นรก (Hell)
สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล | 90 นาที | วันเข้าฉาย : 23/06/05
ผู้กำกับ : สาธิต ประดิษฐ์สาร, ฑีฆายุ ธรรมนิตยกุล
นักแสดง
ณัฐวรรณ วรวิทย์
วุฒินันท์ ไหมกัน
ปัญญาพล เดชสงฆ์
อาคม ปรีดากุล (ค่อม ชวนชื่น)
สิทธิชัย เหลืองเสรี
ดลยา โพธิพิภัทรกุล
กาญจนาพร ปลอดภัย
TRAILER
เรื่องย่อ

ทีมงานสารคดีโทรทัศน์ที่มุ่งตีแผ่ความเลวและลงโทษเหล่าคนชั่วในสังคม พวกเขากำลังได้รับความนิยมมากในวงการ ทีมงานประกอบไปด้วย “อาร์ต” (วุฒินันท์ ไหมกัน) ช่างภาพหนุ่มอารมณ์ร้อน, “จ๋า” (ณัฐวรรณ วรวิทย์) ครีเอทีฟสาวอนาคตไกล, “น้าเต๋า” (ค่อม ชวนชื่น) หนุ่มรุ่นใหญ่ฝ่ายข้อมูลตัวกลั่นและเชี่ยวในการหาโลเคชันของรายการ, “ชด” (ปัญญาพล เดชสงฆ์) ผู้กำกับรายการสารคดีหนุ่มที่เต็มไปด้วยความทะเยอทะยาน, “คิม” (ดลยา โพธิพิภัทรกุล) เด็กสาวลูกครึ่งอังกฤษที่ชีวิตแทบจะไม่เคยทำบาป รับหน้าที่เป็นนกต่อในการถ่ายทำสารคดีแต่ละครั้ง, “อ้น” (สิทธิชัย เหลืองเสรี) เด็กฝึกงานที่อายุน้อยที่สุดในทีมแต่ฝันที่จะเป็นผู้กำกับ และ “เละ” (บวรฤทธิ์ ฉันทศักดา) โชเฟอร์หนุ่มจิตอ่อนนิสัยขี้กลัวที่ไม่เคยรู้เลยว่าตัวเองชะตาขาด

 

ทั้งหมดเดินทางมุ่งหน้าไปถ่ายทำรายการตามปกติเหมือนเคย กลับต้องมีเหตุให้ตัวเองและพรรคพวกต้องเผชิญหน้าและรับกรรมไปกับโทษมหันต์จากการตก “นรก” เมื่อรถตู้ของกองถ่ายเกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำเสียหลักจนทุกคนหมดสติไป

 

หลังจากที่พวกเขาฟื้นขึ้นมาก็ต้องพบและฝ่าฟันกับความน่าสะพรึงกลัวของนรก ทั้งที่จริงแล้วมีเพียงเละซึ่งเป็นคนขับที่ชะตาถึงฆาต ส่วนคนอื่นๆ ติดสอยห้อยตามมา เพราะอุบัติเหตุที่ทั้งหมดร่วมเดินทางมาด้วยกันเท่านั้น ทุกคนมีกรรมหนักกรรมเบากันคนละแบบจึงถูกส่งไปอยู่ในขุมที่ต่างกัน 5 ขุม ประกอบไปด้วย…

  • “นรกขุมฆ่าสัตว์” (ได้รับผลกรรมชดใช้ตามที่เคยทำไว้กับสัตว์อื่น)
  • “นรกพูดปด คิดไม่ดี ทำร้ายบุพพการี” (ถูกทรมานโดยการทุบฝ่ามือ)
  • “นรกลักทรัพย์” (ถูกตัดแขนตัดขา)
  • “นรกสุรา” (เอาน้ำกระทะทองแดงกรอกปาก)
  • “นรกกาเม” (ปีนป่ายต้นงิ้วและอีกาปากเหล็ก)

 

พวกเขาต่างระลึกกรรมในอดีตที่เคยทำกันมา โดยในแต่ละขุมจะมียมทูตคนละชุดกันคอยควบคุมดูแล และพวกเขาจะมองเห็นแต่เฉพาะคนที่มีบาปอยู่ในขุมของตนเท่านั้น

 

เมื่ออาร์ตได้รู้ว่าตนและเพื่อนยังไม่ถึงฆาต พวกเขาจึงยังไม่ใช่คนตายที่ยมทูตจะมองเห็น ดังนั้นพวกเขาจึงพากันหลบหนีไป การติดตามไล่ล่าจากนรกได้เปิดฉากขึ้น พวกเขาจะตัดสินใจอย่างไรระหว่างความเป็นกับความตาย ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีในการช่วยเพื่อนหรือเอาตัวรอด

 

