สารวัตรหมาบ้า (The Cop)
สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล | 115 นาที | วันเข้าฉาย : 04/07/13
ผู้กำกับ : ม.ร.ว.เฉลิมชาตรี ยุคล
นักแสดง
สมชาย เข็มกลัด
คริสตัล วี
บำเรอ ผ่องอินทรกุล (โน้ต เชิญยิ้ม)
ชลัฏ ณ สงขลา
ปิยธิดา มิตรธีรโรจน์
TRAILER
เรื่องย่อ

เกิดเหตุฆาตกรรมสยอง เหยื่อเป็นลูกสาวของรัฐมนตรีท่านหนึ่ง นายตำรวจทั้งกรมต่างถูกกดดันให้รีบตามจับตัวฆาตกรมาโดยเร็วภายในระยะเวลาเพียง 3 วันเท่านั้น “พ.ต.ท.วสันต์” (สมชาย เข็มกลัด) นายตำรวจที่กำลังถูกคณะกรรมการสอบสวนในข้อกล่าวหาผิดวินัยขั้นร้ายแรง กลับถูกเรียกตัวมาให้รับผิดชอบคดีนี้ โดยวสันต์เป็นนายตำรวจที่มากด้วยความสามารถ และขึ้นชื่อเกี่ยวกับเรื่องสืบสวนนอกรูปแบบ เขาจะทำทุกวิถีทางแม้กระทั่งยอมฉีกกฎหมายเองเพื่อให้ได้มาซึ่งฆาตกรที่เขาตามล่า โดยมี “จ่าทอง” (โน้ต เชิญยิ้ม) นายตำรวจสูงอายุลูกน้องคนสนิทที่รู้ใจและคอยช่วยงานอย่างเต็มกำลัง

 

จนเมื่อ “พ.ต.อ.ประพันธ์” (ชลัฏ ณ สงขลา) ผู้บังคับบัญชาและเพื่อนร่วมรุ่นที่ไม่ถูกชะตากับวสันต์ พยายามจะหาวิธีจัดการและสั่งปลดเขาอยู่ตลอดนั้นได้ส่งตัว “ร.ต.ต.หญิง นลิน” (คริสตัล วี) ที่มีความสามารถในการสืบสวนคดีด้วยวิธีตรงกันข้ามกับวสันต์อย่างสิ้นเชิงเข้าร่วมในทีมเพื่อปิดคดีครั้งนี้ ซึ่งระหว่างที่คดีกำลังจะคลี่คลาย วสันต์เองเกิดมีปัญหาทะเลาะกับ “มลทิวา” (ปิยธิดา มิตรธีรโรจน์) ผู้เป็นภรรยาอย่างรุนแรง

 

และจู่ๆ เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อฆาตกรกลับเลือกพุ่งเป้ามาที่วสันต์ จ้องโจมตีผู้คนรอบข้าง และทำลายทุกสิ่งที่เขามี วสันต์จะทำอย่างไร เพราะคดีที่เขาตามล่าอยู่นั้นกลายเป็นสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวกำลังรอเขาอยู่

 

อดีต-ความลับกำลังจะย้อนกลับมาทำร้ายตัวเขาอีกครั้ง วสันต์จะต่อสู้กับปมอดีตและเปิดโปงความอำมหิตนี้ได้หรือไม่ แท้จริงแล้วฆาตกรตัวจริงเป็นใครกันแน่ และทำไมเขาถึงกลายเป็นเหยื่อ ยิ่งทำให้วสันต์ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อตามล่าตัวฆาตกร แม้จะต้องเดิมพันด้วยชีวิตเขาเอง…

 

Cop-Still13

 

จุดเกิดเหตุ:

 

“ม.ร.ว.เฉลิมชาตรี ยุคล” หรือ “คุณชายอดัม” เกิดและโตมาในกองถ่ายภาพยนตร์ของท่านพ่อ (ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล-ท่านมุ้ย) ประสบการณ์ด้านงานภาพยนตร์นับว่าได้สัมผัสคลุกคลี และผ่านมาเกือบหมดในทุกตำแหน่งตั้งแต่เสิร์ฟน้ำกอง ช่างไฟ ถือไมค์บูม ผู้ช่วยกล้อง เด็กพร็อป ตัดต่อ ทำ CG ฯลฯ โดยตั้งแต่วันแรกที่รู้ตัวว่าอยากทำภาพยนตร์จึงเริ่มศึกษามาเรื่อยๆ เริ่มจากงานภาพถ่าย เขียนหนังสือ ฝึกเล่าเรื่อง ทำงานด้านโฆษณา เจาะลึกไปถึงผู้คน วัฒนธรรม การใช้ชีวิตต่างๆ เป็นระยะเวลากว่า 20 ปีที่เก็บเกี่ยวประสบการณ์มาอย่างเต็มเปี่ยม และพร้อมจะทำตามความฝันคือ “การกำกับภาพยนตร์” โดยคุณชายอดัมเล่าถึงที่มาของการก้าวสู่เก้าอี้ผู้กำกับภาพยนตร์ครั้งนี้ว่า

 

