7 ประจัญบาน 2 (7 Street Fighters)
สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล | 101 นาที | วันเข้าฉาย : 28/04/05
ผู้กำกับ : เฉลิม วงค์พิมพ์
นักแสดง
พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
อัมรินทร์ นิติพน
สามารถ พยัคฆ์อรุณ
อาคม ปรีดากุล (ค่อม ชวนชื่น)
วิวัฒน์ แช่มรัมย์ (แช่ม แช่มรัมย์)
ทศพล ศิริวิวัฒน์
พิเศก อินทรครรชิต
ประกาศิต โบสุวรรณ
อภิรดี ภวภูตานนท์
อาทิตยา ดีถีเพ็ญ
TRAILER
เรื่องย่อ

พกพาความมันส์และความฮามาเต็ม 2 กระเป๋า รวมทั้งความบ้าชนิดไม่มีอั้น รับประกันความสนุกเอ่อล้นยกกำลังสองในทุกองศาพิกัด เมื่อสถานการณ์ก่อเกิดวีรบุรุษจับพลัดจับผลูนำมาซึ่งวีรกรรมกอบกู้ชาติ

 

การกลับมาของ “7 ประจัญบาน” เหล่าตัวละครสุดคลาสสิกจากปลายปากกาของ “ป๋า ส.อาสนจินดา” ที่เคยได้รับการยกย่องให้เป็นภาพยนตร์ภาคต่อของไทยที่ได้รับการสร้างอย่างต่อเนื่องมากที่สุดในอดีต นับตั้งแต่ “1 ต่อ 7″ ปฏิบัติการแรกสุดของผองเพื่อนทั้ง 7 ปรากฏออกมาให้คอหนังได้รู้จักในปี 2500 จนประสบความสำเร็จอย่างสูงเกิดเป็นเรื่องราวที่ถูกสร้างออกมาอย่างต่อเนื่องนานนับ 10 ปีรวมถึงตอนที่ชื่อว่า “7 ประจัญบาน” หลังจากนั้นในปี 2521 “7 ประจัญบาน” ในเวอร์ชัน “กรุง ศรีวิไล-สรพงษ์ ชาตรี” ก็ถูกนำกลับมาสร้างใหม่อีกครั้ง

 

จนกระทั่งเมื่อปี 2545 “สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล” ได้นำ “จ่าดับ จำเปาะ, หมัด เชิงมวย, ตังกวย แซ่ลี้, อัคคี เมฆยันต์, ดั่น มหิทธา, กล้า ตะลุมพุก และ จุก เบี้ยวสกุล” พร้อมศัตรูคู่ปรับเหล่าทหารมะกันในยุคสงครามเวียดนาม จนชื่อ “7 ประจัญบาน” กลับมาอยู่ในความสนใจของเหล่านักดูหนังรุ่นใหม่เมื่อภาพยนตร์แอคชั่นคอเมดิ้เรื่องนี้ประสบความสำเร็จอย่างสูงสุดทำรายได้มากกว่า 50 ล้านบาท

 

และในปี 2548 นี้ถึงเวลาแล้วที่เหล่าฮีโร่ที่ไม่มีใครเหมือนและไม่เหมือนใครทั้ง 7 จะกลับมาสร้างสีสันความสนุกสนานพร้อมเรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้เจิดจ้าฮาสนั่นดังลั่นยิ่งกว่าใน “7 ประจัญบาน 2” พร้อมยกขบวนนักแสดงและทีมงานที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จในภาคแรกแท็กทีมกันอีกครั้ง ด้วยเรื่องราวที่เข้มข้นสนุกสนาน มากยิ่งขึ้น พรั่งพร้อมด้วยเทคนิคงานสร้างที่เต็มรูปแบบยิ่งกว่าทั้งในส่วนของรายละเอียดของตัวละครคลุกเคล้ากันทั้งเก่าและใหม่ อาทิ “ผู้กององอาจ” (ปั๋ง-ประกาศิต โบสุวรรณ), “เหมาะ เชิงมวย” (สามารถ พยัคฆ์อรุณ อดีตแชมป์มวยไทย และแชมป์โลกมวยสากล) พี่ชายแท้ๆ ของ “หมัด เชิงมวย” (เท่ง เทิดเถิง) ผู้มีลีลาของแม่ไม้มวยไทยแพรวพราวและเต็มไปด้วยพิษสงรอบตัว ร่วมด้วยเหล่าสมาชิกกองทัพญี่ปุ่นซึ่งเป็นคู่ปรับสำคัญในภาคนี้ ซึ่งมีตั้งแต่ “กลุ่ม 7 เซียนซามูไร” และ “สุริยะ” (ฮิโระ ซาโนะนายทหารหนุ่มที่มากไปด้วยฝีมือและความอำมหิตที่ทำให้เหล่า 7 ประจัญบานจะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อรับมือและร่วมลุยกับกองทัพญี่ปุ่นที่ยกพลขึ้นมาบนผืนแผ่นดินไทย ภายใต้ทุนสร้างที่ทุ่มทุนยิ่งขึ้น แอคชั่นอลังการที่จุใจยิ่งกว่า ภายใต้การเขียนบทและกำกับโดย “เฉลิม วงค์พิมพ์” ควบคุมงานสร้างโดย “ปรัชญา ปิ่นแก้ว” (องค์บาก, ต้มยำกุ้ง) พร้อมหมายมั่นปั้นมือให้ “7 ประจัญบาน 2” เป็นภาพยนตร์แอคชั่นคอเมดี้ที่มาเพื่อหวังสร้างปรากฏการณ์ความสำเร็จอย่างต่อเนื่องดุจเดียวกับภาพยนตร์แอคชั่นซีรีส์อย่าง “เจมส์ บอนด์” กันเลยทีเดียว

