แหยมยโสธร 3 (Hello Yasothorn 3)
สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล | 91 นาที | วันเข้าฉาย : 08/08/13
ผู้กำกับ : เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา
นักแสดง
หม่ำ จ๊กม๊ก
เจเน็ต เขียว
เฉิน เชิญยิ้ม
เอ็นดู วงษ์คำเหลา
ลิขิต บุตรพรม
เพทาย วงษ์คำเหลา
อิงฟ้า เกตุคำ
รัตติยาภรณ์ ภักดีล้น
จิตรลดาพร กันหาวรรค
TRAILER
เรื่องย่อ

อ้ายแหยมกลับมาละเด้อ!!! กลับมาอีกครั้งกับ

ภาพยนตร์ตลกที่มีเสน่ห์และเอกลักษณ์เฉพาะตัวแบบไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน

กับความฮาสนั่น เว่าอีสานสนุก คอสตูมสีแสบสัน เขย่าลูกคอสุดไพเราะ ท่ามกลางบรรยากาศลูกทุ่งสุดชิล

ที่คราวนี้ “สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล” และผู้กำกับตลกมากฝีมืออย่าง “หม่ำ จ๊กม๊ก” แห่ง “บั้งไฟฟิล์ม”

จะมาสานต่อความฮาร่วนม่วนหลายแบบยกกำลังสาม

กับเรื่องราวความรักที่อลวนครื้นเครงอลเวงม่วนฮักจากรุ่นพ่อสู่รุ่นลูกกันเลยทีเดียว

“แหยมยโสธร 3”

การันตีความสนุกโดยทีมนักแสดงขาฮาที่เคยเรียกเสียงหัวเราะเต็มๆ มาแล้วจากสองภาคแรก

“หม่ำ จ๊กม๊ก / เจเน็ต เขียว / แวววาว วงษ์คำเหลา / อนุวัติ ทาระพันธุ์ / 

เพทาย วงษ์คำเหลา / สายสิน วงษ์คำเหลา” ฯลฯ

พร้อมแจ้งเกิดทีมนักแสดงชุดใหม่ที่จะมาทำให้คุณหลงใหลในการถ่ายทอดตำนานรักครั้งใหม่ในภาคนี้

“บิ๊กเอ็ม-ลิขิต บุตรพรม / ฟ้า-อิงฟ้า เกตุคำ / บิวตี้-รัตติยาภรณ์ ภักดีล้น /

นกเอี้ยง-จิตรลดาพร กันหาวรรค / เฉิน เชิญยิ้ม” ฯลฯ

และสุดเซอร์ไพรส์กับ “มด-เอ็นดู วงษ์คำเหลา” 

ศรีภรรยาสุดที่เลิฟของผู้กำกับฯ ที่ยอมมาเล่นหนังแบบเต็มๆ เป็นครั้งแรกในชีวิต

8 สิงหา ฮาโหนกขยับยกกำลังสาม

 

เวลาแห่งความสุขก็ได้ล่วงเลยผ่านฝน ผ่านหนาว ผ่านร้อนมาอีกหลายฤดู “บักแหยม” (หม่ำ จ๊กม๊ก) ผู้มีรักจริงกับ “เจ้ย” (เจเน็ต เขียว) สาวผู้รักมั่นคงมิเคยเสื่อมคลาย ลูกๆ ก็โตจนเรียนจบหรือไม่ก็ออกเรือนกันไปหมด เหลือแค่เพียง “คำผาน” (เพทาย วงษ์คำเหลา) ที่ยังเรียนไม่จบ ซ้ำชั้น ม.ศ.5 มาสามปี สร้างความระทึกใจให้กับกำนันแหยมและเจ้ยเรื่อยมา

 

จนกระทั่ง “คฑาเทพ” (ลิขิต บุตรพรม) ลูกชายอีกคนของกำนันแหยมกำลังจะเรียนจบกฎหมาย กลับมาเยี่ยมบ้านช่วงปิดเทอม ในระหว่างเดินทางกลับบ้านนั้นคฑาเทพก็ได้พบกับ “รำพัน” (อิงฟ้า เกตุคำ) หญิงสาวที่เดินทางกลับมาพร้อมกันโดยบังเอิญ และทั้งคู่ก็ตกหลุมรักกันตั้งแต่แรกเห็น ความรักของทั้งคู่คงจะผลิบานอย่างที่ควรจะเป็น หากแต่ว่า…รำพันดันเป็นลูกสาวคนโตของ “กำนันปอย” (เฉิน เชิญยิ้ม) เพื่อนรักเพื่อนแค้นในอดีตที่ไปแย่งแฟนเก่าของแหยมมา นั่นคือ “รำพึง” (เอ็นดู วงษ์คำเหลา) ซึ่งยังมี “รำเพย” (รัตติยาภรณ์ ภักดีล้น) ลูกสาวอีกคนที่เป็นถึงดาวประจำโรงเรียนที่คำผานดันตกหลุมรักเข้าให้อีก แล้วมีหรือที่คำผานจะพลาดการชิงชัยรักนี้