“ผมเกิดและโตมาในกองถ่ายของท่านพ่อครับ ได้เห็นการทำงานของทีมงานกองถ่ายภาพยนตร์ตั้งแต่ต้น เห็นความลำบากเหน็ดเหนื่อย ความทรหด บอกได้เลยว่าไม่ได้มีความคิดว่าอยากทำหนังเลย จนวันหนึ่งภาพยนตร์เรื่อง ‘เสียดาย’ ของท่านพ่อเข้าฉาย และมีโทรศัพท์โทรเข้าหาท่านพ่อ ผมเป็นคนรับสาย และตอนนั้นท่านพ่อไม่อยู่ก็บอกให้ฝากข้อความไว้ เขาฝากว่าผมเลิกยาได้แล้วครับ เพราะดูหนังของท่านมุ้ยแล้ววางสายไป ตั้งแต่นั้นผมจึงคิดว่าผมจะทำหนัง ซึ่งตอนนั้นกำลังเรียนอยู่ชั้น ป.1 แต่ผมรู้สึกได้ว่าภาพยนตร์มันมีอำนาจในการเปลี่ยนแปลงชีวิตคนได้ มันมีพลังมากในการสร้างความเชื่อให้กับคน ผมก็เริ่มศึกษาเกี่ยวกับการทำภาพยนตร์มาตลอด จนในที่สุดผมก็เรียนจบด้านภาพยนตร์ เริ่มทำงานทางด้านอินเทอร์เน็ต ทีวี แม็กกาซีนออนไลน์ เน้นไปทางสื่ออิสระ จนในที่สุดผมคิดว่าผมพร้อมแล้วที่จะเริ่มสร้างภาพยนตร์ครับ จากนั้นผมก็เดินเข้ามาหา ‘ลุงเจียง’ (สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ) ค่ายสหมงคลฟิล์มฯ บอกว่าผมอยากทำหนัง ลุงเจียงอนุมัติ ผมก็เริ่มลุยตั้งแต่ตอนนั้นเลย ต้องขอขอบคุณลุงเจียงที่ให้โอกาสเด็กอย่างผมครับ

 

ผมอยากสร้างหนังในยุค 80-90 หนังเรื่องราวของตำรวจ และส่วนใหญ่ภาพยนตร์ค็อป-ดราม่าดังๆ ก็จะอยู่ในช่วงยุคนั้น ผมโตมากับหนังประเภทตำรวจที่เป็นฮีโร่ หลังๆ บางทีตำรวจจะเริ่มกลายเป็นผู้ร้าย ผมชอบอารมณ์ที่ขับรถเท่ๆ ไปสืบคดี แล้วคิดอะไรก็พูดออกไป แบบเรื่อง Black Rain, Lethal Weapon หนังพวกนี้ผมดูมาตั้งแต่เด็ก แล้วพอมาในช่วงยุคหนึ่งหนังพวกนี้กลับหายไปหมด จึงคิดว่าอยากทำหนังแนวที่เราดูแล้วมีความสุข เพราะผมมีความสุขกับหนังแนวนี้ จึงเป็นไอเดียที่มาครับ

 

‘สารวัตรหมาบ้า’ เป็นภาพยนตร์เรื่องแรก เราต้องมีนักแสดงc]tทีมงานประมาณ 100 คนที่กำลังมองหน้าเรา และเราต้องเจอปัญหา เราจะไหวไหม ผมนั่งถามตัวเองตลอด และพอถึงเวลาจริงนักแสดงทั้งหมดมีความเป็นมืออาชีพมากครับ ไม่มีใครเรื่องมาก ไม่มีใครวุ่นวาย ผมรู้สึกโชคดีที่สุด ทีมนักแสดงสร้างสิ่งใหม่ๆ และพยายามผลักดันตัวเองมองงานเป็นที่ตั้ง นี่คือสิ่งที่ผมได้จากนักแสดงทุกท่านครับ รวมถึงนักแสดงสมทบทุกท่าน ผมได้ความเป็นมืออาชีพจากทุกคน สิ่งหนึ่งที่ผมเชื่อ การเป็นผู้กำกับที่ดีของนักแสดง คือการตอบเขาให้ได้ทุกสิ่งทุกอย่าง เพราะเรามีโลกใบนี้เป็นของเราอยู่ในหัว ถ้าเราไม่ได้มอง 360 องศา เขาถามมาแล้วเราตอบไม่ได้ มันก็จบอยู่แค่นั้นเราต้องตอบทุกอย่างเขาได้ ทุกสิ่งทุกอย่างทุกการกระทำ เราต้องสวมหัวโขนของนักแสดงทุกคนได้

 

รู้สึกว่าชีวิตนี้คงจะเหนื่อยมากที่จะให้ความบันเทิงกับคนนะครับ หนังจะดีไม่ดี ผมให้คำตอบไม่ได้ สิ่งที่ผมจะบอกได้คือผมทำเต็มที่ทุกๆ วัน ทุกๆ วินาทีนะครับ ในชีวิตของผมคือการทำงานที่ดียิ่งขึ้น ฝากติดตามชมภาพยนตร์เรื่อง ‘สารวัตรหมาบ้า’ ด้วยนะครับ เปรียบเหมือนกับการเดินทางของผม และอยากฝากการเดินทางครั้งนี้ให้ดูว่า ผมเติบโตเป็นอย่างไร นี่คือก้าวแรกและตั้งใจทำให้ดีที่สุดครับ”