เมื่อยังมีคนในกลุ่มที่ยังไม่ถึงฆาต พวกเขาจะฝืนชะตากรรมที่ตัวเองไม่ได้ก่อขึ้นได้อย่างไร…

 

Hell-Poster021

 

เกร็ดหนัง “นรก”

 

  • ที่มาของภาพยนตร์เรื่อง “นรก” นี้ได้แรงบันดาลใจมาจากคำถามที่ว่า “ตายแล้วไปไหน ใครเคยเห็นนรกบ้าง” เป็นจุดเริ่มต้นของการหาคำตอบตามแหล่งข้อมูลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือธรรมมะ ภาพจิตรกรรมฝาผนัง คำบอกเล่าต่างๆ ของผู้รู้และผู้มีประสบการณ์ พัฒนาจนมาเป็น “นรก” ฉบับปัจจุบัน
  • การเดินทางในโลกภาพยนตร์ของ 2 ผู้กำกับ “เจี๋ยน-ฑีฆายุ ธรรมนิตยกุล” และ “บลูตัส-สาธิต ประดิษฐ์สาร” เริ่มจากการเป็นผู้กำกับศิลป์คู่กันครั้งแรกในภาพยนตร์เรื่อง “รักเอย” (2539), กำกับศิลป์และออกแบบงานสร้างเบื้องหลังภาพยนตร์ไทยหลายๆ เรื่องไม่ว่าจะเป็น “สวัสดีบ้านนอก” (2542), “โกซิกส์ โกหก ปลิ้นปล้อน กะล่อน ตอแหล” (2543), “14 ตุลา สงครามประชาชน” (2544), “ผีสามบาท” (2544), “ขุนแผน” (2545) และประสบความสำเร็จกับรางวัลเกียรติยศกำกับศิลป์ยอดเยี่ยม จากภาพยนตร์เรื่อง “เสือโจรพันธุ์เสือ” (2541) ภายใต้การกำกับของ “ปื๊ด-ธนิตย์ จิตนุกูล”  และเป็นผู้ผลักดันสนับสนุนให้เจี๋ยนและบลูตัสก้าวเข้าสู่การกำกับภาพยนตร์เรื่องแรกอย่างเต็มตัวกับเรื่องนี้
  • จากประสบการณ์ที่คร่ำหวอดในการกำกับศิลป์และออกแบบงานสร้างภาพยนตร์มามากมาย ทำให้การใช้เทคนิคภาพ แสง สี เสียงในภาพยนตร์ที่เน้นองค์ประกอบของอาร์ตไดเรกชันอย่างเรื่องนี้น่าจะเข้าทางผู้กำกับทั้งสองคนเป็นอย่างยิ่ง ถือเป็นการผสมผสานจินตนาการอันหลากหลายผ่านงานด้านภาพและโปรดักชันที่เน้นความน่าสะพรึงกลัวของยมโลก
  • “ทางเข้าทางออกของนรก ไม่ได้เป็นประตู หรือมีทางเข้าออกทางเดียว” มีทางเข้าออกหลายทางทางเข้าทางออกจะเป็นคล้ายๆ งวงพายุหลายๆ อันอยู่กระจายกันไป มีทั้งปล่องขาว ปล่องแดง ถ้ามองภาพกว้างในเรื่องนี้จะเห็นว่ามีงวงพายุกระจายอยู่เต็มไปหมด ทางเข้านรกจะเป็นเกลียวพายุสีแดงดูร้อนแรง ส่วนทางออกจะเป็นสีขาวพุ่งขึ้นไป เป็นสัญลักษณ์ง่ายๆ ใครดูก็จะเข้าใจได้ว่า ถ้าไปสวรรค์จะเป็นเกลียวหมุนขึ้นสีขาว แต่ถ้าลงนรกจะหมุนลงเป็นสีแดง วิญญาณจะหลุดเข้ามาที่นี่ก่อนแล้วค่อยไปที่ห้องตัดสิน
  • “ภาพนรกที่เห็นเป็นเหมือนกำลังก่อสร้างอยู่ มีที่มาที่ไป” เป็นความตั้งใจของผู้กำกับที่ดีไซน์นรกเหมือนซ่อมๆ คล้ายฉากที่ยังสร้างไม่เสร็จ เพราะต้องการให้นรกดูเหมือนใช้งานหนัก ซึ่งตัวนรกเองก็ต้องซ่อมตัวเองเหมือนกัน เพราะมีคนเข้าออกเยอะ ใช้งานนรกเยอะ เหมือนวัฒนธรรมที่ล่มสลายก็ต้องมีการปรับปรุงซ่อมแซม ให้เห็นถึงสัจธรรมแม้แต่นรกเองถึงจะเป็นสถานที่น่าเกรงกลัวสำหรับคนทั่วไปเป็นที่ลงโทษคนทำผิดก็ต้องซ่อมเช่นเดียวกัน