 

โอ้ละหนอ…ความรักของรุ่นลูกที่พ่อแม่ทั้งสองฝ่ายกีดกันไม่เห็นด้วย มันจะลงเอยแบบไหนกันล่ะเนี่ย

 

แถมยังมีเรื่องราวความรักสุดแสบ หักเหลี่ยมเฉือนคม รักซ้อนซ่อนเงื่อนของรุ่นพ่อแม่ให้ต้องติดตามกันต่ออีก

 

ได้อลวนครื้นเครงอลเวงม่วนฮักจากรุ่นพ่อสู่รุ่นลูกกันแบบยกกำลังสามล่ะคราวนี้

 

Yam-3-Still11

Yam-3-Still12

Yam-3-Still10

 

เกร็ดภาพยนตร์

 

  • พร้อมกลับมาสร้างเสียงฮาสุดกู่อีกครั้ง สำหรับ “แหยมยโสธร 3” หนังตลกภาคต่อที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน ซึ่งสามารถกวาดรายได้อย่างถล่มทลายมาแล้วถึงสองภาคด้วยกัน ในภาค 3 นี้ “หม่ำ จ๊กม๊ก” ยังคงควบทั้งตำแหน่งโปรดิวเซอร์, ผู้กำกับ, ผู้เขียนบท และนักแสดง หลากหลายบทบาทเหมือนเช่นเคย พร้อมใส่มุกตลกเพื่อความสนุกที่เข้มข้นถูกใจผู้ชมทุกเพศวัยแบบยกกำลังสามในการกลับมาของหนังรักฮารากหญ้าระดับตำนานเรื่องนี้ในรอบสี่ปีเลยทีเดียว

 

  • หลังจากผ่านเรื่องราวความรัก “หวานฮาลั่นทุ่ง” ของ “บักแหยม-สาวเจ้ย” ในภาคแรก ตามมาด้วยภาคสองกับความรักฉบับ “พ่อตาสุดโหด” กับ “เขยสุดซ่าส์” ที่มาพร้อมคอนเซปต์ “จีบใครไม่ว่า จีบลูกสาวข้ามีเคลียร์” มาในภาคล่าสุด “แหยมยโสธร 3” นี้กลับมาพร้อมเรื่องราวความรักของรุ่นลูกที่ถูกกีดกันประหนึ่ง “โรมิโอกับจูเลียตฉบับรากหญ้า” แถมยังสานต่อปมความรักของรุ่นพ่อแม่ที่มันช่างซับซ้อนซ่อนเงื่อนเฉือนคมระหว่างสองครอบครัวชนิดที่เจ้าทุยยังต้องฮาสนั่นทุ่งแน่นอน

 

  • เตรียมแจ้งเกิดทีมนักแสดงหน้าใหม่แกะกล่องเลือดอีสานเข้มข้นจาก “หม่ำ โมเดลลิ่ง” ที่การันตีความสวยหล่อพร้อมฝีมือการแสดงที่ลื่นไหลหาตัวจับยาก ไม่ว่าจะเป็น “บิ๊กเอ็ม-ลิขิต บุตรพรม” หนุ่มขอนแก่นวัย 24 ปีที่มีดีกรีเป็นถึงรองอันดับ 1 จากเวทีการประกวด “Arrow Handsome Man 2012” กับบท “คฑาเทพ” ลูกชายสุดหล่อดั้งโด่งสามมิติแบบผ่าเหล่าผ่ากอมาเกิดของบักแหยม จับคู่กับ “คำผาน” น้องชายสุดแสบซ่าที่รับบทโดย “มิกซ์-เพทาย วงษ์คำเหลา” ทายาทตัวกลั่นของพ่อหม่ำ รวมถึงยังมีสองสาวงามล้ายหลายอย่าง “ฟ้า-อิงฟ้า เกตุคำ” สาวน้อยวัย 17 เจ้าของตำแหน่ง “Gossip Girl 2012” และ “บิวตี้-รัตติยาภรณ์ ภักดีล้น” ที่มาพร้อมกับตำแหน่ง “นางสาวอุบลฯ ปี 2554” ในบทบาทสองศรีพี่น้องสุดงามงดชดช้อยที่ต้องพลอยมารับมือกับปัญหาหัวใจสุดป่วนฮาแบบไม่ทันตั้งตัว

 

