่ดีที่สุดที่เขาเคยสร้างมา
  8. It’s Only the End of the World เป็นหนังของ ซาวิเยร์ โดลอง ที่ยาวเพียง 1 ชั่วโมง 37 นาที ซึ่งถือว่าน้อยที่สุดเป็นอันดับ 2 รองจากผลงานเรื่องแรกของเขา I Killed My Mother (J’ai tué ma mère) เมื่อปี 2009
  9. เปิดตัวอันดับ 1 ในฝรั่งเศส และติด Top 5 หนังแคนาดาที่ทำเงินสูงสุดตลอดกาลในประเทศฝรั่งเศส
  10. ซาวิเยร์ โดลอง คนเดียวทำหน้าที่ 6 อย่างในหนังเรื่องนี้ทั้ง กำกับ, อำนวยการสร้าง, เขียนบท, ลำดับภาพ, ออกแบบเครื่องแต่งกาย และ ทำซับไตเติ้ลภาษาอังกฤษ
รางวัล
ชนะเลิศรางวัลกรังด์ปรีซ์ เทศกาลหนังเมืองคานส์ปี 2016