  • ในภาพยนตร์เรื่องนี้ นรกในจินตนาการของผู้กำกับทั้งสองจะไม่มีวันเวลา ไม่มีพระจันทร์ ไม่มีดวงอาทิตย์ เป็นสถานที่ที่ไม่มีเวลา พวกที่อยู่ในนรกจะไม่กินไม่นอน จะกินอะไรคนต้องทำบุญมาให้
  • ในนรกสำหรับเรื่องนี้ คนที่ตายแล้วเลือดจะเป็นสีดำ ส่วนคนที่ยังไม่ตายจะมีเลือดเป็นสีแดง
  • “สีผิวของมัจจุราชใช้สีแดงเป็นสีผิว” แทนสัญลักษณ์ของความตาย เลือดเนื้อ วิญญาณ ให้ความรู้สึกเป็นนักรบผู้ยิ่งใหญ่ แม้จะนั่งนิ่งๆ แต่ก็ดูเป็นคนที่มีอารมณ์อยู่ในตัว
  • สำหรับ “สุวรรณ-สุวาน” มีการดีไซน์ให้สีผิวต่างกัน เพราะต้องการบ่งให้ชัดถึงความแตกต่างของแต่ละตัว แยกไปเลยว่าใครทำหน้าที่อะไร “สุวรรณเป็นฝ่ายบุ๋น” จะมีสีผิวออกเหลือง คอยเก็บบัญชีรายชื่อดวงวิญญาณ ส่วน “สุวานเป็นฝ่ายบู๊” จะมีผิวสีเทาๆ อาวุธที่สุวานใช้ในเรื่องบางคนอาจคิดว่าเอามาจากตะวันตก แต่จริงๆ แล้วทีมงานมีการหาข้อมูล ทำรีเสิร์ชอาวุธที่ใช้เป็นอาวุธไทยโบราณ
  • “รู้หรือไม่ว่าสัมพะเวสีเป็นเปรตชนิดหนึ่ง” เป็นพวกขอส่วนบุญ ในเรื่องนี้มีการแตกออกมาให้เห็นว่ามีเปรตชนิดอื่นอีกนอกจากที่คนทั่วไปรู้จักกันว่า เปรตต้องสูง แขนขายาว ซึ่งจริงๆ แล้วเปรตมีหลายชนิด สัมพะเวสีก็เป็นเปรตอีกชนิดหนึ่ง จะแย่งอาหารกัน จะมีสัมพะเวสีปากเป็ด ปากไก่ หรือหน้าหมู ทางผู้กำกับมีวิธีคิดที่สื่อออกมาเป็นรูปธรรมอย่างง่ายๆ คือ ใครฆ่าอะไร ตายไปก็จะเป็นแบบนั้น เช่น ฆ่าเป็ด ปากก็เป็นเป็ด ฆ่าไก่ ปากก็เป็นไก่
  • “ห้องดวงชะตา” ห้องที่บรรจุดวงชะตาของเหล่าวิญญาณที่เวียนวนอยู่ในนรก ใครตายดวงชะตาก็จะตกลงสู่พื้น และจะมีพนักงานคอยเก็บแบกไป ส่งต่อให้สุวรรณ และสุวรรณรับมาดูว่าคนนั้นเคยทำอะไรมาบ้าง จากนั้นก็จดบันทึกไว้ ดวงชะตาจะเหมือนกับ Memory ที่เก็บข้อมูลต่างๆ ของเราไว้
  • “เลือดในเรื่องนี้ เรียกได้ว่าทำและผลิตกันเป็นโรงงานเลือดกันเลยทีเดียว” เลือดมีหลายแบบให้ใช้ ตามลักษณะการใช้งาน ทาตัวก็แบบหนึ่ง ไว้อมก็เป็นอีกแบบ ถ้าเลือดแบบทาตัวต้องหนืดเหนียว เพราะไม่งั้นเลือดจะเป็นปื้นๆ ไม่เหมือนของจริง แต่ถ้าเป็นเลือดแบบอมจะค่อนข้างเหลวผสมน้ำแดงและสีผสมอาหารสำหรับรับประทานได้
  • ไม่เพียงนักแสดงเลือดใหม่เท่านั้น ภาพยนตร์เรื่อง “นรก” ยังได้นักแสดงมากฝีมือมาร่วมถ่ายทอดเรื่องราวความเข้มข้นกับการหวนคืนจอเงินอีกครั้งของ “กาญจนาพร ปลอดภัย” ในบท “แม่จ๋า” ซึ่งต้องใช้ความสามารถเค้นอารมณ์ในการแสดงสูง ด้วยความตั้งใจในการทำงานอย่างเต็มที่ทำให้ “นรก” เป็นภาพยนตร์ที่ได้อรรถรสหลากอารมณ์ในเรื่องเดียว