  • แน่นอน เมื่อพูดถึง “แหยมยโสธร” ก็ต้องนึกถึงความโดดเด่นของสีสันเสื้อผ้า-หน้าผม ซึ่งในภาคล่าสุดนี้ผู้กำกับ “หม่ำ จ๊กม๊ก” พร้อมทีมคอสตูมดีไซน์และเมกอัปก็ยังคงคอนเซปต์และตอบโจทย์ความฉูดฉาดบาดใจโจ๋เหมือนเช่นเคย โดยมีการวางรูปแบบและบรรจงดีไซน์ให้ออกมาอย่างมีเอกลักษณ์และสไตล์ที่แปลกตาและโดดเด้งเป็นที่สุดแห่งยุค 70

 

  • หลายคนที่เคยอินและสนุกสุดแซ่บไปกับบทเพลงที่ถูกขับกล่อมอยู่ใน “แหยมยโสธร” ทั้งสองภาคที่ผ่านมา มาในภาคล่าสุดนี้ รับรองได้ว่าคุณจะได้ม่วนไม่แพ้กันกับบทเพลงสุดไพเราะ อาทิเช่น “เพลงอีสานบ้านเฮา, ไข้ใจ, คำวอนก่อนลา, รอวันเธอว่าง” ฯลฯ รวมไปถึงเพลงใหม่ที่มาจากไอเดียและลงทุนร้องเองของผู้กำกับ “หม่ำ จ๊กม๊ก” อีกหลายเพลง ที่จะสร้างสีสันและเพิ่มอรรถรสให้กับภาพยนตร์สุดอลเวงม่วนฮักเรื่องนี้อย่างแน่นอน

 

Yam-3-Still01

 

บันทึกความทรงจำ “หม่ำ จ๊กม๊ก” ผู้กำเนิดความฮาแบบ “แหยมยโสธร”

 

สำหรับ “แหยมยโสธร” ผมรักหนังเรื่องนี้มากนะ จริงๆ ก็รักทุกเรื่อง แต่เรื่องนี้มันเป็นตัวตนของเราที่สุดแล้ว นับนิ้วไล่มาก็ 8 ปีแล้ว (2548-2556) แป๊บเดียวเองก็มาถึง “แหยมยโสธร 3 แล้ว

 

ยังจำได้ถึงวันที่คิดจะทำหนังเรื่องนี้ ไอเดียมาจากการที่เราจะทำหนังบ้านๆ ตอนนั้นแทบไม่มีใครทำ แล้วเราเป็นเลือดอีสาน ก็คิดอยากทำหนังที่เล่าถึงเรื่องราวแบบชาวอีสาน คือมันแปลกสำหรับหนังที่มีออกมาตอนนั้น แล้วก็คิดต่อไปว่าอยากย้อนยุคไปสัก 40 ปี เสื้อผ้าก็ต้องย้อนด้วย แนวทางสีต้องโดดเด่น เอาให้ฉูดฉาดจัดจ้านน้ำตาเล็ดกันไปเลย แล้วก็ต้องพูดอีสานอีสานทั้งเรื่องด้วย ขายภาษาพูดที่ตรงไปตรงมา กิมมิกมันอยู่ตรงนี้ ก็เอาไอเดียตรงนี้มาทำเป็นบท แล้วก็ตัดสินใจไปคุยกับเสี่ยเจียง เสี่ยพูดเลย “หนังอะไรของมึงวะไอ้หม่ำ ใครจะดู” แต่เสี่ยเชื่อใจให้ทำ ก็ลุยเลย

 

ตอนแรกจะใช้ชื่อว่า “ฮัลโหลยโสธร” แต่พอดีเราตั้งใจแล้วว่าจะให้พระเอกชื่อว่า “แหยม” ก็เลยเปลี่ยนเป็น “แหยมยโสธร” ชื่อ “แหยม” มาจากตลกคนหนึ่งที่เรารู้จัก

 

นั่นแหละคือจุดเริ่มต้น…

 

และตอนที่ทำเสร็จตอนนั้นก็ยังไม่รู้ว่าคนจะชอบหรือเปล่า แต่พอหนังเข้าฉาย รายได้ดี คนชอบ เราก็รู้สึกดีใจมาก ก็ต้องขอบคุณทุกคนมากๆ ที่ชอบกันครับ

 

เวลาผ่านจากภาคแรกมาถึงภาค 3 นี้ก็ 8 ปีแล้ว ความผูกพันของหนังเรื่องนี้ ผมคิดว่ามันเป็นครอบครัวของผมนะ เป็นเหมือนตัวตนของเรา เวลาที่ทำหนังเรื่องนี้เหมือนเราได้กลับบ้าน เป็นชีวิตในแบบของเรา ก็ตั้งใจจะทำต่อไปเรื่อยๆ ถ้าเสี่ยให้ทำนะ…