 

โดยเรื่องราวเริ่มขึ้นในช่วงระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อกองทัพญี่ปุ่นแพร่ขยายอำนาจและอิทธิพลไปทั่วเอเชียอาคเนย์ ทำให้ทางการไทยมอบหมายงานชิ้นสำคัญผ่านมายัง “ผู้กององอาจ” (ประกาศิต โบสุวรรณ) ให้เหล่า 7 ประจัญบานปฏิบัติภารกิจลับสำคัญระดับสุดยอดของประเทศ ตรวจสอบพฤติกรรมอันน่าสงสัยของ “สุริยะ” (ฮิโระ ซาโนะ) ที่คาดว่าอาจจะเป็นสายลับของทางการญี่ปุ่นที่มาในคราบของนักธุรกิจที่เดินทางเข้ามาในเมืองไทย แต่กลับกลายเป็นว่าภารกิจดังกล่าวหาได้สำเร็จลุล่วงง่ายดายอย่างที่คิดไม่ เมื่อผู้นำของ 7 ประจัญบานอย่าง “จ่าดับ จำเปาะ” (พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง) กลับพลาดพลั้งทำให้ “ผู้พันทีเคดะ” พ่อของสุริยะเสียชีวิตโดยอุบัติเหตุทำให้เหล่า 7 ประจัญบานกลายเป็นบุคคลต้องห้ามที่ “นายพลนากามูระ” ผู้นำทัพของญี่ปุ่นโกรธแค้นและยื่นคำขาดให้ทางการไทยส่งตัวจ่าดับและพรรคพวกทั้ง 7 มาสำเร็จโทษประหารชีวิต เป็นเหตุให้ประจัญบานทั้ง 7 ต้องรับมือกับทั้งทางการไทยและเหล่าทหารญี่ปุ่น รวมทั้งกลุ่มมือสังหารที่ถูกส่งตรงมาจากดินแดนอาทิตย์อุทัยซึ่งเป็นที่รู้จักกันในนามของ “7 เซียนซามูไร” จนต้องระหกระเหินไปรวมกับกลุ่มพี่น้องไทยจีนที่ร่วมกันต่อต้านญี่ปุ่นซึ่งมีหน้าฉากคือ “คณะนักแสดงงิ้ว” ที่มีชื่อเสียงของเตี่ย “ตังกวย” (ทศพล ศิริวิวัฒน์) เกิดเป็นจุดเริ่มต้นของการผจญภัยครั้งใหม่ของ 7 ประจัญบานที่ครั้งนี้ต้องทาหน้าขาวแต่งชุดงิ้วรำพลองตะลุยกองทัพญี่ปุ่น เหินขึ้นฟ้าเผชิญหน้ากับกองบินกามิกาเซของญี่ปุ่น ภายใต้ฉากไฮไลต์สุดอลังการกับการเนรมิตรสะพานข้ามแม่น้ำแควขึ้นมาอีกครั้งในฉากไคลแมกซ์สำคัญ พร้อมทั้งเปิดเผยที่มาของ “กางเกงแดงเชือกกล้วย” อันลือลั่นของจ่าดับ รวมถึงเรื่องราวความรักครั้งก่อนของจ่าดับที่มีต่อ “โฉม” (อภิรดี ภวภูตานนท์) และตัวละครสุดคลาสสิกที่เกิดมาแล้วย่อมไม่แคล้วที่อาจจะกลายเป็นคู่กำของกันอย่าง “อังศุมาลย์” (มินท์-อาทิตยา ดิถีเพ็ญ) และ “โกโบต้า” (ก้อง-อรรฆรัตน์ นิติพน) รับประกันว่ามันส์ครบรสอย่างแน่นอน…